ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ
กำกับเดวิด โอ.รัสเซล
บทภาพยนตร์เดวิด โอ.รัสเซล
สร้างจากThe Silver Linings Playbook -​ ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ
โดย (แมทธิว ควิก)​
อำนวยการสร้าง
  • ดอนนา จิกลิออตติ
  • บรูซ โคเฮน
  • โจนาธาน กอร์ดอน
นักแสดงนำ
กำกับภาพมาซาโนบุ ทาคายานางิ
ตัดต่อ
ดนตรีประกอบแดนนี เอลฟ์แมน
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายเดอะ ไวน์สตีน คอมปานี
วันฉาย8 กันยายน ค.ศ. 2012 (2012-09-08)(เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต)
พฤศจิกายน 16, 2012 (สหรัฐอเมริกา)
กุมภาพันธ์ 21, 2013 (ประเทศไทย​)
ความยาว122 นาที[1]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้236.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]

ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ (อังกฤษ: Silver Linings Playbook)​ เป็นภาพยนตร์อเมริกัน​แนวโรแมนติก คอมเมดี​-ดรามา ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2012 เขียนบทภาพยนตร์และกำกับการแสดงโดย เดวิด โอ.รัสเซล ดัดแปลงมาจากนวนิยาย​เรื่อง ​The Silver Linings Playbook -​ ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ​ ที่แต่งโดยแมทธิว ควิก นำแสดงโดยแบรดลีย์ คูเปอร์และเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ร่วมด้วยนักแสดงชื่อดังอย่างรอเบิร์ต เดอ นิโร, แจ็คกี วีเวอร์, คริส ทักเกอร์ และ จูเลีย สไตลส์​ ในบทบาทนักแสดงสมทบ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องเกิดขึ้นที่ริดลีย์ พาร์ก, รัฐเพนซิลเวเนีย​ โดย แบรดลีย์ คูเปอร์ รับบทเป็น แพทริก หรือ "​แพท"​ โซลิตาโน จูเนียร์ ชายที่ป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ​(ไบโพลาร์)​ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลจิตเวชและกลับมาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ (แสดงโดย รอเบิร์ต เดอ นีโร และ แจ็คกี วีเวอร์)​ แพทมีความตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองและกลับไปคืนดีกับอดีตภรรยา จนเขาได้พบกับ ทิฟฟานี แม็กซ์เวล (นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์)​ แม่ม่ายสาวที่สามีเสียชีวิต ทำให้เธอมีภาวะซึมเศร้าและอารมณ์รุนแรง โดยเธอต้องกินยาหลายประเภทเช่นเดียวกันกับแพท ทิฟฟานีเสนอที่จะช่วยให้เขาได้คืนดีกับอดีตภรรยาหากเขาตกลงเข้าร่วมการแข่งขันเต้นรำทีมเดียวกันกับเธอ จากการใช้เวลาร่วมกันทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันรวมถึงใกล้ชิดกันมากขึ้น และเกิดเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักระหว่างพ่อของเขาและทิฟฟานี

ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ ถูกนำออกฉายเป็นครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต​ ครั้งที่ 37 ประเทศแคนาดา​ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2012 โดยหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ก็ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์มากมายและประสบความสำเร็จทางรายได้อย่างงดงามเมื่อทำรายได้มากถึง 236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความสำเร็จทั้งคำวิจารณ์และรายได้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์​ถึง 8 สาขา อันรวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม​ โดยนับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกนับจากภาพยนตร์เรื่อง Reds ในปี ค.ศ. 1981 ที่มีนักแสดงในเรื่องถึง 4 คน ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 4 สาขา และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกนับจาก Million Dollar Baby -​ เวทีแห่งฝัน วันแห่งศักดิ์ศรี​ ปี ค.ศ. 2004 ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ทั้ง 5 สาขารางวัลใหญ่ (บิ๊กไฟว์ออสการ์)​ โดยเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ผู้รับบท ทิฟฟานี แม็กซ์เวลล์ ได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม​ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ​อีก 4 สาขา โดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก เข้าชิงรางวัลแบฟตา 3 สาขา โดยเดวิด โอ.รัสเซล ผู้กำกับภาพยนตร์ได้รับร​างวัลแบฟตาใน​สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์​ 4 สาขา, ได้รับรางวัลอินดิเพนเดนต์สปิริตอะวอดส์​ 4 สาขา ได้แก่สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม​ และสาขาการเขียนบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งปีของสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน​ และได้รับรางวัลเอ็มทีวีมูวีแอนด์ทีวีอะวอดส์​ อีก 3 สาขา

นักแสดง[แก้]

  • แบรดลีย์ คูเปอร์ แสดงเป็น แพทริก หรือ "​แพท"​ โซลิตาโน จูเนียร์ อดีตอาจารย์ที่เป็นโรคไบโพลาร์ ต้องหาคดีอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและเลิกกับภรรยา จนต้องเข้าบำบัดในโรงพยาบาลจิตเวชตามคำสั่งศาล[3][4][5]
  • เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ แสดงเป็น ทิฟฟานี แม็กซ์เวลล์ แม่ม่ายสาวที่สามีถูกรถชนเสียชีวิตและตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า โมโหร้ายและบางครั้งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ โดยทิฟฟานีเคยกินยาทางประสาทเช่นเดียวกับแพทและเพิ่งถูกไล่ออกจากงาน[6]
  • รอเบิร์ต เดอ นิโร แสดงเป็น แพท โซลิตาโน ซีเนียร์ พ่อของแพทและเจค เป็นแฟนบอลของฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ผู้ยึดถือโชคลางและสิ่งนำโชคเป็นสิ่งสำคัญ นิยมการเล่นพนันและหารายได้หลักมาจากการแทงพนัน[4][5]
  • แจ็คกี วีเวอร์ แสดงเป็น โดโรเรส โซลิตาโน แม่ของแพทและเจค[7]
  • เชีย วิกแฮม แสดงเป็น เจค โซลิตาโน พี่ชายของแพท
  • คริส ทักเกอร์ แสดงเป็น แดนนี แม็คดาเนียลส์ อดีตพนักงานห้องเอ็กซเรย์ มีอาการสมาธิสั้นและโรควิตกกังวล ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเดียวกับแพทจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
  • จูเลีย สไตลส์ แสดงเป็น เวโรนิกา แม็กซ์เวลล์ พี่สาวของทิฟฟานี[8]
  • จอห์น ออร์ทิซ แสดงเป็น รอนนี เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของแพท เป็นสามีของเวโรนิกาและพี่เขยของทิฟฟานี
  • เชอรีล วิลเลียมส์ แสดงเป็น แม่ของแพทและเวโรนิกา
  • บรีอา บี แสดงเป็น นิกกี อาจารย์ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของแพท

การผลิตและถ่ายทำ[แก้]

การคัดเลือกนักแสดง[แก้]

เดิมที แอนน์ แฮททาเวย์​ เป็นนักแสดงคนแรกที่ได้รับบทเป็นทิฟฟานี แม็กซ์เวลล์ นางเอกของเรื่องแต่เนื่องจากตารางเวลาในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปซ้อนกับตารางเวลาในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด​ ที่เธอกำลังถ่ายทำอยู่ก่อนหน้านี้ เธอจึงขอถอนตัวออกไปในที่สุด[3][9][10] หลังจากนั้นเดวิด โอรัสเซลล์ ได้มองหาผู้ที่จะมารับบทดังกล่าวโดยได้พิจารณานักแสดงชื่อดังอย่าง เอลิซาเบท แบงส์, เคียร์สเต็น ดันสต์, แอนเจลีนา โจลี, เบลค ไลฟ์ลีย์, รูนีย์ มารา, ราเชล แม็กอดัมส์, แอนเดรีย ไรส์โบโร และ โอลิเวีย ไวลด์.[11][12][13][14][15]

ในขั้นแรก โอรัสเซลล์ ไม่คิดว่าเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เหมาะสมที่จะรับบทแม่ม่ายซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องเพราะตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 21 ปี ซึ่งอายุห่างกันมากจากแบรดลีย์ คูเปอร์ พระเอกของเรื่องที่อายุ 37 ปี[11][12] แต่ในการทดสอบเพื่อเข้ารับบทของเธอทำให้เขาเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาที่เกินกว่าอายุ สำหรับการแต่งกายและลักษณะภายนอกของตัวละครทิฟฟานี แม็กซ์เวลล์ มีการออกแบบให้เป็นแฟชันแนวกอทิกร็อก โดยตอนแรกเธอต้องย้อมผมเป็นสีดำและมีการแต่งหน้าแบบกอทิกอย่างชัดเจน แต่ไม่ผ่านการเห็นชอบจากไวน์สตีน จึงได้ปรับเปลี่ยนในขั้นสุดท้ายโดยลดการแต่งหน้าเหลือเพียงการย้อมผมดำและการใช้เครื่องประดับที่มีกลิ่นอายของแฟชั่นแนวกอทิกอย่างไม้กางเขน[16]

สำหรับฉากที่ต้องมีการเต้นรำ เนื่องจากเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และ แบรดลีย์ คูเปอร์ไม่มีประสบการณ์ในการเต้นรำมาก่อน ทีมงานจึงได้ให้ แมนดี้ มัวร์ นักออกแบบท่าเต้นของรายการ โซยูทิงก์ยูแคนดานซ์ มาสอนการเต้นให้พวกเขาโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน โดย แมนดี มัวร์ กล่าวชื่นชมคูเปอร์ว่า "มีความสามารถในการเต้นตามธรรมชาติ" ส่วนลอว์เรนซ์กล่าวถึงฉากที่มีการเต้นรำในห้องบอลรูมว่า "ไม่มีการเต้นสด ไม่ใช่อย่างแน่นอน ฉันเป็นนักเต้นที่แย่มากดังนั้นฉันไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้เลย และเมื่อในที่สุดเราต้องมาเต้นร่วมกัน มันจึงทำให้ฉากเหล่านั้นดูสนุกอย่างที่รู้สึกจริงๆ”

การเผยแพร่จัดจำหน่าย[แก้]

โฮม มีเดีย[แก้]

ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ ออกวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดี​และบลูเรย์ระดับภาพ Full-HD​ ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายน 2013 และให้รับชมผ่านทางระบบวีดีโอออนดีมานด์และ​สตรีมมิง​เช่น อเมซอน ไพรม์ วีดีโอ, แอปเปิลทีวี+, เน็ตฟลิกซ์

ส่วนในประเทศไทยมีการจัดจำหน่ายทั้งรูปแบบดีวีดี ระบบเสียงไทย ดอลบี​ 5.1 และแบบบลูเรย์ ระดับความคมชัดสูง (Full-HD)​ เสียงไทย ดีทีเอส​ เอชดี มาสเตอร์ ออดิโอ 5.1 โดยบริษัทยูไนเต็ด โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ในเดือนพฤษภาคม 2013 และให้รับชมผ่านระบบสตรีมมิง​แบบมีคำบรรยายไทยทางเน็ตฟลิกซ์

อ้างอิง[แก้]

  1. "Silver Linings Playbook". BBFC. November 11, 2012. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ November 9, 2012. สืบค้นเมื่อ December 27, 2012.
  2. 2.0 2.1 "Silver Linings Playbook". Box Office Mojo. IMDb. 2012. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ March 3, 2016. สืบค้นเมื่อ May 3, 2013.
  3. 3.0 3.1 Wales, George (August 2, 2011). "Bradley Cooper joining the Silver Linings Playbook?". TotalFilm.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 12, 2013. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011.
  4. 4.0 4.1 Anderton, Ethan (August 2, 2011). "Bradley Cooper Back on Silver Linings Playbook with Robert De Niro". FirstShowing.net. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 17, 2020. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011.
  5. 5.0 5.1 Fleming, Mike (August 1, 2011). "Bradley Cooper Back In Silver Linings Playbook Talks, Robert DeNiro Too". Deadline.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 16, 2014. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011.
  6. "Jennifer Lawrence to Star in the Silver Linings Playbook". Zimbio.com. พฤศจิกายน 21, 2011. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ ธันวาคม 2, 2013. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 23, 2011.
  7. Kit, Borys (September 26, 2011). "Oscar-Nominated 'Animal Kingdom' Actress in Talks to Join 'Silver Lining Playbook'". The Hollywood Reporter. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 17, 2020. สืบค้นเมื่อ November 19, 2011.
  8. Dew, Blake (October 6, 2011). "Julia Stiles Joins David O. Russell's Silver Linings Playbook". WeGotThisCovered.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ September 17, 2020. สืบค้นเมื่อ October 23, 2011.
  9. Sieczkowski, Cavan (16 January 2014). "Jennifer Lawrence Was Not The First Choice For 'Silver Linings Playbook'". HuffPost. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 22, 2019. สืบค้นเมื่อ June 7, 2020.
  10. "Anne Hathaway & Mark Wahlberg Bailed on Silver Linings Playbook". E! Online. 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 7, 2020. สืบค้นเมื่อ June 7, 2020.
  11. 11.0 11.1 Chris Willman (November 30, 2012). "Silver Linings David O. Russell on How Jennifer Lawrence Skyped Her Way to Oscar Front-Runner". The Wrap. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 7, 2020. สืบค้นเมื่อ September 9, 2019.
  12. 12.0 12.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ StarPulse
  13. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Collider-Wahlberg
  14. Meriah Doty (September 10, 2012). "How Jennifer Lawrence stole her Silver Linings Playbook role". Yahoo.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 16, 2014. สืบค้นเมื่อ January 15, 2017.
  15. Jennifer Vineyard (December 20, 2012). "Party Lines Slideshow: David O. Russell Tells Us Who Else Auditioned for Silver Linings Playbook". Vulture.com. New York magazine. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ March 30, 2020. สืบค้นเมื่อ December 27, 2012.
  16. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NYTimes