ข้ามไปเนื้อหา

สะพานหาวรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สะพานหาวรา
Howrah Bridge

হাওড়া সেতু
สะพานหาวรา
พิกัด22°35′06″N 88°20′49″E / 22.5851°N 88.3469°E / 22.5851; 88.3469
เส้นทาง4 ช่องจราจร[1] ของถนนสแตรนด์,[2] บาทวิถีและทางจักรยาน
ข้ามแม่น้ำหูคลี (Hooghly River)
ที่ตั้งหาวรา (Howrah) และโกลกาตา
ชื่อทางการรพินทระเสตุ (Rabindra Setu)
ผู้ดูแลสำนักงานบริหารทรัพย์สินท่าเรือโกลกาตา (Kolkata Port Trust)[3]
ข้อมูลจำเพาะ
ประเภทสะพานยื่นแบบสะพานแขวน[4] และสะพานแบบโครงถักโค้ง (truss arch)[5]
วัสดุเหล็กกล้า
ความยาว705 เมตร (2,313.0 ฟุต)[6][7]
ความกว้าง71 ฟุต (21.6 เมตร) โดยมีทางเท้าสองฝั่งที่แต่ละด้านกว้าง 15 ฟุต (4.6 เมตร)[4]
ความสูง82 เมตร (269.0 ฟุต)[5]
ช่วงยาวที่สุด1,500 ฟุต (457.2 เมตร)[4][5]
เคลียร์ตอนบน5.8 เมตร (19.0 ฟุต)[4]
เคลียร์ตอนล่าง8.8 เมตร (28.9 ฟุต)[4]
ประวัติ
ผู้ออกแบบบริษัทก่อสร้างอมิต กุมาร, เคารวะ และ รจนา (Amit Kumar, Gaurav & Rachna Construction Company)[8]
ผู้สร้างบริษัทก่อสร้างอมิต กุมาร, เคารวะ และ รจนา (Amit Kumar, Gaurav & Rachna Construction Company)
วันเริ่มสร้างค.ศ. 1936 (1936)[8]
วันสร้างเสร็จค.ศ. 1942 (1942)[8]
วันเปิด3 กุมภาพันธ์ 1943; 83 ปีก่อน (3 กุมภาพันธ์ 1943)[7]
สถิติ
การจราจรโดยเฉลี่ย300,000 คัน, คนเดินถนน 450,000 คน[9]
ค่าผ่านไม่เก็บค่าผ่านทาง
ที่ตั้ง
แผนที่
แผนที่แบบโต้ตอบของสะพานหาวรา
Howrah Bridge

สะพานหาวรา หรือ สะพานหาวราห์ (อังกฤษ: Howrah Bridge; เบงกอล: হাওড়া সেতু) เป็นสะพานขึงเหนือแม่น้ำหูคลี (Hooghly River) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย เริ่มสร้างในปี 1943[8][10] โดยมีชื่อเดิมว่าสะพานนิวหาวรา (New Howrah Bridge) เพราะจะสร้างทดแทนสะพานลอยน้ำเก่าที่ตั้งอยู่ในจุดเดียวกัน เป้าหมายของการสร้างนั้นเพื่อเชื่อมเมืองหาวรา (Howrah) กับเมืองโกลกาตา (กัลกัตตา) เข้าด้วยกัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1965 ได้เปลี่ยนชื่อสะพานใหม่เป็น รพินทระเสตุ (Rabindra Setu) ตั้งตามชื่อของกวีเอกชาวเบงกอล รพินทรนาถ ฐากุร ผู้รับรางวัลโนเบลคนแรกของอินเดียและของเอเชีย[10] อย่างไรก็ตามสะพานนี้ยังเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อเดิมคือสะพานหาวรามากว่า

สะพานนี้เป็นหนึ่งในสี่สะพานข้ามแม่น้ำหูคลี และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโกลกาตาและรัฐเบงกอลตะวันตก ส่วนสะพานอื่น ๆ บนแม่น้ำสายเดียวกันคือวิทยาสาครเสตุ (สะพานหูคลีสอง Second Hooghly Bridge), วิเวกนันทะเสตุ (Vivekananda Setu) และ นิเวทิตาเสตุ (Nivedita Setu) การจราจรบนสะพานอยู่ที่วันละ 100,000 คัน[11] และมีคนเดินข้ามสะพานอีกกว่าวันละ 150,000 คน[9] เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสะพานยื่นที่มีการสัญจรทางเท้ามากที่สุดในโลก[12] เมื่อสร้างเสร็จ สะพานนี้เป็นสะพานยื่นที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สามในโลกเมื่อแรกสร้างเสร็จ[13] และในปัจจุบันเป็นสะพานยื่นที่ยาวที่สุดในโลกอันดับที่หก[14]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "Howrah Bridge Review". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  2. ↑ "Howrah Bridge Map". สืบค้นเมื่อ 2011-11-26.
  3. ↑ "Howrah Bridge Maintenance". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2011. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 3 4 5 "Bridge Details". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 4 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 3 "Howrah Bridge". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  6. ↑ "Howrah Bridge". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  7. 1 2 "River Ganges". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  8. 1 2 3 4 "History of the Howrah Bridge". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 13 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. 1 2 "Bird droppings gnaw at Howrah bridge frame". The Times Of India. 29 พฤษภาคม 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-06-16. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. 1 2 "Howrah Bridge – The Bridge without Nuts & Bolts!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  11. ↑ "Flow of Traffic on an average week day (8AM to 8 PM)". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-08-18. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
  12. ↑ "Hosanna to Howrah Bridge!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2011. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. ↑ Victor D. Johnson (2007). Essentials Of Bridge Engineering. Oxford & Ibh Publishing Co. Pvt Ltd. น. 259.
  14. ↑ Durkee, Jackson (1999-05-24), National Steel Bridge Alliance: World's Longest Bridge Spans (PDF), American Institute of Steel Construction, Inc, ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2002-06-01, สืบค้นเมื่อ 2009-01-02