สกุลมีสทัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สกุลมีสทัส
Myst cf nigri 080503 8436 napo.jpg
ปลาแขยงหางจุด (Mystus nigriceps)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Siluriformes
วงศ์: Bagridae
สกุล: Mystus
Scopoli, 1777
ชนิด[7]


ชื่อพ้อง
  • Aspidobagrus
    Bleeker, 1862
  • Hypselobagrus
    Bleeker, 1862
  • Heterobagrus
    Bleeker, 1864
  • Prajadhipokia
    Fowler, 1934

สกุลมีสทัส เป็นสกุลของปลาน้ำจืดและน้ำกร่อยสกุลหนึ่ง ในวงศ์ปลากด (Bagridae) ในอันดับปลาหนัง (Siluformes) ใช้ชื่อสกุลว่า Mystus (/มีส-ทัส/)

เดิมทีสกุลนี้มิได้มีการกำหนดชนิดต้นแบบไว้ ต่อมาภายหลัง ได้มีการการกำหนดให้ Bagrus halapenesis เป็นต้นแบบ แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีนักมีนวิทยาหลายท่านได้ให้การรับรองและนำมาตั้งเป็นชื่อปลาที่ตนเองค้นพบ เช่น เค.ซี. จารายาม ในปี ค.ศ. 1977, ค.ศ. 1978 และค.ศ. 1981, มัวรีซ คอทเทเลท ในปี ค.ศ. 1985, ดับเบิลยู.อี. เบอร์เกส ในปี ค.ศ. 1989 และไทสัน โรเบิร์ตส์ ในปี ค.ศ. 1989 และค.ศ. 1992 เป็นต้น

มีลักษณะโดยรวม คือ มีลำตัวยาว ผิวหนังเรียบ หัวแบน นัยน์ตาเล็ก ปากกว้าง รูปปากตัดตรง ขากรรไกรบนยาวกว่าขากรรไกรล่างเล็กน้อย ปากมีริมฝีปากโดยรอบ ฟันที่ขากรรไกรเป็นซี่เล็กละเอียด ฟันที่กระดูกเพดานเรียงเป็นแผ่นโค้งเล็กน้อย ช่องเหงือกกว้าง โดยเฉพาะด้านล่าง หนังริมกระดูกแก้มทั้งสองข้างแยกจากกันเป็นอิสระไม่ติดกับเอ็นคาง กระดูกกะโหลกบางชนิดไม่เรียบและมีร่องที่กึ่งกลางกะโหลก กระดูกท้ายทอยส่วนหลังยื่นยาวเป็นกิ่ง บางส่วนเปลือย และบางส่วนซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง มีหนวด 4 คู่ คือ หนวดขนาดเล็กและที่สั้นจมูก 1 คู่ หนวดที่ริมปากบนยาวเลยหัว 1 คู่ และมีหนวดที่คางสั้นกว่าความยาวหัว 1 คู่ ครีบหลังมีด้านครีบเดี่ยวที่ขอบจักเป็นฟันเลื่อย 1 ก้าน และครีบแขนง 6 ก้าน มีครีบไขมัน 1 ก้าน ครีบอกมีก้านครีบเดี่ยวเป็นเงี่ยงแข็งขอบจักเป็นฟันเลื่อย ปลายครีบยาวไม่ถึงฐานของครีบท้อง ครีบหางเว้าเป็นแฉกลึกแยกเป็น 2 แฉก แต่ขนาดไม่เท่ากัน โดยปลายแฉกบนในบางชนิดแยกออกมาเป็นครีบเดี่ยวที่เรียวยาวเหมือนหางเปีย

ในอดีต ปลากดในสกุลมิสทัสนี้เคยรวมอยู่เป็นสกุลเดียวกันกับ Bagrus, Hemibagrus และSperata แต่ต่อมาได้มีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร จึงมีการจับแยกกันในปัจจุบัน ซึ่งปลาในสกุลมีสทัสนี้ถือว่าเป็นปลาที่มีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ในภาษาไทยอาจเรียกชื่อสามัญได้ว่า "ปลาแขยง"[8]

พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่เอเชียใต้จนถึงเอเชียอาคเนย์

โดยในปี ค.ศ. 1989 ดับเบิลยู.อี. เบอร์เกส ได้รายงานว่าทั่วโลกมีปลาในสกุลนี้มากกว่า 37 ชนิด ในประเทศไทย เดิมทีนั้น ฮิว แมคคอร์มิค สมิธ ได้รายงานในหนังสือ Fishes of Thailand ว่ามี 9 ชนิด ที่ออกเผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1945 ต่อมา โชติ สุวัตถิ รายงานว่ามี 11 ชนิด ในปี ค.ศ. 1981 ต่อมา สุภาพ มงคลประสิทธิ์ และคณะรายงานว่ามี 13 ชนิด เมื่อปี ค.ศ. 1987[9]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Ng, Heok Hee (March 2005). "Two new bagrid catfishes (Teleostei: Bagridae) from the Alas River drainage, northern Sumatra". Ichthyol. Explor. Freshwaters. 16 (1): 83–92. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 Chakrabarty, Prosanta (2005). "The identity of catfishes identified as Mystus cavasius (Hamilton, 1822) (Teleostei: Bagridae), with a description of a new species from Myanmar" (PDF). Zootaxa. 1093: 1–24. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  3. Ng, Heok Hee; Buth, D. G. (2003). "Mystus impluviatus: A New Species of Bagrid Catfish (Teleostei: Bagridae) from Eastern Borneo". Copeia. 2003 (2): 373–378. doi:10.1643/0045-8511(2003)003[0373:MIANSO]2.0.CO;2.
  4. "Mystus Micracanthus at Fishbase". สืบค้นเมื่อ 2008-12-07.
  5. Ng, Heok Hee (2002). "The identity of Mystus nigriceps (Valenciennes in Cuvier & Valenciennes, 1840), with the Description of a New Bagrid Catfish (Teleostei: Siluriformes) from Southeast Asia" (PDF). The Raffles Bulletin of Zoology. 50 (1): 161–168.
  6. Ng, Heok Hee (2001). "Mystus punctifer, a New Species of Bagrid Catfish (Teleostei: Siluriformes) from Northern Sumatra" (PDF). The Raffles Bulletin of Zoology. 49 (2): 355–358. Unknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  7. Ferraris, Carl J., Jr. (2007). "Checklist of catfishes, recent and fossil (Osteichthyes: Siluriformes), and catalogue of siluriform primary types" (PDF). Zootaxa. 1418: 1–628.
  8. สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์, สาระน่ารู้ปลาน้ำไทย เล่ม ๑ (พ.ศ. 2547) หน้า 242 ISBN 974-00-8701-9
  9. เอกสารดาวน์โหลด (ไทย)