มาริลีน แมนสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาริลีน แมนสัน
Marilyn Manson.jpg
แมนสันแสดงคอนเสริ์ตเมื่อปี 2009
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง ไบรอัน ฮิว วอร์เนอร์'
ชื่ออื่น มาริลีน แมนสัน
เกิด 5 มกราคม ค.ศ. 1969 (47 ปี) แคนตัน, รัฐโอไฮโอ, สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง เฮฟวีเมทัล , อินดัสเทรียลเมทัล , ออลเทอร์นาทิฟเมทัล ช็อคร็อค , อินดัสเทรียลร็อค , อิเล็คทรออินดัสเทรียล , กอทิกร็อก , แกลมร็อก , ฮาร์ดร็อก
อาชีพ นักร้อง , นักแต่งเพลง , นักดนตรี, ศิลปิน, กวี, ผู้กำกับภาพยนตร์
เครื่องดนตรี นักร้อง
ช่วงปี ค.ศ. 1989 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Nothing Records, Hell, etc., Cooking Vinyl, Loma Vista Recordings
ส่วนเกี่ยวข้อง ออซซี ออสบอร์น , ไนน์อินช์เนลส์ , Godhead , ร็อบ ซอมบี , Mrs. Scabtree , Jack Off Jill , อลิซ คูเปอร์

มาริลีน แมนสัน (อังกฤษ: Marilyn Manson) เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1969 หรือชื่อจริงว่า ไบรอัน ฮิว วอร์เนอร์ (อังกฤษ: Brian Hugh Warner) เป็นนักดนตรีชาวอเมริกัน , นักแต่งเพลง , นักแสดง , จิตรกร , ศิลปินมัลติมีเดีย , เขายังเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องนำวงชื่อเดียวกับเขา มาลิริน แมนสัน ซึ่งเป็นวงเสียดสีสังคม เขาร่วมก่อตั้งวงกับ เดซี่ เบอร์โอซี่ โดยชื่อของเขานำมาจากบุคคลสองคนซึ่งเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมของประเทศอเมริกา ชื่อของเขา มาริลีน มาจากนักแสดงสาวชาวอเมริกัน มาริลีน มอนโร[1] ส่วน แมนสัน มาจากชื่ออาชญกรชาวอเมริกัน ชาร์ล แมนสัน[2][3].[4][2] [5]

แมนสันยังเป็นที่รู้จักจากผลงานวงในช่วงยุค 90's ที่โดดเด่นจากอัลบั้มชุดที่ 2 Antichrist Superstar และ อัลบั้มชุดที่ 3 Mechanical Animals สิ่งสืบเนื่องที่เป็นผลจากเขาทางสื่อคือเป็นอิทธิพลด้านมืดให้กับเด็ก เช่นเดียวกับลักษณะความรุนแรงที่เขาแสดงออก อีกทั้งเนื้อเพลงของเขาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมมากขึ้น[6][7] ในสหรัฐอเมริกา , สามอัลบั้มของวงได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวและอีกสามอัลบั้มได้แผ่นเสียงทองคำ อัลบั้มเปิดตัวของทางวงยังติดอันดับแปดในชาร์จท็อปเทน , และยังมีสองอัลบั้มขึ้นชาร์จติดอันดับหนึ่ง , แมนสันยังติดลำดับที่ 44 ใน 100 ลำดับสุดยอดนักร้องนำเฮฟวี่เมทัล จัดอันดับโดยแม็กกาซีนของอเมริกา ฮิต พาราเดอร์ และถูกชิงรางวัลถึง 4 ครั้งโดยแกรมมี่อวอร์ด

แมนสันแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในปี 1997 ภาพยนตร์ ลอส ไฮตเวย์ ของ เดวิช ลัซ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมีผลงานจำนวนมากเข้ามา เขาให้สัมภาษณ์กับไมเคิล มัวรร์ ในภาพยนตร์สารคดี Bowling for Columbine พูดคุยเกี่ยวกับแรงจูงใจในเหตุการณ์การสังหารหมู่ในโรงเรียนมัธยมโคลัมบายเมื่อปี 1999 , และข้อกล่าวหาว่าเพลงของเขาอาจเป็นแรงจูงใจในการสังหารหมู่ดังกล่าว ในวันที่ 13 - 14 กันยายน 2002 ภาพวาดของเขา The Golden Age of Grotesque ถูกโชว์ที่ งานแสดงนิทรรศการลอสแอนเจลิสร่วมสมัย แมนสันเผยภาพวาดจำนวน 20 ภาพเมื่อปีค.ศ. 2010 ซึ่งมีผลงานศิลปะชุดนี้มีชื่อว่า Genealogie of Pain (ไทย: สายเลือดแห่งความเจ็บปวด) ในนิทรรศงานศิลปะจัดแสดงที่เวียนนา คันทาเรล แกลเลอรี่,[8] โดยผลงานศิลปะดังกล่าวมีเดวิส ลัซมาร่วมช่วยเหลือ

ประวัติ[แก้]

แมนสันเกิดใน แคนตัน, รัฐโอไฮโอ, สหรัฐอเมริกา เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบาร์บารา วอร์เนอร์ (née Wyer) และ ฮิว วอร์เนอร์[9] แมนสันมีเชื้อสายเยอรมันและอังกฤษ[9][10][11] เขาระบุว่ารสนิยมทางเพศของปู่เขามักจะดูแปลก โดยบางที่มักจะร่วมเพศกับสัตว์และทำร้ายตัวเองอย่างทารุณ ในวัยเด็ก , เขาเข้าร่วมคริสตจักรโดยแม่ของเขา แต่พ่อของเขาเป็นคาทอลิก[12][13] วอร์เนอร์เข้าโรงเรียนคริสเตียนเฮอจิเทนตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยม ในโรงเรียน พวกเขาพยายามที่บอกว่าบทเพลงเหล่านี้คือเพลงที่พวกเขาไม่ควรจะฟังมัน , วอร์เนอร์ตกหลุมรักและอยากจะทำในสิ่งที่พวกเขาห้าม[14] หลังจากนั้นเขาก็ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมเกลนโอสและจบการศึกษาจากที่นั่นในปี 1987 หลังจากที่เขาย้ายไปกับพ่อแม่ , และเข้าเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัย บรอวอร์ด คอมมิวนิวตี้ คอลเลจ ใน ฟอร็ด ลัวเดอลาเดอ , ฟลอริด้า ในปี 1990 เขาได้ทำงานต่อทางด้านสื่อสารมวลชนและได้รับประสบการณ์ในการเขียนบทความให้กับนิตรสารเพลง , 25th Parallel ไม่นานเขาก็พบกับนักดนตรีหลากหลาย ซึ่งก็มีวงดนตรีเป็นของตัวเอง ท้ายหลังแมนสันเองก็ถูกนำมาเปรียบเทียบกับพวกเขา อันประกอบด้วย My Life with the Thrill Kill Kult , The Perfect , Trent Renzor จาก ไนน์อินช์เนลส์

หน้าที่การงาน[แก้]

ดนตรี[แก้]

แมนสันและมือกีตาร์ สก็อต พูเตอสกาย ฟอร์มวง Marilyn Manson & the Spooky Kids ภายหลังการประชุมที่ ฟอร็ด ลัวเดอลาเดอ , ฟลอริด้าเมื่อปี 1989 [15] ต่อมาย่อสั้นๆให้เหลือเพียงแค่ Marilyn Manson ขณะที่ the Spooky Kids ได้กลายเป็นโปรเจ็คพิเศษซึ่งแมนสันได้ร่วมกับจอร์เดี้ยน ไวท์ (รู้จักกันในนาม Twiggy Ramierz) และ สตีเฟ่น เกรกอรี เบียร จูเนียร์ (รู้จักกันในนาม Madonna Wayne Gacy) กับโปรเจ็คดนตรี Satan on Fire ในปี 1992 มีแนวเพลงคริสเตียน เมทัล ขณะที่เขาเล่นเปนมือเบส จนปีถัดมาได้เป็นมือกลองในวง Mrs. Scabtree และได้แฟนสาวเจสสิคา นักร้องนำวง Jack Off Jil ซึ่งเป็นวิธีต่อสู้กับสนธิสัญญาที่ห้าม มาริลิน แมนสันเล่นในคลับ

ปี 1993 , ทางวงเห็นความน่าสนใจของ เทรนต์ เรซเนอร์ นักร้องนำวง ไนน์อินช์เนลส์ เรซเนอร์ได้มาโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มเปิดตัว Portrait of an American Family ปี 1994 และวางจำหน่ายในสังกัด Nothing Records ของเรซเนอร์เอง วงเริ่มโด่งดังเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง จนมีโอกาสได้ทัวร์ Downward Spiral Tour ซึ่งร่วมกับไนน์อินช์เนลส์ ที่มีจิม รูซ ไครเคิลเป็นผู้ดูแลคอนเสริ์ต ระหว่างการปล่อยอีพี Smells Like Children ในปี 1995 อีพีดังกล่าวส่งผลให้ทางวงได้ติดชาร์จอยู่ใน MTV กับเพลง Sweet Dreams (Are Made of This), ผลงานการคัฟเวอร์ของมาริลิน มอนสัน ซึ่งต้นฉบับคือ ยูรีธมิกส์ ในปี 1983 ในอัลบั้ม Antichrist Superstar มีโคโปรดิวเซอร์อย่าง เทรน เรนเซอร์ ซึ่งถือเป็นเป็นอัลบั้มทีเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่.[16]

นับในอเมริกาอย่างเดียว มีสามอัลบั้มของวงทีได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว และอีกสามอัลบั้มได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำ และทางวงมีซิงเกิ้ลเจ็ดเพลงที่เปิดตัวติดใน ท็อปเทน เช่นสองอัลบั้มของทางวงติดแท่นอันดับหนึ่ง แมนสันร่วมงานเป็นครั้งแรกโดยการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวง Jack Off Jill. เขาช่วยคิดชื่อให้กับวงและโปรดิวเซอร์ให้กับวงในช่วงแรกๆ และมาเล่นกีตาร์ในเพลง "My Cat" และเป็นวงเปิดในทัวร์เซาท์ฟลอริดา[17] แมนสันภายหลังได้เขียนลงในไลนเนอร์ โน้ต สำหรับอัลบั้มของวง Humid Teenage Mediocrity 1992–1996, เป็นอัลบั้มสะสมตั้งแต่การอัดครั้งแรกๆของ Jack Offf Jil แมนสันปรากฎตัวเป็นแขกรับเชิญให้กับ DMX แร็ปเปอร์ผิวสีชาวนิวยอร์ก ในอัลบั้ม Flesh of My Flesh, Blood of My Blood'[18] และอัลบั้ม 2000 Years of Human Error ของวงก็อตเฮด - เป็นอัลบั้มเพียงอัลบั้มเดียวที่ถูกปล่อยในสังกัด Posthuman ซึ่งเปนของแมนสันเอง[19][20] ในปี 2011 ได้มีการเปิดเผยว่าแมนสันจะไปปรากฎในอัลบั้ม Invinsible ของนักร้อง สกายลาร์เกรย์ ในแทร็ค ".Can't Haunt Me" ปีถัดมาแมนสันได้ปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่แปด Born Villain, ในเดือนพฤษภาคม 2012

ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2014 , แมนสันโพสต์ลงเพจเฟซบุ้คอย่างเป็นทางการถึงการปล่อยชุดอัลบั้มสตูดิโอชุดที่เก้า The Pale Emperor ที่มีกำหนดวางจำหน่าย 20 มกราคม 2015

อ้างอิง[แก้]

  1. Charles Manson Trial, 2violent.com.
  2. 2.0 2.1 Manson, Marilyn (1998). The Long Hard Road out of Hell. HarperCollins. pp. 85–87. ISBN 0-06-098746-4.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "longhard" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  3. "Biography for Marilyn Manson". Internet Movie Database. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  4. Charles Manson Trial, 2violent.com.
  5. "Fox News Marylin Manson Interview". YouTube. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  6. Greg, Glasgow (April 23, 1999). "Marilyn Manson Concert Canceled" (Broadsheet). The Daily Camera (Albert J. Manzi). MediaNews Group. สืบค้นเมื่อ 2011-05-31. 
  7. Cullen, Dave. Inside the Columbine High investigation. Salon News, September 23, 1999.
  8. "Marilyn Manson's art 'scarier than music'". The Age (Melbourne). June 30, 2010. 
  9. 9.0 9.1 According to his autobiography The Long Hard Road Out of Hell; "Marilyn Manson". PopularIssues.org. สืบค้นเมื่อ February 14, 2008. 
  10. "Marilyn Manson | EthniCelebs – Celebrity Ethnicity |What Nationality Background Ancestry Race". EthniCelebs. January 5, 1969. สืบค้นเมื่อ 2012-09-06. 
  11. "Ancestry of Marilyn Manson". Wargs.com. สืบค้นเมื่อ September 8, 2010. 
  12. Anthony DeCurtis. "Marilyn Manson: The Beliefnet Interview". Beliefnet.com. สืบค้นเมื่อ September 8, 2010. 
  13. "Marilyn Manson". Montrealmirror.com. July 24, 1997. สืบค้นเมื่อ September 8, 2010. 
  14. "4. Christian School". 
  15. Hawk, Lucky (January 7, 2013). "Scott Mitchell Putesky (Daisy Berkowitz) Interview". Blankmaninc.com. สืบค้นเมื่อ January 13, 2012. 
  16. "Dangerous Creatures: Marilyn Manson have come for your Children". Guitar World. December 1996. Archived from the original on June 4, 2007. สืบค้นเมื่อ June 21, 2007. 
  17. "Archived copy". Archived from the original on September 3, 2011. สืบค้นเมื่อ April 6, 2012. 
  18. Manson Hooks Up With DMX October 23, 1998". Retrieved June 18, 2007.
  19. "Godhead Biography". MTV News. May 5, 1999. สืบค้นเมื่อ June 18, 2007. 
  20. "Manson Launches New Posthuman Label". NME. April 12, 2000. สืบค้นเมื่อ March 31, 2011.