สงครามยาคินดูเอ้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

สงครามยาคินดูเอ้ (Yakin Due) เป็นสงครามครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในศักราช C.E. โดยเป็นสงครามระหว่าง กองกำลังซาฟต์ (ZAFT) และ พันธมิตรโลก (OMNI Enforcer) ต้นเหตุของสงครามเกิดจากการที่กองกำลังซาฟต์ สร้างโมบิลสูทที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์คือ ZGMF-X10A ฟรีด้อมกันดั้ม และ ZGMF-X09A จัสติสกันดั้ม เนื่องจากในขณะนั้นทางซาฟต์และพันธมิตรโลกได้มีสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อกัน ทำให้โมบิลสูททั้ง 2 เป็นความลับสุดยอดของกองกำลังซาฟต์ แต่ได้ถูกจารกรรมโดยผู้ก่อการร้ายและภายหลังเรื่องได้รู้ไปถึงหูของ มุลต้า อัสราเอล ผู้นำกลุ่มต่อต้านโคออดิเนเตอร์ บลูคอสมอส (Blue Cosmos) ทำให้อัสราเอลพยายามแย่งชิงโมบิลสูททั้ง 2 เครื่องที่ถูกจารกรรมไปมาไว้ในครอบครอง

ทางอัสราเอลได้ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายได้หลบซ่อนอยู่บริเวณโคโลนี่เมนเดล ทำให้เกิดสงครามย่อยขึ้นที่โคโลนี่เมนเดล และทางกองกำลังซาฟต์ก็ได้ทราบเรื่องเช่นกัน จึงส่ง หน่วยครูเซ่ มาแย่งเอาโมบิลสูททั้งสองเครื่องคืน ซึ่งจากสงครามย่อยครั้งนั้นทำให้ มุลต้า อัสราเอลได้รับข้อมูล เกี่ยวกับ N-Jammer Canceller จาก เฟรย์ อัลสตาร์ ที่ ราอู เลอ ครูเซ่ ปล่อยตัวกลับมา

หลังจากที่อัสราเอลได้ข้อมูล N-Jammer Canceller มาแล้ว ก็ได้สั่งการให้พันธมิตรโลกส่งกำลังมาโจมตีที่แพลนต์ (PLANT) ทันที แต่ทางกองกำลังซาฟต์ ได้เตรียมการโดยนำ ฐานทัพยาคินดูเอ้ (Yakin Due Base) ออกมาป้องกันเอาไว้

สถานการณ์ของสงคราม[แก้]

  • การรบครั้งที่ 1
จากการที่พันธมิตรโลกได้ส่งกองทัพใหญ่เข้าโจมตีแพลนต์อย่างรวดเร็วทำให้ ฐานทัพหน้าของกองกำลังซาฟต์ โบอาซ (BOAZ) ถูกโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ พีซเมคเกอร์ในทันที ส่งผลให้ โบอาซถูกทำลายอย่างรวดเร็ว การรบครั้งแรกพันธมิตรโลกเป็นฝ่ายชนะโดยสมบูรณ์
  • การรบครั้งที่ 2
พันธมิตรโลกได้เคลื่อนที่กำลังเข้าใกล้แพลนต์ เพื่อจัดการโคออดิเนเตอร์อย่างเบ็ดเสร็จ แต่หลังจากการถูกโจมตีที่โบอาซ ทางกองกำลังซาฟต์ก็ได้เตรียมตัวโดยการนำ ฐานทัพยาคินดูเอ้ มาป้องกันด้านหน้าของแพลนต์ การโจมตีครั้งนี้เริ่มโดยฝ่ายพันธมิตรโลกก่อน ซึ่งฝ่ายพันธมิตรโลกได้รุกคืบเข้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างนั้น พันธมิตรยานสามลำได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงของ ลักซ์ ไคลน์ ที่มาขอร้องให้หยุดทำสงครามทั้งสองฝ่ายแต่ก็ไม่สำเร็จ พันธมิตรยานสามลำ จึงต้องเข้าร่วมสงครามด้วย
ระหว่างที่พันธมิตรโลกกำลังรุกคืบอยู่นั้นก็ได้ลอบปล่อยระเบิดนิวเคลียร์ออกมาโจมตีแพลนต์โดยตรง ซึ่งจู่ ๆ กองกำลังซาฟต์กลับมีคำสั่งให้ถอยกำลังอย่างรวดเร็ว แล้วจู่ๆก็พบว่ากองกำลังซาฟต์ ได้มีปืนใหญ่ปรากฏที่บริเวณที่ยาคินดูเอ้อยู่ เจเนซิส (GENESIS) อาวุธสงครามที่มีพลังทำลายอันมหาศาลในประวัติศาสตร์มนุษย์ เป็นการปล่อยรังสีแกมม่า พุ่งไปกระทบกับ มิเรอร์ บล็อก (miror block)แล้วสะท้อนกลับมาที่แผงกระจกขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มอำนาจทำลายล้างทวีคูญ ซึ่งได้ทำการยิงออกไปทางซึ่งได้ทำมุมยิงให้ไปทางเดียวกับที่กองกำลังหลักของพันธมิตรโลกลอยลำอยู่ ทำให้กองกำลังหลักของพันธมิตรถูกทำลายจนหมด เหลือเพียงเรือธงโดมิเนียนกับยานรบอีกไม่กี่ลำเท่านั้น สงครามครั้งนี้ทำให้พันธมิตรโลกต้องถอยกลับ และขอกำลังเสริมจากฐานดวงจันทร์มาเพิ่ม
  • การรบครั้งที่ 3 "ล่มสลาย"
จากการรบครั้งที่ 2 เพราะปืนใหญ่เจเนซิส ทำให้ฝ่ายพันธมิตรโลกตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบในทันที อัสราเอลที่เป็นผู้บัญชาการในขณะนั้นจึงขอกำลังเสริมจากฐานทัพที่ดวงจันทร์มาทั้งหมดเพื่อทำลายปืนใหญ่และโคออดิเนเตอร์ให้สิ้น ระหว่างที่กองกำลังจากดวงจันทร์กำลังเคลื่อนที่มานั้น ปืนใหญ่เจเนซิสก็ทำการยิงครั้งที่ 2 มาที่ฐานทัพที่ดวงจันทร์ ปโตรเรเมียส เครเตอร์ ทำให้ฐานทัพและกองกำลังที่ส่งมาทั้งหมดถูกทำลาย อัสราเอลจึงตัดสินใจเอากองกำลังที่เหลือทั้งหมดบุกไปที่ยาคินดูเอ้อีกครั้งหนึ่ง
ทางฝ่ายพันธมิตรยานสามลำก็ได้ ทำการปลุกใจและตกลงว่าจะต้องทำลายปืนใหญ่เจเนซิสและหยุดสงครามให้ได้ จึงแบ่งกำลังออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งเป็น ยานเอเทอนอล และ คุซานางิ ส่วนอีกกลุ่มเป็น อาร์คแองเจิ้ล
ยานอาร์คแองเจิ้ลได้ทำการต่อสู้กับยานโดมิเนียนของพันธมิตรโลก จนในที่สุด อาร์คแองเจิ้ล สามารถจมยานโดมิเนียนได้ แต่ก็ต้องเสียโมบิลสูทหลักไปหนึ่งตัวคือ GAT-X105 สไตรค์กันดั้ม พร้อมนักบิน มู ลา ฟลาก้า
ภายในยาคินดูเอ้ ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อผู้นำสูงสุดของสภา แพททริก ซาล่าสั่งให้ยิงปืนใหญ่เจเนซิสไปที่เมืองหลวงของสหพันธ์แอตแลนติค กรุงวอชิงตัน การล็อกเป้าครั้งนี้ทำให้เกิดความไม่พอใจของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ไม่ต้องการเห็นโลกถูกทำลาย เพราะอำนาจของเจเนซิสจะทำลายพื้นที่และสิ่งมีชีวิตทุกอย่างกว่าครึ่งโลก เพราะเห็นว่าเมื่อทำลายกองทัพได้ก็ถือว่าชนะแล้ว ซึ่งทำให้ทั้งสองคนยิงปืนใส่กันซึ่งทำให้ แพททริก ซาล่า ได้เสียชีวิตลงในตอนที่ อัสรัน ซาล่า บุกเข้ามาในยาคินดูเอ้ตอนนั้น
อัสรันได้ตรวจสอบระบบควบคุมปืนใหญ่ และพบว่าปืนใหญ่ได้เล็งไปที่โลกและไม่สามารถยกเลิกคำสั่งได้ อัสรันจึงคิดจะไประเบิดปืนใหญ่ด้วยตัวเอง แต่เนื่องจากมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่งมากทำให้ไม่สามารถทำลายจากภายนอกได้ อัสรัน ซาล่า จึงตัดสินใจนำ ZGMF-X09A จัสติสกันดั้ม ไประเบิดตัวเองไปพร้อมกับปืนใหญ่ แต่ปืนใหญ่เจเนซิสก็ได้ยิงออกไปแล้ว แต่ไม่มีผลถ้าจานรองรับ รังสีแกมม่าที่ยิงออกไปกระทบกับ มิเรอร์บล็อกได้ถูกทำลายลงแล้ว

ผลลัพธ์ของสงคราม[แก้]

  1. ไอรีน คานาบาได้นำกองกำลังเข้ายึดฐานบัญชาการและจับคณะสภาปัจจุบันโดยมีอิซาเรีย จูล ดูแลอยู่ในตอนนั้น เป็นอาชญากรสงคราม (ภายหลังได้รับการปล่อยตัวแต่ไม่ได้ทำกิจการการเมืองอีก)
  2. ได้มีการร่างสัญญาสันติภาพขึ้น ณ ดินแดนแห่งจุดเริ่มต้นสงคราม ยูนิอุส เซเว่น
  3. มุลต้า อัสราเอล ได้เสียชีวิตลงในสงคราม
  4. เฟรย์ อัลสตาร์ ได้เสียชีวิตลงจากการถูกดรากูนของโปรวิเดนซ์กันดั้มโจมตี
  5. ราอู เลอ ครูเซ่ ถูกแทงบัญชีว่า MIA
  6. มู ลา ฟลาก้า ถูกแทงบัญชีว่า MIA
  7. ยานอาร์คแองเจิ้ล ถูกแทงบัญชีว่า ถูกทำลายแล้ว
  8. อาวุธนิวเคลียร์ ถูกห้ามใช้ในสงครามอีกครั้ง และมีการร่างสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามสร้างโมบิลสูทที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
  9. อิซาค จูล และ เดียร์ก้า เอลท์แมน ถูกจับฐานกบฏ แต่ภายหลังได้รับการอภัยโทษโดยการเดินเรื่องของ ประธานสภาคนใหม่ ไอรีน คานาบา
  10. อัสรัน ซาล่า และ ลักซ์ ไคลน์ ถูกแทงบัญชีว่า หายสาบสูญ
  11. ยานเอเทอร์นอล ถูกแทงบัญชีว่า หายสาบสูญ

ดูเพิ่ม[แก้]