ข้ามไปเนื้อหา

รัฐประหารในประเทศเนปาล พ.ศ. 2548

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รัฐประหารในประเทศเนปาล ปี 2005
ส่วนหนึ่งของ สงครามกลางเมืองเนปาล

กษัตริย์ชญาเนนทระ ผู้ก่อการรัฐประหาร
วันที่1 กุมภาพันธ์ 2005
สถานที่
ผล การรัฐประหารโดยฝั่งสถาบันกษัตริย์สำเร็จ, ยุบสภา
คู่สงคราม
 เนปาล รัฐสภาเนปาล
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
กษัตริย์ชญาเนนทระ เชร์ บะฮาดูร์ เทวพา

การรัฐประหารในราชอาณาจักรเนปาลเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2005 เมื่อสมาชิกรัฐสภาจากพรรคคองเกรสเนปาลซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยชอบธรรมผ่านกระบวนการทางประชาธิปไตย ถูกโค่นล้มโดยกษัตริย์ชญาเนนทระแห่งเนปาล ท้ายที่สุด รัฐสภาได้รับการฟื้นคืนในปี 2006 หลังกษัตริย์ชญาเนนทระยอมสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของตนอันเป็นผลมาจากการปฏิวัติปี 2006

ภูมิหลัง

[แก้]

รัฐบาลของเนปาลในอดีตเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หลังการรัฐประหารในปี 1960 ซึ่งนำโดยกษัตริย์มเหนทระ ต่อมาเนปาลกลายมาเป็นรัฐกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญในปี 1991 ในรัชสมัยของกษัตริย์วิเรนทระ[1] เมื่อกษัตริย์ชญาเนนทระขึ้นสู่บัลลังก์หลังเกิดการสังหารหมู่ราชวงศ์เนปาล ที่ซึ่งสมาชิกสิบคนในราชวงศ์ อันรวมถึงกษัตริย์วิเรนทระ, ราชินีไอศวรยะ และมงกุฏราชกุมารทิเปนทระ ถูกสังหาร[1] กษัตริย์ชญาเนนทระได้ปฏิเสธคณะรัฐบาลที่ผ่านมารลแล้วสามคณะตั้งแต่ปี 2002[2] สงครามกลางเมืองเนปาลซึ่งนำโดยกลุ่มลัทธิเหมายังคงดำเนินอยู่และมียอดเสีชีวิตมากกว่า 11,000 ราย[2] เนปาลคงสถานะเป็นประเทศไร้รัฐสภามาตั้งแต่ปี 2002[3] และความนิยมในตัวกษัตริย์ชญาเนนทระก็ลดต่ำลง[1]

การรัฐประหาร

[แก้]

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์กษัตริย์ชญาเนนทระประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยุบสภา[3][4][5] สมาชิกรัฐสภาถูกคุมขังในบ้านของตน, มีการยกเลิกข้อสิทธิที่สำคัญในรัฐธรรมนูญ, ทหารเข้าควบคุมสื่อโดยสมบูรณ์ และการติดต่อสื่อสารถูกตัด[2][6]

การรัฐประหารในครั้งนี้ถูกประณามโดยอินเดีย, สหราชอาณาจักร และสหรัฐ[2] การรัฐประหารของกษัตริย์ชญาเนนทระดำเนินอยู่ได้ปีเดียว โดยเมื่อ 24 เมษายน 2006 กษัตริย์ชญาเนนทระได้ออกมายอมคืนรัฐสภาเดิมและสิ้นสุดระบอบราชาธิปไตยของตน อันเนื่องมาจากขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในตอนนั้น[7][8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 "Unrest as Nepal crowns new king". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2001-06-04. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 มกราคม 2022. สืบค้นเมื่อ 2022-01-22.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 3 4 "Nepal's Royal Coup: Making a Bad Situation Worse". Crisis Group (ภาษาอังกฤษ). 9 กุมภาพันธ์ 2005. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 กรกฎาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 Ramesh, Randeep (2 กุมภาพันธ์ 2005). "King of Nepal seizes power". The Guardian (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 เมษายน 2021. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "The Coup in Nepal". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 19 กุมภาพันธ์ 2005. ISSN 0362-4331. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 เมษายน 2021. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "Nepal's king declares emergency" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2005-02-01. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 พฤษภาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 2021-04-15.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "Nepal: Time for King to Relinquish Power". Human Rights Watch. 1 มกราคม 2006. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 มกราคม 2022. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Sengupta, Somini (25 เมษายน 2006). "In a Retreat, Nepal's King Says He Will Reinstate Parliament". The New York Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 กันยายน 2019. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "Full text: King Gyanendra's speech". BBC. 24 เมษายน 2006. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 ธันวาคม 2006. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2012.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]