อาเลกซิส อาร์เกวโย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อาเลกซิส อาร์เกวโย
Alexis Argüello.jpg
ชื่อจริงอันเดรส อาเลกซิส อาร์เกวโย โบโอร์เกซ
ฉายาThe Explosive Thin Man
El Flaco Explosivo (ภาษาสเปน)
รุ่นเฟเธอร์เวท
ซูเปอร์เฟเธอร์เวท
ไลท์เวท
ซูเปอร์ไลท์เวท
เกิด19 เมษายน พ.ศ. 2495
นิการากัว มานากัว
เสียชีวิต1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
มานากัว
ชกทั้งหมด89
ชนะ82
ชนะน็อก67
แพ้7
เสมอ0

อันเดรส อาเลกซิส อาร์เกวโย โบโอร์เกซ (สเปน: Andrés Alexis Argüello Bohórquez เป็นอดีตนักมวยชาวนิการากัว

ประวัติ[แก้]

อาร์เกวโยเริ่มชกมวยสากลอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 เมื่ออายุได้เพียง 16 ปี และใช้เวลาถึง 6 ปี จึงได้เป็นแชมป์โลกครั้งแรกของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) ในรุ่นเฟเธอร์เวท เมื่อชนะน็อกรูเบน โอลิบาเรส ยก 13 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974 ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์เกวโยเคยชกชิงแชมป์ในรุ่นเดียวกันนี้มาแล้วครั้งนึงกับ เอร์เนสโต มาร์เซล เจ้าของตำแหน่งชาวปานามา แต่เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน

หลังได้เป็นแชมป์โลก WBA รุ่นเฟเธอร์เวทแล้ว อาร์เกวโยก็ชกป้องกันตำแหน่งไว้ได้ 4 ครั้ง ก่อนที่จะสละเพื่อขึ้นไปชกในรุ่นที่ใหญ่กว่า

อาร์เกวโยขึ้นแชมป์โลกของสภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ในรุ่นที่สองคือ ซูเปอร์เฟเธอร์เวท (ขณะนั้นยังเรียกพิกัดนี้ว่า จูเนียร์ไลท์เวท) เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2521 ที่เมืองบายามอน ปวยร์โตรีโก และเป็นฝ่ายชนะน็อกไปในยกที่ 13 ต่ออัลเฟรโด เอสกาเลรา เจ้าของตำแหน่งเดิมซึ่งเป็นนักมวยเจ้าถิ่นด้วย จากนั้นจึงป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้ถึง 8 ครั้ง ก่อนที่จะสละตำแหน่งในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2523 เนื่องจากควบคุมน้ำหนักไม่ไหว

20 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ขึ้นชิงแชมป์โลกของสภามวยโลก ในรุ่นไลท์เวท กับจิม ว็อต เจ้าของตำแหน่งชาวสก็อต ที่สนามเวมบลีย์ ในมหานครลอนดอน สหราชอาณาจักร และเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้อย่างขาวสะอาดเมื่อชกกันครบ 15 ยก

อาเลกซิส อาร์เกวโย กลายเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาทันทีจากการเป็นแชมป์โลกถึง 3 รุ่น ในรุ่นไลท์เวทนี้เขาสามารถป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้ 4 ครั้ง และการชกที่น่าประทับใจก็คือการป้องกันตำแหน่งกับ เรย์ "บูม บูม" แมนซินี นักมวยจอมตะลุยชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน​ ที่กำลังมีฟอร์มการชกร้อนแรงและเป็นขวัญใจชาวอเมริกัน แต่อาร์เกวโยได้แสดงให้เห็นว่าเขามีการชกที่เหนือชั้นกว่า เมื่อเป็นฝ่ายชนะที.เค.โอ.แมนซีนี ไปได้ในยกที่ 14 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2524

อาร์เกวโยป้องกันตำแหน่งครั้งสุดท้ายในรุ่นไลท์เวท เมื่อชนะน็อกยก 5 ต่อแอนดี แกนิกัน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 และข้ามขึ้นไปชิงแชมป์โลกรุ่นที่ 4 ในรุ่นซูเปอร์ไลท์เวท ของสมาคมมวยโลก กับแอรอน ไพรเออร์ นักมวยอันตรายชาวอเมริกัน ผู้ยังไม่เคยแพ้ใครในขณะนั้น

ผลการชกไพรเออร์แข็งแกร่งกว่า และสามารถเอาชนะน็อกอาร์เกวโยไปในยกที่ 14 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 แต่ต่อมาทั้งคู่ได้มีโอกาสล้างตากันอีก ผลการชกก็ออกมาในรูปแบบเดิม คือ อาร์เกวโยเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 10 ชวดตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่นที่ 4

อาร์เกวโยวางนวมไปนาน จนหลายฝ่ายคาดว่าเขาคงแขวนนวมไปแล้ว แต่แล้วอาร์เกวโยก็หวนคืนมาชกมวยอีกครั้ง และชกครั้งสุดท้ายชนะน็อกบิลลี คอสเตลโล อดีตแชมป์โลกของสภามวยโลกซูเปอร์ไลท์เวท ไปในยกที่ 4 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ก่อนที่จะหยุดชกไป เมื่อถูกตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ

อาร์เกวโยหยุดไปรักษาตัวนานเกือบ 10 ปี ก่อนที่จะกลับมาชกอีกครั้ง แต่ก็มีสถิติลุ่ม ๆ ดอน ๆ เนื่องจากสภาพชีวิตย่ำแย่ และในครั้งสุดท้ายก็เป็นฝ่ายแพ้คะแนนอย่างหมดรูปต่อนักมวยโนเนมอย่างสก็อต วอล์กเกอร์ ในปี พ.ศ. 2538 ก่อนที่จะอำลาชีวิตการชกไปอย่างเป็นทางการในที่สุด

หลังแขวนนวม อาร์เกวโยได้หันไปเล่นการเมือง และได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีกรุงมานากัวด้วย เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2551 แต่ก็มีปัญหารุมเร้าหลายประการ จนในที่สุดอาร์เกวโยได้ทำการฆ่าตัวตายด้วยการยิงเข้าที่ขั้วหัวใจตนเองเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 รวมอายุได้ 57 ปี[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับที่ 21,995 วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 หน้า 18 คอลัมน์ บทสรุปคนกีฬาผู้เสียชีวิตในปี 2009

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]