มดสีเงินสะฮารา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มดสีเงินสะฮารา
Saharan silver ants capturing beetle.jpg
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Arthropoda
ชั้น: Insecta
อันดับ: Hymenoptera
อันดับย่อย: Apocrita
วงศ์ใหญ่: Vespoidea
วงศ์: Formicidae
สกุล: Cataglyphis
สปีชีส์: C.  bombycina
ชื่อทวินาม
Cataglyphis bombycinus
(Roger, 1859)[1]

มดสีเงินสะฮารา หรือ มดสีเงิน (อังกฤษ: Saharan silver ant, Silver ant; ชื่อวิทยาศาสตร์: Cataglyphis bombycinus) เป็นมดชนิดหนึ่ง อาศัยและแพร่กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะในทะเลทรายสะฮารา ในทวีปแอฟริกา

มดสีเงินสะฮารา มีจุดเด่นคือ มีลำตัวสะท้อนแสงสีเงินแวววาว อาศัยทำรังโดยขุดโพรงอยู่ใต้พื้นทรายของทะเลทรายสะฮารา เป็นมดนักล่าหาอาหารเช่นเดียวกับมดชนิดอื่น ๆ หรือ กินแมลงที่ตายจากความร้อน[2] แต่ก็ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นที่ใหญ่กว่าด้วย เช่น กิ้งก่า[3] มดสีเงินสะฮารามีความสามารถพิเศษ คือ สามารถทนความร้อนในช่วงเวลากลางวันของทะเลทรายสะฮาราได้สูงถึง 53 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่มีสัตว์ชนิดใดจะทนทานได้ แต่กระนั้นก็สามารถที่จะทนได้นานเพียง 10 นาทีเท่านั้น[2] อีกทั้งยังมีความสามารถในการวิ่งที่เร็วมากอีกด้วย โดยทำความเร็วได้ถึงวินาทีละครึ่งเมตร หากเปรียบเทียบสัดส่วนกับมนุษย์แล้วจะเท่ากับว่า มดสีเงินสะฮาราวิ่งได้เร็วถึง 280 ไมล์/ชั่วโมง นับว่าเป็นสัตว์ที่มีความเร็วที่สุดในโลก[4]

การจำแนก[แก้]

แบ่งออกเป็นชนิดย่อยได้ 3 ชนิด

  • Cataglyphis bombycinus bombycinus (Roger, 1859)
  • Cataglyphis bombycinus bruneipes (Santschi, 1911)
  • Cataglyphis bombycinus sinaiticus Wheeler & Mann, 1916[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Radchenko, A.; Paknia, O. 2010: Two new species of the genus Cataglyphis Foerster, 1850 (Hymenoptera: Formicidae) from Iran. Annales zoologici, 60: 69–76. ISSN: 0003-4541 doi:10.3161/000345410X499533
  2. 2.0 2.1 "สารคดี BBC : ท่องแดนแอฟริกา ตอนที่ 10 คลิป 2/2". ช่อง 7. 11 December 2014. สืบค้นเมื่อ 13 December 2014.
  3. Gullen, P: The Insects: An Outline of Entomology, page 160. Blackwell Publishing, 2005
  4. "BBC Silver Desert Ant, Cataglyphis, Sahara Desert". บีบีซี. 19 February 2013. สืบค้นเมื่อ 13 December 2014.
  5. "Cataglyphis bombycinus (Roger, 1859)". itis.gov. สืบค้นเมื่อ 13 December 2014.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]