วัดพระเขี้ยวแก้ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
วัดพระเขี้ยวแก้ว
Zahntempel Kandy.jpg
หน้าหมู่พระวิหารประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดพระเขี้ยวแก้ว
ที่ตั้ง กัณฏิ ประเทศศรีลังกา
นิกาย เถรวาท มหานิกาย (นิกายสยามวงศ์)
เจ้าอาวาส พระมหาสังฆนายกสยามวงศ์ ฝ่ายมัลวัตตะ, และพระมหาสังฆนายกสยามวงศ์ ฝ่ายอัสคิริยะ (เป็นผู้ดูแลสลับกันทุกปี)
เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำขวาของพระพุทธเจ้า
การถ่ายภาพ ห้ามถ่ายภาพองค์พระสถูปประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วภายในพระคันธกุฎีวิหาร, ห้ามถ่ายภาพหันหลังให้พระพุทธรูป

วัดศรีทัลฒามัลลิกาววิหาร (สิงหล: ශ්‍රී දළදා මාළිගාව) หรือวัดพระเขี้ยวแก้วเมืองกัณฏิ เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท (สยามวงศ์) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบกัณฏิ เมืองกัณฏิ ประเทศศรีลังกา เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วเบื้องต่ำขวาของพระพุทธเจ้า และมีส่วนให้เมืองกัณฏิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก[1]

วัดพระเขี้ยวแก้ว สร้างโดยพระเจ้าวิมลธรรมสุริยะที่ 1 พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุดท้ายของประเทศศรีลังกา[1] ในปี พ.ศ. 2138 โดยตัววัดตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ เคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังโบราณ เนื่องจากความเชื่อของชาวสิงหลที่เชื่อว่าผู้ที่รักษาพระเขี้ยวแก้วไว้ย่อมถือว่ามีสิทธิชอบธรรมในการเป็นปกครองอาณาจักรมาแต่โบราณ

ปัจจุบันวัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลของพระมหาสังฆนายก สยามวงศ์ ซึ่งมีอยู่สองฝ่าย คือ ฝ่ายมัลลวัตตะ (คามวาสี) และอัสคิริยะ (อรัญวาสี) ซึ่งจะแบ่งกันปกครองรักษาพระเขี้ยวแก้วสลับกันทุกปี โดยพระเขี้ยวแก้วประดิษฐานในพระสถูปประดับอัญมณีขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายชั้น ภายในพระคันธกุฎีวิหารที่มีการป้องกันรักษาเข้มงวดทั้งจากกองกำลังทหารซึ่งประจำการที่วัดและพระสงฆ์ ซึ่งพระสงฆ์จะกระทำพุทธบูชาเป็นประจำทุก ๆ วันในช่วงเช้า เที่ยง และเย็น[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 © UNESCO World Heritage Centre. (2012). Sacred City of Kandy. [on-line]. Available : http://whc.unesco.org/en/list/450
  2. พระธรรมโกศาจารย์. (2550). เยือนสยามนิกายในศรีลังกา. [ออน-ไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php?article_id=626&articlegroup_id=21 เข้าถึงเมื่อ 3-4-55

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]