อาชีวเวชศาสตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อาชีวเวชศาสตร์ (อังกฤษ: occupational medicine) เป็นวิชาการแพทย์แขนงหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการดูแลสุขภาพของคนทำงาน วิชาอาชีวเวชศาสตร์นี้ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษาโรค และการฟื้นฟูสุขภาพของคนทำงาน แต่เนื่องจากปัญหาโรคจากการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ องค์ความรู้ของวิชานี้ในปัจจุบันจึงเน้นหนักไปทางการป้องกันโรคเป็นหลัก และวิชาอาชีวเวชศาสตร์ถูกจัดว่าเป็นแขนงหนึ่งของวิชาเวชศาสตร์ป้องกันด้วย แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาอาชีวเวชศาสตร์นั้นเรียกว่าแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

ความเป็นมาของอาชีวเวชศาสตร์[แก้]

ความสนใจในปัญหาสุขภาพของคนงานนั้น มีเกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้สังเกตเห็นว่าการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม คนงานแต่ละคนจะต้องสัมผัสกับสารเคมีพิษ ฝุ่นละออง เสียงดัง การทำงานออกแรงในท่าทางต่างๆ ซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน สิ่งคุกคามต่อสุขภาพแบบต่างๆ ซึ่งจะทำให้คนงานแต่ละคนเกิดโรคจากการทำงาน (occupational disease) ขึ้น ตามความเสี่ยงของลักษณะงานที่ทำ นายแพทย์ชาวอิตาลีชื่อ Bernardino Ramazzini เป็นคนแรกที่จุดประเด็นความสนใจนี้ขึ้น โดยได้เขียนสิ่งที่เขาค้นพบไว้ในหนังสือชื่อ De Morbis Artificum Diatriba (แปลว่า "โรคของคนทำงาน") ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1713[1] จากเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ทำให้แพทย์หันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพของคนทำงานมากขึ้น และนายแพทย์ Bernardino Ramazzini ถูกยกย่องให้เป็นผู้ให้กำเนิดวิชาอาชีวเวชศาสตร์

ขอบเขตของวิชาอาชีวเวชศาสตร์[แก้]

ปัจจุบันวิชาอาชีวเวชศาสตร์มีขอบเขตของเนื้อหาวิชาการดังนี้

  • โรคปอดจากการทำงาน เช่น ปอดฝุ่นหิน ปอดใยหิน ปอดฝุ่นฝ้าย ปอดชานอ้อย
  • โรคกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงาน
  • โรคผิวหนังจากการทำงาน
  • โรคมะเร็งจากการทำงาน
  • โรคของระบบอวัยวะอื่น ๆ จากการทำงาน เช่น โรคตา โรคของระบบสืบพันธุ์ โรคระบบประสาท
  • โรคจากสิ่งคุกคามทางกายภาพ เช่น เสียงดัง ความสั่นสะเทือน รังสี ความกดอากาศ
  • โรคจากพิษของสารเคมี เช่น เบนซีน โทลูอีน ไซลีน, โรคจากสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมี่ยม
  • โรคติดเชื้อจากการทำงาน
  • โรคจากปัญหาการจัดท่าทางในการทำงาน และการใช้วิชาการยศาสตร์ (ergonomic) ในการแก้ไขปัญหา
  • โรคจากปัญหาทางจิตสังคมในที่ทำงาน การทำงานกะดึก การทำงานผิดเวลา (shift work)
  • การตรวจสุขภาพคนทำงาน เช่น การตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพก่อนเกษียณ
  • การดูแลผู้ป่วยก่อนกลับเข้าทำงาน (return to work) และ การประเมินความพร้อมในการทำงาน (fitness for work)
  • การวินิจฉัยโรคจากการทำงาน
  • การตรวจร่างกายเพื่อประเมินความสูญเสียสมรรถภาพ
  • การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพคนทำงาน
  • การวิจัยเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่

ความสัมพันธ์ระหว่างอาชีวเวชศาสตร์กับอาชีวอนามัย[แก้]

อาชีวเวชศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของงานอาชีวอนามัย กล่าวคือ อาชีวอนามัย (occupational health) หมายถึงการดูแลสุขภาพอนามัยของคนทำงาน ผู้ดำเนินการคือผู้มีความรู้ทางด้านสาธารณสุขจากสาขาวิชาชีพใดก็ตาม ส่วนอาชีวเวชศาสตร์มีความหมายเฉพาะลงไป หมายถึงการดำเนินการดูแลสุขภาพของคนทำงานโดยใช้ศาสตร์ทางด้านการแพทย์ ดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น [2] ซึ่งจะต้องมีการตรวจร่างกายผู้ป่วย การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการการป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู การส่งต่อผู้ป่วยอันเกี่ยวเนื่องจากโรคจากการทำงาน หรือการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานกับแพทย์สาขาอื่น หรือบริการสุขภาพอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ความสัมพันธ์ของอาชีวอนามัยกับอาชีวเวชศาสตร์ อาจเปรียบเทียบได้กับศาสตร์ทางการแพทย์สาขาอื่นเช่น ความสัมพันธ์ของนิติวิทยาศาสตร์กับนิติเวชศาสตร์ หรือจิตวิทยากับจิตเวชศาสตร์ เป็นอาทิ

สถานที่ฝึกอบรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ในประเทศไทย[แก้]

สถานที่ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน (Resident) ปัจจุบันมี 5 แห่งดังนี้

  1. ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
  3. ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
  4. ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  5. วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

นอกจากหลักสูตรการเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางอาชีวเวชศาสตร์จากสถาบันฝึกอบรมดังกล่าวแล้ว ยังมีหลักสูตรระยะสั้น 2 เดือนที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อเพิ่มพูนความรู้สำหรับแพทย์ทั่วไป หรือแพทย์สาขาอื่นที่มีความต้องการจะเพิ่มพูนความรู้และทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์

คุณสมบัติพึงประสงค์ของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์[แก้]

1. มีความรู้ด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมทางคลินิก

2. รู้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม

3. รู้เรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อม (Environmental Health)

4. มีความรู้และทักษะเรื่องความพร้อมในการทำงาน (Fitness for Work) และการดูแลผู้ป่วยกลับเข้าทำงานได้อย่างเหมาะสม (Return to Work)

5. รู้เรื่องพิษวิทยา

6. มีความรู้ในเรื่อง การตระหนักรู้ การประเมิน และการควบคุมสิ่งคุกคามต่าง ๆ

7. มีความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมและการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน

8. รู้เรื่องผลิตภาพและสุขภาพ

9. รู้เรื่องการสาธารณสุข การเฝ้าระวัง และการป้องกันโรค

10. รู้เรื่องงานด้านการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม [3]

สถานที่ทำงานหลังจบการฝึกอบรมหลักสูตรแพทย์อาชีวเวชศาสตร์[แก้]

1. แพทย์ประจำกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีโรงงานหลายแห่ง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

2. แพทย์ประจำบริษัทขนาดกลาง และ บริษัทขนาดเล็ก

3. โรงพยาบาลภาครัฐที่ให้บริการด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม

4. โรงพยาบาลภาคเอกชนที่ให้บริการด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม

5. กิจการส่วนตัวด้านการให้คำปรึกษาทางด้านอาชีวเวชศาสตร์

6. หน่วยงานภาครัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม เช่น กระทรวงสาธารณสุข

7. ภาคการศึกษา เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย [4]

อ้างอิง[แก้]