ลินเนจ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลินเนจ 2
Lineage2 Gracia Final Poster.jpg
ภาพโปรโมท Graica Final
ชื่ออังกฤษ Lineage II
ค่ายเกม NCsoft
ผู้จัดจำหน่าย NCSoft
ออกจำหน่าย

เกาหลีใต้ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546
สหรัฐอเมริกา 27 เมษายน พ.ศ. 2547

ไทย 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
แนวเกม MMORPG
จำนวนผู้เล่น หลายคน
รูปแบบ ดาวน์โหลด, ดีวีดี
ระบบพื้นฐานที่ต้องการ

ไมโครซอฟท์ วินโดวส์

อุปกรณ์ เมาส์, คีย์บอร์ด, ลำโพง
เว็บไซต์ http://www.lineage2.in.th

ลินเนจ ทู (อังกฤษ: Lineage II, เกาหลี: 리니지 2) เป็นเกมแบบ MMORPG สร้างโดยบริษัท NCsoft ของประเทศเกาหลีใต้ เป็นเกมออนไลน์ 3 มิติ ที่ใช้เอนจินเกม อันเรียล เอนจิน 2.5 ของบริษัท อิพิค เกม (Epic Game) เปิดให้บริการในไทยวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 โดยทรู คอร์ปอเรชั่น

เนื้อเรื่องของเกมเป็นเรื่องที่เกิดก่อนลินเนจภาคแรก 150 ปี บนโลกแฟนตาซีขนาดใหญ่ในอาณาจักรที่ชื่อว่า เอลมอร์อาเดน โดยปัจจุบันประเทศไทยกำลังจะอัปเดตแพตช์ใหญ่ที่มีชื่อว่า Chapter 1 - Awakening: Goddess of Destruction ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องส่วนสุดท้ายของตัวเกม เกี่ยวข้องกับการที่เทพเจ้าแห่งการทำลายล้างนามชิลเลน ได้ตื่นขึ้นจากความมืดมิดหลังจากถูกผนึกพลังของตนเองมาเป็นเวลาร้อยๆ ปี แต่ด้วยเหตุการณ์อุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานคร ทำให้การอัปเดตดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ระบบเกม[แก้]

เกมมีลักษณะเหมือน MMORPG ทั่วๆ ไป โดยที่ผู้เล่นจะสามารถบังคับตัวละครที่สร้างมาจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่มีให้เลือกในเกม 6 เผ่าพันธุ์ (หัวข้อด้านล่าง) และทำการบังคับตัวละครเพื่อต่อสู้กับศัตรูต่างๆ ในพื้นที่เปิดกว้างของเกม โดยจะได้รับค่าประสบการณ์ เพื่อใช้ในการเพิ่มระดับเลเวลของตัวละครผู้เล่นให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป และได้รับเงินในเกม (หน่วยเป็นเอเดนา) สำหรับซื้อหาอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ สำหรับเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวละครของผู้เล่นเอง พร้อมกับพบเจอกับผู้เล่นคนอื่นๆ และกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นมาในเกม

เนื้อเรื่อง[แก้]

นานมาแล้วก่อนที่โลกจะถือกำเนิดขึ้น ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของสุริยะจักรวาล การระเบิดครั้งนั้นแรงระเบิดได้แยกออกเป็นสองส่วนคือขาวกับดำ และก่อให้เกิดเทพีแห่งความสว่างนามไอน์ฮัดซัด และเทพเจ้าแห่งความมืดนามกรังคายน์ สะเก็ดระเบิดที่กระเด็นออกมาได้ตกลงมากลายเป็นผืนแผ่นดิน พลังงานที่เกิดจากการระเบิดก็ได้กลายมาเป็นอากาศและพลังเวทย์ในเวลาต่อมา ท้ายที่สุดสิ่งมีชีวิตเผ่าแรกนามยักษ์ก็ถือกำเนิด และตั้งสัจจะจะเป็นผู้ปกครองดินแดนนี้ต่อไป เพื่อที่จะให้โลกนี้เติมเต็มมากกว่าเดิม ไอน์ฮัดซัดจึงได้ให้ลูกๆ ของตนคือ ชิลเลน, พากรีโอ, มาเฟอร์ และไซน์ฮา แบ่งพลังธาตุของตนออกมาสร้างสิ่งมีชีวิต ชิลเลนที่ได้แบ่งพลังน้ำออกมาทำให้เกิดเผ่าเอลฟ์ พากรีโอที่ได้แบ่งพลังแห่งไฟออกมาทำให้เกิดเผ่าออร์ค มาเฟอร์ที่ได้แบ่งแห่งดินออกมาทำให้เกิดเผ่าดวอร์ฟ และไซน์ฮาที่ได้แบ่งพลังแห่งลมออกมาก็ทำให้เกิดพวกแฟร์รี่ หรือเออร์เธียร์ สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ล้วนก็อยู่ในความปกครองของพวกยักษ์ทั้งสิ้น

กรังคายน์ที่ทนเห็นไอน์ฮัดซัดสร้างสิ่งมีชีวิตและเนรมิตโลกใบนี้อย่างมีความสุขก็เกิดความอิจฉา และอยากสร้างสิ่งมีชีวิตของตนบ้าง จึงได้ออกไปขอพลังจากชิลเลน ชิลเลนที่ไม่มีพลังเหลืออยู่และรอฟื้นพลังอยู่นั้น ได้มอบพลังน้ำที่เสียแล้วให้กับกรังคายน์ กรังคายน์พอใจและออกไปขอพลังจากลูกคนอื่นๆ ต่อ พากรีโอ มาเฟอร์ และไซน์ฮาที่อยู่ในสภาพเดียวกับชิลเลน ก็ได้มอบพลังไฟที่มอดดับ ดินที่แห้งแล้ง และลมที่ไม่เคลื่อนไหวให้ กรังคายน์ยิ้มและพอใจกับพลังที่ตนได้มา จึงเริ่มสรรค์สร้างสิ่งมีชีวิตที่ตนคิดว่าเก่งกาจที่สุด ฉลาดที่สุด และแข็งแรงที่สุดขึ้นมา แต่ทว่าความหวังนั้นกลับไม่เป็นผล สิ่งที่กรังคายน์สร้างขึ้นมานั้น กลับไร้ความสามารถ ทำอะไรก็ไม่เป็น พลังก็ไม่มี สิ่งนั้นถูกขนานนามว่ามนุษย์ กรังคายน์ไม่ใยดีต่อสิ่งที่เขาสร้างขึ้น เมื่อชนเผ่าอื่นต่างอ้อนวอนต่อไอน์ฮัดซัด เพราะทนเห็นการกระทำของพวกมนุษย์ไม่ไหว พวกมนุษย์จึงถูกไอน์ฮัดซัดนำไปขังไว้ที่เกาะพูดได้

และแล้วลางร้ายก็ถือกำเนิดเมื่อชิลเลนบุตรสาวคนโต ไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและมีลูกกับกับกรังคายน์ผู้เป็นบิดาของตน ความที่รู้ไปถึงหูของไอน์ฮัดซัดก็ทำให้นางโกรธมาก และก็ได้ไล่ชิลเลนออกจากการเป็นเทพีแห่งน้ำ และเนรเทศให้ลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ ชิลเลนที่หนีมาอยู่กลางป่า และตกอยู่ในความสิ้นหวัง คำสาป และความเคียดแค้นต่อไอน์ฮัดซัดและกรังคายน์ จนในที่สุดก็ได้กำเนิดปีศาจร้ายออกมา ต่อมานางก็ได้ส่งเหล่าปีศาจที่ตนให้กำเนิดมาเข้าสู่สงครามกับเทพ แต่ท้ายสุดก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ ชิลเลนที่ตกอยู่ในความเศร้าเสียใจอย่างหนักเพราะสูญเสียลูกๆ และความสิ้นหวังต่อการพ่ายแพ้ก็ได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า "ความตาย" นางจึงตัดสินใจสร้างโลกแห่งความตายขึ้น โดยคนที่ตายจากเรื่องนี้ดวงวิญญาณจะไม่ดับสูญ แต่จะถูกอัญเชิญมาให้อยู่ในโลกที่ชิลเลนสร้างขึ้น

ชิลเลนเลือกที่จะใช้งานพวกยักษ์ จึงได้ให้พวกยักษ์ลอบเข้าไปขโมยพลังของไอน์ฮัดซัดออกมา โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือแผนหลอกใช้พวกยักษ์ ในที่สุดพวกยักษ์ก็ทำได้สำเร็จ แต่ก็กลับทำให้เผ่ายักษ์สูญสิ้น ท้ายที่สุดสัญชาตญาณของเทพแห่งการทำลายล้างก็ตื่นขึ้นภายในตัวของชิลเลน เพื่อให้โลกปัจจุบันถึงกาลอวสาน นางจึงเริ่มทำลายโลกโดยการอุทิศตัวให้กับแรงกระตุ้นอย่างรุนแรงที่อยู่ในตัวเอง แต่ทว่าการเคลื่อนไหวนี้ถูกสกัดกั้นจากไอน์ฮัดซัดที่ไม่ต้องการให้โลกที่นางสร้างขึ้นถูกทำลายลงไป จึงได้ใช้พลังเกือบทั้งหมดผนึกชิลเลนเอาไว้ แต่ในกระบวนการดังกล่าวไอน์ฮัดซัดได้เพิ่มพลังของเทพเจ้าผ่านเทวดาอนาคิม และได้ติดต่อกับชูไนมานเพื่อต่อต้านลีลิม อันเป็นอำนาจของชิลเลน ผลคือชิลเลนถูกผนึก และทำให้เชื้อสายของชูไนมานมีพลังควบคุมผนึกของชิลเลนด้วย แต่ทันทีที่ชูไนมานตาย พลังที่ควบคุมผนึกก็เริ่มลดลง ซึ่งเป็นเพราะมนุษย์ที่อยากได้พลังของเทพเจ้ามาครอบครองด้วยเช่นกันนั่นเอง

ท้ายสุดผนึก 4 ใน 7 ก็ถูกปลดได้สำเร็จ และเมื่อเกิดความถึงผนึกที่ 5 ก็ทำให้ชิลเลนตื่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อฟื้นสติได้ชิลเลนก็มุ่งมั่นหาวิธีปลดผนึกที่บรรจุวิญญาณของตัวเอง แต่ก่อนที่จะปลดได้ก็ต้องอาศัยพลังมืดจำนวนมากเพื่อฟื้นพลังให้แข็งแกร่งพอที่จะกำจัดพลังของไอน์ฮัดซัดที่บดบังผนึกเอาไว้ให้ได้ก่อน และนั่นหมายความต้องจะต้องมีการ "บูชายัญครั้งใหญ่" เกิดขึ้น โดยนางได้ใช้เหล่าผู้ติดตามเป็นเครื่องสังเวย และก่อให้เกิดดวงจันทร์แห่งชิลเลนขึ้น ทั่วทั้งดินแดนเอลมอร์อาเดนต่างตื่นเต้นกับการปรากฏของดวงจันทร์แห่งชิลเลน และความหวาดกลัว ท้องฟ้าที่ถูกครอบคลุมด้วยแสงสีเลือด ราชาแห่งอาเดนจึงได้สั่งให้ตรวจสอบเรื่องราวของชิลเลน และยังได้จัดตั้งกองกำลังเพื่อต่อต้านอำนาจของชิลเลน แต่เขาที่ยืนอยู่ในด้านตรงข้ามกับเทพเจ้า เขารู้ดีว่าการกระทำต่างๆ ก็เปล่าประโยชน์

และแล้วไอน์โฮบาร์ตก็มาหาเขาในขณะที่เขากำลังตกอยู่ในความกังวล โดยกล่าวว่าหากมีพลังของยักษ์ที่แสดงฝีมือเอาไว้ในสงครามกับเหล่าเทพในอดีต และหากบุคคลที่รับพลังนั้นได้ปรากฏก็สามารถหยุดยั้งการล่มสลายของโลกนี้ได้

เผ่าพันธุ์ในเกม[แก้]

เผ่าพันธุ์ที่สามารถเลือกเล่นได้[แก้]

ประกอบไปด้วย 7 เผ่าพันธุ์ ที่ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นได้เมื่อเริ่มสร้างตัวละครใหม่ในเกม

  • เผ่ามนุษย์ เกิดขึ้นจากพลังที่เสียแล้วแห่งธาตุทั้งสี่รวมถึงพลังมืดของกรังคายน์ มนุษย์จึงเป็นเผ่าที่อ่อนแอ ไร้น้ำยา และไม่สามารถทำอะไรได้ ไอน์ฮันซัดที่เห็นผลงานที่แย่ที่สุดของกรังคายน์ จึงสร้างเกาะพูดได้ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ขึ้นมาและให้พวกมนุษย์ไปรวมอยู่ในที่แห่งนั้น แต่หลังจากร่วมมือกับพวกเอลฟ์ ก็สามารถเรียนรู้วิทยาการต่างๆ ได้อย่างดีที่สุด จนในที่สุดเผ่ามนุษย์ก็สามารถยึดครองดินแดนเอลมอร์อาเดนได้ทั้งหมด สามารถใช้เวทมนตร์และอาวุธต่างๆ ได้หลากหลาย มีค่าสถานะค่อนข้างสมดุล
  • เผ่าเอลฟ์ เกิดขึ้นจากพลังแห่งน้ำของชิลเลน และพลังในการสร้างสิ่งมีชีวิตของไอน์ฮันซัด เป็นเผ่าพันธุ์แห่งน้ำ แต่ปัจจุบันนับถือเทพอีวาแทน เพราะชิลเลนถูกเนรเทศออกจากการเป็นเทพแห่งน้ำ และถูกผนึกเอาไว้ในเบื้องลึกที่สุดของโลก เป็นเผ่าพันธุ์แรกๆ ที่ประกาศทำสงครามและสร้างอาณาเขตของตน และทำให้สงครามระหว่างออร์คและเอลฟ์ยืดเยื้อมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนในที่สุดพวกมนุษย์ที่มาก้มลงกราบต่อผู้นำเผ่าเอลฟ์ ให้ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาการของเผ่าแก่เผ่ามนุษย์ เผ่าเอลฟ์จึงถูกลดความสำคัญในการทำสงครามลง เพราะพวกมนุษย์สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัวไปโดยปริยาย พวกเอลฟ์จึงถอดใจจากสงคราม และกลับไปใช้ชีวิตในป่าอย่างสงบสุขตามเดิม เป็นภูตที่มีสติปัญญาสูงและชีวิตที่ยาวนาน มีรูปร่างที่สวยงาม มีสติปัญญาเป็นเลิศ มีค่าสถานะที่เน้นไปทางด้านความเร็ว แต่มีพลังโจมตีค่อนข้างน้อย
  • เผ่าดาร์คเอลฟ์ เกิดขึ้นจากกลุ่มบราวน์เอลฟ์ที่ต้องการพลังที่จะใช้ในการต่อสู้กับพวกมนุษย์ มักดูถูกเผ่าเอลฟ์ที่ยอมแพ้ต่อสงคราม แต่หลังจากที่ถูกนักเวทย์เผ่ามนุษย์คนหนึ่งเสนอยื่นพลังด้านมืดให้ โดยแลกกับความเป็นอมตะของเผ่าเอลฟ์ กลุ่มบราวน์เอลฟ์จึงกลายเป็นภูตที่ถูกสาปจากการทรยศจากเผ่าดังเดิมของตนคือ เอลฟ์ และได้ประกาศสงครามกับเผ่าเอลฟ์เรื่อยมา นับถือเทพแห่งความตายชิลเลนเป็นเทพเจ้า และเฝ้ารอวันที่นางจะฟื้นคืนชีพ แต่หลังจากที่นางฟื้นคืนชีพขึ้นมา นางกลับไม่ใยดีต่อผู้ที่นับถือนาง และเป้าหมายของนางคือการทำลายล้างโลกนี้ให้สูญสิ้น เผ่าดาร์คเอลฟ์จึงตาสว่างและหันไปนับถือไอน์ฮันซัดแทน มีรูปร่างที่สวยงามแต่มีช่วงชีวิตที่สั้นกว่าเอลฟ์เพราะการต้องสาป จึงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าเอลฟ์ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ได้ต่อไป มีค่าสถานะเน้นด้านพลังโจมตีค่อนข้างสูง แต่ค่อนข้างบอบบาง มีพลังชีวิตน้อย
  • เผ่าออร์ค เกิดขึ้นจากพลังแห่งไฟของพากรีโอ และพลังในการสร้างสิ่งมีชีวิตของไอน์ฮันซัด เป็นเผ่าพันธุ์แห่งไฟ นับถือเทพพากกรีโอ เป็นชนเผ่าแรกๆ ที่ต้องการทำสงครามกับพวกเอลฟ์หลังจากที่พวกเอลฟ์มีชัยในหลายๆ จุดของอาเดน แต่หลังจากพ่ายแพ้ให้กับพันธมิตรใหญ่มนุษย์และเอลฟ์ พวกออร์คจึงได้ดูถูกพวกเอลฟ์ว่าผู้ที่ร้ายกาจที่สุดหามิใช่เผ่าของตนเอง แต่เป็นพวกมนุษย์ที่พวกเอลฟ์ให้ความร่วมมือด้วยต่างหาก ด้วยเหตุนี้เผ่าเอลฟ์จึงถอนตัวจากสงครามและให้เผ่ามนุษย์ทำสงครามกับพวกออร์คตามลำพัง ท้ายที่สุดพวกออร์คจึงต้องย้ายถิ่นฐานกลับไปยังเอลมอร์ตามเดิม มีร่างกายที่แข็งแกร่งใหญ่โตทรงพลังมากที่สุดในบรรดาทุกเผ่า เป็นเผ่าที่มีลักษณะเด่นในการรบสูงมาก เนื่องจากมีค่าสถานะที่เน้นเรื่องพลังป้องกัน และพลังชีวิต
  • เผ่าดวอร์ฟ เกิดขึ้นจากพลังแห่งดินของมาเฟอร์ และพลังในการสร้างสิ่งมีชีวิตของไอน์ฮันซัด เป็นเผ่าพันธุ์แห่งดิน นับถือเทพมาเฟอร์ เป็นชนเผ่าที่สามารถเรียนรู้วิทยาการแห่งการสร้างเครื่องมือและอาวุธเพียงเผ่าเดียว เปรียบเสมือนเป็นกองหนุนหลังของสงครามของพวกเอลฟ์และพวกออร์ค ไม่สังกัดฝักฝ่ายใด และเสนอสร้างอาวุธสงครามให้ทุกเผ่าอย่างเท่าเทียมกัน จนสงครามยุติ พวกดวอร์ฟจึงกลับไปใช้ชีวิตที่เหมืองมิธริลตามเดิม แต่หลังจากที่ชิลเลนได้ปลุกเอิร์ธวอร์มออกมาจากเหมืองมิธริล เพื่อมาทำลายเผ่าพันธุ์ดวอร์ฟให้สูญสิ้น เผ่าพันธุ์ดวอร์ฟจึงตัดสินใจต่อสู้อย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเอิร์ธวอร์มได้ ผู้ที่เหลือรอดจึงได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ร่วมกับเผ่ามนุษย์ที่หมู่บ้านเกาะพูดได้แทน มีความสามารถในการทำการค้าและแสวงหาสิ่งล้ำค่าได้ ซึ่งไม่เผ่าใดที่สามารถทำได้เหมือน
  • เผ่าคามาเอล เป็นเผ่าพันธุ์โบราณที่เกิดขึ้นจากการวิจัยเทคโนโลยีที่จะใช้ในการต่อกรกับเทพเจ้าของพวกยักษ์ เป็นภูตที่มีปีกเป็นสัญลักษณ์เด่นมีรูปร่างที่สวยงามพอๆ กับเอลฟ์ แต่หลังจากที่พวกยักษ์พ่ายแพ้ให้กับเทพเจ้า เผ่าพันธุ์นี้จึงถูกลงโทษด้วยการเด็ดปีกออก 1 ข้าง และผนึกเอาไว้ในเกาะจิต ปัจจุบันด้วยพลังเวทย์ที่อ่อนแรงลงทำให้ผนึกที่ผนึกเกาะจิตไว้เริ่มเสื่อมคลาย จนในที่สุดพวกคามาเอลก็ได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างอิสระอีกครั้งโดยการนำของผู้นำเผ่าคนปัจจุบัน แต่หลังจากที่ชิลเลนได้ดึงเอาเอ ซากีร่าลงมาถล่มหมู่บ้านเกาะพูดได้ จิตใจของคามาเอลที่ถูกสร้างตั้งแต่ปฐมกาลเริ่มได้ยินเสียงเรียกของผู้นำเผ่ายักษ์ที่เปรียบเสมือนเป็นนายของตัวเอง แต่กับพวกที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงหลัง ไม่ค่อยมีผลนักจึงไม่ค่อยได้ยินเสียงของนายของตน เมื่อเกิดความเห็นขัดแย้งกัน ผู้นำเผ่าคนปัจจุบันจึงตัดสินใจมีคำสั่งให้ปลดปล่อยให้กับคามาเอลแต่ละคน โดยให้เลือกทางเดินที่ตัวเองควรจะเดินนั่นก็คือจะเลือกกลับไปรับใช้เหล่ายักษ์ หรือเลือกที่จะเดินทางตามความอิสระของตนเอง เผ่านี้มีพลังที่สามารถแปลงร่างได้มีวิชาที่แตกต่างหลากหลาย รวมถึงความเร็วที่สูงและพลังโจมตีที่ค่อนข้างแรง
  • เผ่าเออร์เธียร์ เกิดขึ้นจากพลังแห่งลมของไซน์ฮา และพลังในการสร้างสิ่งมีชีวิตของไอน์ฮันซัด เป็นเผ่าพันธุ์แห่งลม นับถือเทพไซน์ฮา เดิมทีเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอิสระในชีวิตสูง ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ซึ่งหลังจากการถูกตามล่าโดยพวกออร์ค เผ่าเออร์เธียร์ก็ได้หนีและซ่อนตัวอยู่ในอีกมิติหนึ่งของดินแดนเอลมอร์อาเดน เพื่อไม่ให้พวกออร์คสามารถตามจับพวกเขามาเป็นทาสสงครามได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชิลเลนที่ได้เริ่มพิธีบูชายัญครั้งใหญ่ไปแล้วนั้น ก็ส่งผลกระทบต่อมิติที่พวกเออร์เธียร์ซ่อนตัวอยู่ ทำให้พวกเออร์เธียร์ต้องออกมาต่อสู้กับความชั่วร้ายเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดเด่นของพวกเออร์เธียร์ก็คือเป็นเพศหญิงทั้งหมด มีพละกำลังในการโจมตีสูง แต่อ่อนแอต่อสิ่งรอบข้าง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อพวกเออร์เธียร์ถูกจับแล้วก็จะตายทันที

เผ่าพันธุ์ที่ไม่สามารถเลือกเล่นได้ แต่เกี่ยวข้องกับตำนานของเกม[แก้]

  • เผ่ายักษ์ เป็นเผ่าแรกสุดที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเกิดของเทพเจ้าแห่งแสงไอน์ฮันซัดและเทพเจ้าแห่งความมืดกรังคายน์ แรกเริ่มเดิมทีเผ่ายักษ์ตั้งสัจจะเอาไว้ว่า จะนับถือไอน์ฮันซัดและกรังคายน์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดตนขึ้นมาเป็นเทพเจ้า และจะขอปกป้องดินแดนเอาไว้ให้เป็นระเบียบที่สุด แต่หลังจากที่ชิลเลนถูกเนรเทศออกมาจากการเป็นเทพแห่งน้ำ ชิลเลนที่เคียดแค้นไอน์ฮันซัดผู้เป็นมารดา และกรังคายน์ผู้เป็นบิดา และยังเป็นผู้ที่ทำให้ชีวิตของนางต้องตกต่ำถึงขีดสุดแบบนี้ นางจึงตัดสินใจที่จะใช้พวกยักษ์ ให้เข้าไปขโมยพลังของไอน์ฮันซัดมาเป็นของตน จึงได้ตัดสินใจเสนอพลังแห่งเทพเจ้า ซึ่งเป็นพลังที่มิอาจหาสิ่งอื่นไดมาเทียบได้เลยแม้แต่นิดเดียว กับพวกยักษ์ โดยให้ยักษ์ลอบเข้าไปขโมยพลังของไอน์ฮันซัดออกมา ในที่สุดพวกยักษ์ก็สามารถขโมยพลังของไอน์ฮันซัดออกมาได้ แต่ทว่าไอน์ฮันซัดที่รู้สึกตัว ก็บีบบังคับให้พวกยักษ์นั้นคืนพลังให้ มิเช่นนั้นตนจะทำลายล้างเผ่ายักษ์ลงเสีย พวกยักษ์ที่ปฏิเสธคำขอของไอน์ฮันซัด จึงได้รับผลตอบแทนอย่างสุดทรมาณ ยักษ์แต่ละตนถูกไอน์ฮันซัดฆ่าตาย พวกที่เหลือก็ต่างพากันหนีเอาชีวิตรอดแทบไม่ได้ ก็ได้ขอร้องให้กรังคายน์ช่วยหยุดการกระทำสุดบ้าบิ่นของไอน์ฮันซัดลง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะแม้แต่กรังคายน์ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะวิจัยพวกคามาเอลออกมาได้ แต่ก็ไม่เป็นผลดี แถมยังทำให้สงครามเลวร้ายลงไปอีก ในที่สุดพวกยักษ์ตัดสินใจที่จะท้าทายกับพลังโบราณของตน จึงได้รับเอาพลังโบราณดังกล่าวเข้ามา แต่แล้วก็ไม่สามารถทนรับพลังนั้นเอาไว้ได้ และล้มตายไปทีละตน ท้ายที่สุดพวกยักษ์ก็สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ลง โดยยักษ์ตนสุดท้ายนามเฮรูมันคอส ที่เป็นผู้นำเผ่าคนปัจจุบัน ถูกไอน์ฮันซัดผนึกเอาไว้ในใจกลางที่ลึกที่สุดของเอ ซากีร่าตลอดกาล แต่เมื่อชิลเลนที่ตื่นขึ้นจากความมืด และได้ดึงเอ ซากีร่าลงมาถล่มโลกมนุษย์นั้น ชิลเลนก็ได้ใช้พลังปลุกเฮรูมันคอสขึ้นมา และทำให้เฮรูมันคอสมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ชิลเลนจึงทวงถามถึงพลังของไอน์ฮันซัดที่ไปขโมยมา แต่สายไปเสียแล้ว เพราะว่าเฮรูมันคอสที่รู้ตัวว่าถูกชิลเลนหลอกใช้ ได้เอาพลังดังกล่าวไปซ่อนเอาไว้ในมิติที่ไม่มีใครสามารถหาเจอได้อีกแล้ว และตัดสินใจร่วมมือกับพวกมนุษย์ในการที่จะโค่นอำนาจอันโหดร้ายของชิลเลนลง ด้วยการนำพลังโบราณที่เคยใช้กับเผ่าของตนมาทดลองใช้กับพวกมนุษย์ และผลก็คือ พวกมนุษย์สามารถทนรับพลังนั้นได้ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นไปอีกด้วย
  • เผ่ามังกร เดิมทีคือเทพเจ้าเหมือนกับไอน์ฮันซัดและกรังคายน์ และยังเป็นลูกแท้ๆ ของชิลเลนกับกรังคายน์ แต่หลังจากที่ไอน์ฮันซัดรู้เรื่องความสัมพันธ์ของชิลเลนและกรังคายน์ ก็ได้สาบส่งให้เทพเจ้ากลุ่มนั้น กลายเป็นปีศาจร้ายที่ไม่มีใครสามารถต่อกรได้ ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นมังกรในเวลาต่อมา

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

เว็บไซต์เกมของไทยอย่างเป็นทางการ