หอคอยกัวลาลัมเปอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หอคอยกัวลาลัมเปอร์
Menara Kuala Lumpur
منارا کوالا لومڤور
หอคอยกัวลาลัมเปอร์ในเวลากลางคืน
แผนที่
สถิติความสูง
เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในมาเลเซีย
ตั้งแต่ 1994 ถึง 1996[I]
ก่อนหน้านี้เมอนาราเมย์แบงก์
หลังจากนี้เปโตรนาสทาวเวอร์
ข้อมูลทั่วไป
สถานะเสร็จสมบูรณ์
ประเภทโทรคมนาคม, หอดูดาวตามปฏิทินอิสลาม, การผจญภัย (basejump), การท่องเที่ยว, วัฒนธรรม
ที่ตั้งบูกิตนานัซ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
พิกัด3°9′10″N 101°42′12″E / 3.15278°N 101.70333°E / 3.15278; 101.70333พิกัดภูมิศาสตร์: 3°9′10″N 101°42′12″E / 3.15278°N 101.70333°E / 3.15278; 101.70333
ลงเสาเข็ม1 ตุลาคม พ.ศ. 2534
เริ่มสร้าง4 ตุลาคม พ.ศ. 2534
แล้วเสร็จ13 กันยายน พ.ศ. 2537
เปิดใช้งาน
  • 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 (ทางการ)
พิธีเปิด1 ตุลาคม พ.ศ. 2539
ปรับปรุง1 มกราคม พ.ศ. 2555 − 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558
ความสูง
เสาอากาศ421 เมตร (1,381 ฟุต)
หลังคา335 เมตร (1,099 ฟุต)
ชั้นบนสุด282 m (925 ft)
ดาดฟ้า276 m (906 ft)
ข้อมูลทางเทคนิค
จำนวนชั้น6
พื้นที่แต่ละชั้น7,700 ตารางเมตร (82,882 ตารางฟุต)
ลิฟต์4
การออกแบบและการก่อสร้าง
สถาปนิกKumpulan Senireka Sdn. Bhd.
ผู้รับเหมาก่อสร้างHazama Corporation
เว็บไซต์
www.menarakl.com.my
อ้างอิง
[1][2]

หอคอยกัวลาลัมเปอร์ (มลายู: Menara Kuala Lumpur) หรือ หอคอยเคแอล คือ หอคอยสูงที่ตั้งอยู่ในกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสื่อสารและหอส่งสัญญาณสูงถึง 421 เมตร ภายในหอคอยมีภัตตาคารหมุนรอบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้รอบกัวลาลัมเปอร์

หอคอยแห่งนี้ คือ มุมมองที่เป็นจุดสังเกตของเมืองเช่นเดียวกับเปโตรนาสทาวเวอร์ อย่างไรก็ตาม หอคอยแห่งนี้ปรากฏสูงกว่าเปโตรนาสทาวเวอร์ เพราะมันถูกสร้างอยู่บนเนินเขาใจกลางกัวลาลัมเปอร์ ในระดับความสูง 515 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ทำให้หอคอยนี้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในกัวลาลัมเปอร์[3]

ประวัติ[แก้]

หอคอยกัวลาลัมเปอร์ ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของมาเลเซีย ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2534 แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง

ช่วงแรก คือ การขยายป่าเขตร้อน Bukit Nanas และขุดดินสำหรับเตรียมการก่อสร้าง ในช่วงนี้เสร็จในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2535

ช่วงที่ 2 เริ่มขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 โดยการก่อสร้างรากฐานและชั้นใต้ดินของหอคอย งานสร้างรากฐานสำเร็จในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2536

หอคอยกัวลาลัมเปอร์ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในงานกระจายเสียง โดยมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2536 เสาส่งสัญญาณถูกติดตั้งด้วยความสูงสูงสุด 421 เมตรจากพื้นดิน

ช่วงที่ 3 การก่อสร้างโครงสร้างหลักเริ่มในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 การก่อสร้างที่ยืดเยื้อนี้เริ่มด้วยการสร้างแต่ละชั้นของหอคอย จนกระทั่งถึงส่วนยอด และสร้างอาคารสำหรับนักท่องเที่ยว สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2538

อาคารท่องเที่ยวถูกออกแบบให้สะท้อนวัฒนธรรมอิสลามของมาเลเซีย ห้องโถงหลักมีเพดานที่ตกแต่งด้วยโดมที่เคลือบด้วยกระจกอันประณีตซึ่งส่องประกายเหมือนเพชรเม็ดใหญ่ โดมเหล่านี้ถูกออกแบบและจัดการในรูปแบบของ Muqarnas หรือคานรับของสถาปัตยกรรมเปอร์เซียหรืออิสลาม โดยนักแกะสลักชาวอิหร่านจาก เอสแฟฮอน

หอคอยกัวลาลัมเปอร์เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 เวลา 20.30 น. ตามเวลาในมาเลเซีย ท่ามกล่างแขกผู้มีเกียรติมากมาย อาทิ ยังดี เปอร์ตวน อากง กษัตริย์แห่งมาเลเซีย[4]

ระดับความสูง[แก้]

หอคอยกัวลาลัมเปอร์เมื่อเทียบกับความสูงหอคอยทั่วโลก

หอคอยกัวลาลัมเปอร์ คือ หอคอยที่สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยเรียงลำดับความสูง 10 อันดับแรก ดังนี้

ญี่ปุ่น 1. Tokyo Skytree เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

จีน 2. Canton Tower เมืองกวางโจว ประเทศจีน

แคนาดา 3. CN TOWER เมืองโตรอนโต ประเทศแคนนาดา

รัสเซีย 4. Ostankino Tower กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย

จีน 5. Oriental Pearl Tower เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

อิหร่าน 6. Milad Tower กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

มาเลเซีย 7. หอคอยกัวลาลัมเปอร์ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

จีน 8. Tianjin Radio and Television Tower เมืองเทียนจิน ประเทศจีน

จีน 9. China Central Television Tower กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

จีน 10. Zhongyuan Tower เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน

ระเบียงภาพ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "หอคอยกัวลาลัมเปอร์". SkyscraperPage.
  2. "Emporis building ID 105763". Emporis. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 March 2016.
  3. [1] KL Tower
  4. Kuala Lumpur Tower was opened, 1 October 1996 New Straits Times

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]