รายชื่อบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นี่คือ รายชื่อนิยายวิทยาศาสตร์ไทย

เรื่องสั้น[แก้]

เรื่องย่อ เรื่องราวเกี่ยวกับโลกในอีกมิติหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนโลกของเราทุกอย่าง แต่เป็นโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสลับกันเป็นตรงกันข้าม ซึ่งในเนื้อเรื่องกล่าวถึง สันต์ เดชานนท์ นักข่าวที่ทำงานทางด้านเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หนุ่มใหญ่วัย 30 เศษ และ รติพร อรุณพงศ์ หญิงสาวคู่หมั้นกำลังนั่งดูดาวบนท้องฟ้าในคืนเดือนมืดแห่งรติกาลหนึ่ง แล้วจู่ ๆ พลันก็มีเหตุการณ์ประหลาดไม่คาดคิดเกิดขึ้น คือ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ของคืนหนึ่งในเดือนกรกฎาคม อันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ที่บริเวณเนินเขาด้านท้ายหมู่บ้านหินกอง ริมถนนมิตรภาพ ในจังหวัดสระบุรี มองเห็นข้ามตัดท้องทุ่งนากว้างออกไป จู่ ๆ ได้เกิดมีเหตุการณ์ประหลาด คือ ได้มีประตูโค้งสีรุ้ง ซึ่งเป็นประตูซึ่งเชื่อมต่อมิติระหว่างโลกของเราที่อาศัยกันอยู่นี้ได้เชื่อมต่อกับโลกที่อยู่ในอีกมิติหนึ่งที่เป็นมิติที่อยู่คู่ขนานกับโลกของเรา แต่เป็นโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับด้าน กลับหัวกลับหาง กลับเป็นตรงกันข้ามหมด สันต์ และ รติพร ได้เห็นผู้รุกรานที่มาจากโลกคู่ขนานนี้ ซึ่งมียานบินรูปร่างแปลก ๆ ลักษณะคล้ายรถถังขนาดใหญ่ ไม่มีล้อและกองกำลังทหารหลายร้อยคน ได้ปรากฏตัวขึ้นและออกมาจากประตูโค้งสีรุ้งนี้ สันต์ และ รติพร เห็นแอบมองเห็นเหตุการณ์โดยตลอด และได้รีบนำข่าวนี้ ไปแจ้งแก่ทางฝ่ายบ้านเมือง และในคืนนั้นเอง เวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 กองกำลังทหารของไทย และ กองทัพจากผู้รุกรานที่มาจากต่างมิติที่เป็นโลกคู่ขนาน ก็ได้ประจันหน้ากันบนถนนมิตรภาพ ห่างกันประมาณ 20 เมตร ณ ตำแหน่งห่างจากดอนเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากชุมชนวังน้อยบนถนนมิตรภาพ ประมาณ 6 กิโลเมตร กองกำลังฝ่ายไทยทั้งหมดอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ พลเอกสามารถ เจนรบ จากกองบัญชาการทหารสูงสุด และแล้วกองกำลังลึกลับจากต่างมิติและกองกำลังฝ่ายไทยก็ได้เกิดปะทะกัน โดยที่กองกำลังทหารของฝ่ายไทยโดนเปิดฉากโจมตีก่อน และดูเหมือนว่าจะทำอะไรไม่ได้ เพราะ กองทัพผู้รุกราจากต่างมิติ มีอาวุธทำลายล้างที่เป็นลำแสงสีน้ำเงินและเทคโนโลยีที่ทันสมัยล้ำหน้ากว่ามาก คือ ทั้งยานบิน และพลทหารทุกนาย ต่างก็จะมี เกราะสนามพลัง ที่มีแสงรัศมีสีเขียว ห่อหุ้มป้องกันอันตรายอยู่รอบตัว ทุกคน และที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสันต์ ได้ทราบว่า ขณะนี้ โลกทั้งโลก ดูเหมือนจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานที่มาจากต่างมิตินี้กันหมด ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่เจริญก้าวหน้าอย่างสหรัฐอเมริกา หรือ ประเทศเยอรมนีที่เป็นประเทศที่อยู่ในโลกเดียวกันกับสันต์ เอง โดยที่ฝ่ายทางประเทศอเมริกานั้น ถึงขนาดใช้อาวุธนิวเคลียร์เข้าจัดการต่อผู้รุกราน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่โลกของสันต์ตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่นั้น สันต์ก็ได้คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะพยายามช่วยกู้สถานการณ์เอาไว้ให้ได้ และแล้ว เขาก็ได้คิดว่า จะแอบเข้าไปดูว่ามีอะไรอยู่ภายในที่ประตูโค้งสีรุ้งนั้น เขาและรติพร ได้พากันแอบเข้าไปภายในประตูโค้งสีรุ้งของผู้รุกรานจากต่างมิตินั้น และได้เห็นสภาพภายในเป็นตึกรามอาคารทันสมัยแปลกตา มีเครื่องจักรและหุ่นยนต์กำลังทำงานอย่างไม่สนใจเขาและรติพรอยู่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และทันใดหน่วยของกองทหารของผู้รุกรานจากต่างมิตินั้น ก็ได้เห็นเขาและรติพรกำลังเดินเข้าไปภายในประตูโค้งนั้น เขาและรติพร ได้วิ่งหนีหน่วยทหารเหล่านั้นเข้าไปภายในประตู่มิตินั้นทันที การตามไล่ล่าก็เริ่มขึ้น เขาและรติพร ได้หนีการไล่ล่านั้นอย่างสุดชีวิต และแล้ว ก็ได้พบกับ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เป็น "หน่วยต่อต้านขบวนการใต้ดินปลดแอก" โดยบังเอิญ ทำให้ในที่สุด สันต์ และ รติพร ก็ได้ทราบความจริงที่ว่า โลกใหม่นี้เป็นอีกโลกหนึ่งเสมือนกับโลกแฝดอยู่ในอีกมิติหนึ่ง เป็นโลกคู่ขนานกับโลกบ้านเกิดของเขากับรติพร โลกแฝดในมิติคู่ขนานกับโลกบ้านเกิดของสันต์ มีพัฒนาการ และประวัติศาสตร์ทั้งที่คล้ายคลึงและแตกต่างกัน ที่คล้ายคลึงกันคือ ธรรมชาติของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แสวงหาอำนาจ กดขี่ เข่นฆ่ากัน และสงครามโลกบนโลกใหม่สำหรับสันต์นี้ ก็เกิดมาแล้ว 2 ครั้งเช่นกัน สาเหตุและผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 ในโลกใหม่นี้และในโลกของสันต์ก็คล้ายคลึงกัน แต่ทว่า... ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝ่ายผู้ก่อสงคราม คือ เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น เป็นฝ่ายชนะ สาเหตุเพราะ เกราะ "สนามพลัง" ที่นักวิทยาศาสตร์เยอรมันคิดค้นขึ้นได้ในระหว่างสงคราม จึงทำให้สงครามโลกยุติลงอย่างรวดเร็ว สันต์และรติพร ได้รับการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในโลกคู่ขนานนี้ขณะที่กำลังอยู่ในห้องใหญ่ใต้ดินแห่งหนึ่ง ห่างไกลจากจุดที่เขาและรติพรได้เดินทางทะลุผ่านประตูโค้งสีรุ้งเข้าสู่โลกคู่ขนานนี้ โดยฝ่ายที่ชนะนี้ ได้ทำการรบพุ่งกันเองอีก และประเทศเยอรมนีก็ได้เป็นผู้ชนะสงครามโลกในท้ายที่สุด และหลังจากนั้นก็ได้ทำการปรับเปลี่ยนระบบการปกครองโลกมิติคู่ขนานนี้ขึ้นใหม่ ภาษาทางการคือ ภาษาเยอรมันใหม่ ภาษาอื่น ๆ ถูกห้ามหมด เผ่าพันธุ์เชื้อชาติของมนุษย์โลกถูกจัดระบบขึ้นใหม่ เชื้อสายเยอรมันแท้เป็นเชื้อสายชนชั้นระดับหนึ่งของโลก ประชากรระดับสองของโลก คือ เชื้อสายลูกผสมระหว่างชนชาติเยอรมันกับชนชาติอื่น ๆ ทั้งหมด เชื้อสายบริสุทธิ์ของชนชาติอื่นเกือบจะไม่เหลืออยู่เลย หรือ เป็นประชากรระดับสามต่ำสุด โลกคู่ขนานนี้ ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการโดยสมบูรณ์ แต่มนุษย์ในโลกไหนก็ตาม ต่างก็ไม่ชอบการกดขี่ ไม่ชอบการถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ดังนั้น ขบวนการใต้ดินปลดแอกโลกจึงเกิดขึ้น หน่วยต่อต้านใต้ดินที่ประกอบด้วยชนชั้นระดับสามของโลก ซึ่งการต่อสู้ได้ดำเนินการมาเป็นเวลานานเกือบ 30 ปีแล้ว แต่ก็ดูจะไม่เห็นหนทางชนะของฝ่ายต่อต้าน เนื่องด้วย ความแตกต่างด้านอาวุธ และสภาพความเป็นอยู่ แต่ฝ่ายต่อต้านก็ยังไม่ยอมแพ้ และก็เป็นโชคดีของสันต์กับรติพรเอง ที่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยใต้ดิน ขณะถูกตามไล่ล่าโดยทหารนาซีโลกคู่ขนานได้อย่างหวุดหวิด สันต์ก็ได้เล่าเรื่องราวของโลกของเขาที่จากมา ให้ขบวนการใต้ดินได้ฟังและต่างพากันตื่นเต้นมาก เมื่อทราบว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรในโลกบ้านเกิดของสันต์ เป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่า มีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นยอมแพ้ ซึ่งสันต์ก็ต้องประหลาดใจมากเมื่อทราบว่า ในโลกมิติคู่ขนานนี้ ยังไม่รู้จักพลังงานนิวเคลียร์กัน ยังไม่สามารถนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ ทั้งในรูปแบบของสงครามและการรับใช้มนุษย์ ซึ่งอาวุธนิวเคลียร์นั้น นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายต่อต้านก็ได้กำลังพยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่ระหว่างสงคราม แต่ได้แพ้สงครามไปเสียก่อน เมื่อฝ่ายเยอรมันได้สร้างเกราะสนามพลังได้สำเร็จ สันต์ได้ถูกซักถามถึงหลักการสำคัญของระเบิดนิวเคลียร์โดย หัวหน้าหน่วยขบวนการใต้ดินคนหนึ่ง ที่มีอายุค่อนข้างมาก ที่มีชื่อเป็นรหัสประจำตัวว่า "อัล-4" ที่พูดภาษาไทยได้ค่อนข้างดีด้วยสำเนียงแปร่ง ๆ ซึ่ง อัล-4 ก็ได้แปลคำพูดของสันต์ให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ระดับชั้นหัวกะทิได้ฟัง และต่างก็ตื่นเต้นกันมาก และปรึกษากันว่าไม่ใช่หนทางที่ง่ายนักที่จะสร้างระเบิดชนิดนี้ขึ้นมา รวมถึงการค้นหาวิธีที่จะเอาชนะเกราะสนามพลังที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่แล้ว สันต์ก็ต้องตื่นเต้นและตกตลึงมาก เมื่อทราบว่า ขบวนการใต้ดินของโลกคู่ขนานนี้ ได้สร้าง "ยานเวลา" ขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์อันเป็นความหวังอย่างหนึ่งของฝ่ายต่อต้าน และแล้ว เจ้าสิ่งประดิษฐ์สิ่งนี้นี่เอง ที่ทำให้สันต์มองเห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง เข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งความหวังที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขา.... ซึ่งสันต์เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่า เพราะยานเวลานี้ ขบวนการต่อต้านใต้ดินสามารถจะเดินทางย้อนเวลาไปสู่อดีต ไปสู่กาลเวลาก่อนชัยชนะของฝ่ายนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง.... และโดยอาศัยอาวุธนิวเคลียร์ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรสร้างขึ้นมา ยุติสงครามโลกครั้งที่สามเสีย เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกมิติคู่ขนานนี้เสีย เขาคิดว่าจะนำความรู้เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตโดยอาศัยยานเวลานี้ แต่สันต์ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อย เมื่อได้ทราบว่า ยานเวลานี้ ยังสร้างได้ไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก มันยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบ และยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง กล่าวคือ ยังไม่เคยมีการทดลองส่งสิ่งที่มีชีวิตย้อนเวลากลับไปได้เลย และก็ยังส่งสิ่งที่อยู่ในยานเวลากลับคืนสู่อดีตได้ไม่ไกล เพียงไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์นัก ในขณะนั้นเอง ที่ห้องวิทยาศาสตร์ใต้ดินที่เป็นที่สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นยานเวลานี้ ได้ถูกตรวจพบโดยตำรวจลับนาซีจำนวนหนึ่ง สันต์ได้ขอให้อัล-4 ได้ใช้ยานเวลา ช่วยส่งเขากับรติพรย้อนเวลากลับไปสู่อดีต สักหนึ่งหรือสองวัน ก่อนหน้าที่กองทัพนาซีจากโลกมิติคู่ขนานจะบุกโลกของสันต์และรติพร ซึ่งสันต์และโลกของสันต์อาจจะหยุดยั้งกองทัพนาซีจากโลกคู่ขนานเอาไว้ได้ชั่วคราว ซึ่งอัล 4 ก็ไม่รับปากว่ามันจะทำงานได้ผลจริงตามที่ต้องการหรือเปล่า และในช่วงนาทีเป็นนาทีตาย เมื่อตำวจลับนาซีใกล้เข้ามา สันต์ก็ยอมเสี่ยงและได้ขอร้องอัล 4 ให้ช่วยคือ ขอให้อัล 4 ช่วยหาเครื่องสร้างเกราะสนามพลังขนาดเล็ก ที่ทหารฝ่ายนาซีในโลกคู่ขนานใช้ประจำตัว ติดตัวเขาไปด้วย และสุดท้าย สันต์ได้ขอให้อัล 4 ว่าเมื่อขบวนการปลดแอกนาซีได้สำเร็จ หรือเปลี่ยนประวัติศาสตร์จากสงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ และได้สร้างประตูเชื่อมต่อมิติไปถึงโลกของสันต์ใหม่ ขอให้เปลี่ยนรูปร่างของประตูอย่าให้เป็นประตูรูปโค้งด้านบนเหมือนของนาซีโดยเด็ดขาด เมื่อติดเครื่องของยานเวลา และเสียงกระหึ่มในยานดังขึ้น แสงกะพริบวูบวาบรอบยานเร็วขึ้น จนกระทั่งสองหนุ่มสาวรู้สึกมึนงง สติสัมปชัญญะกำลังจะดับหายไป พร้อมกับที่ประตูห้องใต้ดินกระเด็นเปิดออกมองเห็นทหารนาซีหลายคนวิ่งพรวดเข้ามาในห้อง และยกอาวุธในมือขึ้นเล็งยิงมาที่ยานเวลา.... แล้วความรู้สึกของสันต์ก็ดับวูบลง..... รถยนต์เก่า ๆ โทรม ๆ คันหนึ่ง แล่นผ่านชุมชนหินกองที่ถนนมิตรภาพ ไปทางจังหวัดสระบุรีด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ทันทีทันใดนั้น หญิงสาวคนขับรถยนต์อีกคันหนึ่งที่ขับรถตามหลังมาไม่ห่างนัก ก็ต้องใจหายเมื่อเห็นรถคันหน้าส่าย แล้วก็แฉลบเข้าจอดข้างทางอย่างรวดเร็ว คนขับรถคันหลังบังคับรถจอดจ่อท้ายรถคันหน้าเกือบจะสนิท ใจเต้นแรงด้วยความตกใจ แล้วก็เปิดประตูรถเดินมาที่รถคันหน้าด้วยความโกรธ และพูดต่อว่าคนที่นั่งอยู่ในรถ คนขับรถคันหน้าเป็นหนุ่มใหญ่วัย 30 เศษ...เขาคือสันต์นั่นเอง สันต์นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับรถด้วยสีหน้างุนงง เสมือนหนึ่งเพิ่งตื่นจากภวังค์ แล้วเขาก็จำทุกสิ่งทุกอย่างได้.... โลกคู่ขนาน ยานเวลา เกราะสนามพลัง ประตูโค้งสีรุ้ง อัล-4 จานิส.... มือของสันต์ลดจากพวงมาลัย จับหาอะไรบางอย่างที่ด้านหลังของเขา และก็พบวัตถุสิ่งหนึ่งรัดอยู่ที่เอวของเขาแน่น ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เวลาบ่ายสามโมง วันที่ 1 เดือนสิงหาคม พุทธศํกราช 2529 ชายหนุ่มใจหาย หรือว่า เขายังอยู่ที่โลกของอัล แต่แล้ว เขาก็นึกขึ้นได้ว่า บางที...นาฬิกาอาจจะไม่ได้เดินทางกลับสู่อดีตกับเขาก็ได้ แล้วหญิงสาวเจ้าของรถยนต์คันหลังก็ต้องงุนงง เมื่อสันต์โผล่หน้าออกมาจากรถ ถามเธออย่างตั้งความหวังว่า วันนี้วันที่เท่าไร แล้วก็เวลาอะไร หญิงสาวขยับปากจะพ่นคำไม่น่าฟังนักออกมาอีก แต่มีอะไรบางอย่างในสายตาของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ รู้สึกว่า เขากำลังต้องการทราบวัน-เวลาจริง ๆ วัน-เวลาที่คงจะสำคัญมากสำหรับเขา หรือสำหรับโลกทีเดียว เธอไม่ทราบหรอกว่า เธอคิดไม่ผิด เธอได้บอกสันต์ไปว่า วันนี้คือ วันที่ 30 เดือนกรกฎาคม 2529 เวลาตอนนี้ อีกห้านาทีจะถึงหกโมงเย็น เธอบอกเขาอย่างงง ๆ หลังจากยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู... สันต์ยิ้มออกมาได้อย่างยินดีและตื่นเต้น หมุนนาฬิกาตั้งเวลาใหม่ เฉพาะชั่วโมงและนาที แล้วกล่าวขอบคุณหญิงสาว แล้วเขาก็มองเห็นรถยนต์ของหญิงสาวจอดติดท้ายรถของเขาบนไหล่ทาง และก็เข้าใจสถานการณ์ทันที แล้วสันต์ก็กล่าวขอโทษและขอตัวรีบขับรถเคลื่อนออกไปจากที่ทันที เขาคิดถูก ยานเวลาของหน่วยต่อต้านนาซีโลกคู่ขนานทำงานได้ผลจริง ส่งเขากลับคืนสู่เวลาในอดีตก่อนการปรากฏตัวของประตูโค้งสีรุ้ง และกองทัพนาซีจากโลกคู่ขนานที่ต้องการจะแผ่ขยายอำนาจมายึดครองโลกบ้านเกิดของเขาด้วย แต่เวลาของเขามีน้อยเต็มที เพียงประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

เรื่องขนาดยาว[แก้]

จอมพิภพเป็นนิยายขนาดยาว หลายเล่มจบ พิมพ์เมื่อปี 2502
เรื่องย่อ: เรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มที่โคลนนิ่งหญิงสาวคนรักในชาติอดีตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เรื่องย่อ: นักวิทยาศาสตร์คิดยาทำให้สัตว์และพืชมีขนาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนอาหาร แต่ถูกนักวิทยาศาสตร์อีกคนนำไปใช้กับตัวเอง ทำให้กลายเป็นมนุษย์ยักษ์ไป
เรื่องย่อ: นิยายวิทยาศาสตร์ฆาตกรรม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกนำมาใช้ในการแก้แค้น โดยที่ตำรวจไม่สามารถจับตัวคนลงมือได้ แม้คนร้ายจะแจ้งล่วงหน้าให้เหยื่อทราบล่วงหน้าทุกครั้ง

นิตยสารนิยายวิทยาศาสตร์ไทย[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]