สะพานหาวรา
สะพานหาวรา Howrah Bridge হাওড়া সেতু | |
|---|---|
สะพานหาวรา | |
| พิกัด | 22°35′06″N 88°20′49″E / 22.5851°N 88.3469°E |
| เส้นทาง | 4 ช่องจราจร[1] ของถนนสแตรนด์,[2] บาทวิถีและทางจักรยาน |
| ข้าม | แม่น้ำหูคลี (Hooghly River) |
| ที่ตั้ง | หาวรา (Howrah) และโกลกาตา |
| ชื่อทางการ | รพินทระเสตุ (Rabindra Setu) |
| ผู้ดูแล | สำนักงานบริหารทรัพย์สินท่าเรือโกลกาตา (Kolkata Port Trust)[3] |
| ข้อมูลจำเพาะ | |
| ประเภท | สะพานยื่นแบบสะพานแขวน[4] และสะพานแบบโครงถักโค้ง (truss arch)[5] |
| วัสดุ | เหล็กกล้า |
| ความยาว | 705 เมตร (2,313.0 ฟุต)[6][7] |
| ความกว้าง | 71 ฟุต (21.6 เมตร) โดยมีทางเท้าสองฝั่งที่แต่ละด้านกว้าง 15 ฟุต (4.6 เมตร)[4] |
| ความสูง | 82 เมตร (269.0 ฟุต)[5] |
| ช่วงยาวที่สุด | 1,500 ฟุต (457.2 เมตร)[4][5] |
| เคลียร์ตอนบน | 5.8 เมตร (19.0 ฟุต)[4] |
| เคลียร์ตอนล่าง | 8.8 เมตร (28.9 ฟุต)[4] |
| ประวัติ | |
| ผู้ออกแบบ | บริษัทก่อสร้างอมิต กุมาร, เคารวะ และ รจนา (Amit Kumar, Gaurav & Rachna Construction Company)[8] |
| ผู้สร้าง | บริษัทก่อสร้างอมิต กุมาร, เคารวะ และ รจนา (Amit Kumar, Gaurav & Rachna Construction Company) |
| วันเริ่มสร้าง | ค.ศ. 1936[8] |
| วันสร้างเสร็จ | ค.ศ. 1942[8] |
| วันเปิด | 3 กุมภาพันธ์ 1943[7] |
| สถิติ | |
| การจราจรโดยเฉลี่ย | 300,000 คัน, คนเดินถนน 450,000 คน[9] |
| ค่าผ่าน | ไม่เก็บค่าผ่านทาง |
| ที่ตั้ง | |
![]() แผนที่แบบโต้ตอบของสะพานหาวรา Howrah Bridge | |
สะพานหาวรา หรือ สะพานหาวราห์ (อังกฤษ: Howrah Bridge; เบงกอล: হাওড়া সেতু) เป็นสะพานขึงเหนือแม่น้ำหูคลี (Hooghly River) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย เริ่มสร้างในปี 1943[8][10] โดยมีชื่อเดิมว่าสะพานนิวหาวรา (New Howrah Bridge) เพราะจะสร้างทดแทนสะพานลอยน้ำเก่าที่ตั้งอยู่ในจุดเดียวกัน เป้าหมายของการสร้างนั้นเพื่อเชื่อมเมืองหาวรา (Howrah) กับเมืองโกลกาตา (กัลกัตตา) เข้าด้วยกัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1965 ได้เปลี่ยนชื่อสะพานใหม่เป็น รพินทระเสตุ (Rabindra Setu) ตั้งตามชื่อของกวีเอกชาวเบงกอล รพินทรนาถ ฐากุร ผู้รับรางวัลโนเบลคนแรกของอินเดียและของเอเชีย[10] อย่างไรก็ตามสะพานนี้ยังเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อเดิมคือสะพานหาวรามากว่า
สะพานนี้เป็นหนึ่งในสี่สะพานข้ามแม่น้ำหูคลี และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโกลกาตาและรัฐเบงกอลตะวันตก ส่วนสะพานอื่น ๆ บนแม่น้ำสายเดียวกันคือวิทยาสาครเสตุ (สะพานหูคลีสอง Second Hooghly Bridge), วิเวกนันทะเสตุ (Vivekananda Setu) และ นิเวทิตาเสตุ (Nivedita Setu) การจราจรบนสะพานอยู่ที่วันละ 100,000 คัน[11] และมีคนเดินข้ามสะพานอีกกว่าวันละ 150,000 คน[9] เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นสะพานยื่นที่มีการสัญจรทางเท้ามากที่สุดในโลก[12] เมื่อสร้างเสร็จ สะพานนี้เป็นสะพานยื่นที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่สามในโลกเมื่อแรกสร้างเสร็จ[13] และในปัจจุบันเป็นสะพานยื่นที่ยาวที่สุดในโลกอันดับที่หก[14]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Howrah Bridge Review". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- ↑ "Howrah Bridge Map". สืบค้นเมื่อ 2011-11-26.
- ↑ "Howrah Bridge Maintenance". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2011. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 "Bridge Details". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 4 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 "Howrah Bridge". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- ↑ "Howrah Bridge". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- 1 2 "River Ganges". สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- 1 2 3 4 "History of the Howrah Bridge". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 13 เมษายน 2013. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Bird droppings gnaw at Howrah bridge frame". The Times Of India. 29 พฤษภาคม 2003. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-06-16. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Howrah Bridge – The Bridge without Nuts & Bolts!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- ↑ "Flow of Traffic on an average week day (8AM to 8 PM)". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-08-18. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
- ↑ "Hosanna to Howrah Bridge!". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2011. สืบค้นเมื่อ 2011-11-21.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Victor D. Johnson (2007). Essentials Of Bridge Engineering. Oxford & Ibh Publishing Co. Pvt Ltd. น. 259.
- ↑ Durkee, Jackson (1999-05-24), National Steel Bridge Alliance: World's Longest Bridge Spans (PDF), American Institute of Steel Construction, Inc, ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2002-06-01, สืบค้นเมื่อ 2009-01-02
