ข้ามไปเนื้อหา

ฟิล คอลลินส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟิล คอลลินส์
ข้อมูลพื้นฐาน
เกิด (1951-01-30) 30 มกราคม ค.ศ. 1951 (73 ปี) Chiswick, ลอนดอน, สหราชอาณาจักร
แนวเพลงป็อป, ซอฟต์ร็อก, โพรเกรสซิฟร็อก, อาร์ตร็อก, แจ๊สฟิวชัน
อาชีพนักร้อง, มือกลอง, นักแต่งเพลง
ช่วงปี1969 – ปัจจุบัน
ค่ายเพลงAtlantic
เว็บไซต์philcollins.co.uk

ฟิล คอลลินส์ (อังกฤษ: Phil Collins มีชื่อเต็มว่า Philip David Charles Collins) เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1951 ในเมืองชิสิก, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประวัติ

[แก้]

ฟิล คอลลินส์ เริ่มเข้าสู่วงการเพลงครั้งแรก เมื่อเข้าไปออดิชั่นสมัครเป็นมือกลองให้กับวงเจเนซิส (Genesis) โดย ฟิล คอลลินส์มีส่วนร่วมในวงอย่างเต็มที่ ทั้งการแต่งเพลงและการตีกลองที่ยอดเยี่ยม ทำให้เจเนซิส ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ดังขึ้นไปอีก ทั้งในอเมริกา และอังกฤษ

แต่แล้วในปีค.ศ. 1974 ปีเตอร์ แกเบรียล (Peter Gabriel)นักร้องนำได้ลาออกจากวง ทางวงจึงหานักร้องใหม่ ได้ทำการออดิชั่น 400คน ไม่เข้าตาสมาชิกในวงเลยแม้แต่น้อย ฟิล คอลลินส์จึงขอลองทดสอบดู ปรากฏว่าสมาชิกในวงถึงกับตะลึง ฟิล คอลลินส์จึงได้เป็นนักร้องนำแทนปีเตอร์ แกเบรียล และเป็นมือกลองควบคู่ไปด้วย ซึ่งก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีอยู่เช่นเดิม แม้ว่าจะต้องตีกลองไปด้วยร้องไปด้วยก็ตาม

อัลบั้ม A Trick Of The Tail ที่เป็นอัลบั้มแรกของวงที่ฟิล คอลลินส์ รับหน้าที่ร้องนำ ต่อมาอัลบั้ม Duke ก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ในช่วงนี้ฟิล คอลลินส์อัลบั้มเดี่ยวของตนเองในปี 1981 เมื่ออายุย่างเข้า30ปี เป็นอัลบั้มแรกคือ Face Value อัลบั้มชุดนี้มีเพลงฮิตอย่าง In The Air Tonight และอีกมาก

ในยุค80 นั้น ฟิล คอลลินส์มีเพลงฮิตหลายเพลงเช่น Sussudio,One More Night,Do You Remember,Groovy Kind Of Love,In The Air Tonight,Another Day In Paradise และเพลงอื่นๆที่ไปร่วมงานกับคนอื่นๆอย่าง Philip Bailey นักร้องนำวง Earth Wind & Fire ในเพลง "Easy Lover" แล้วก็ได้ไปตีกลองในงาน Band Aid ในเพลง Do You Know There A Christmas? ที่มีเซอร์ บ๊อบ เกลด๊อฟ และศิลปินยุค 80 ในยุคนั้นอย่าง ดูแรน ดูแรน,Spandau Ballet,ยูทู,คัลเจอร์ คลับ เป็นคนร้อง ซึ่งฟิลเองก็มีส่วนร่วมมาก

แต่ในยุค 80 นั้นฟิล คอลลินส์ ก็ยังคงทำงานให้กับ เจเนซิสอยู่เสมอๆ ควบคู่ไปกับงานเดี่ยว ร่วมงานกับ เจเนซิสเป็นอัลบั้มสุดท้ายในปี 1992 อัลบั้ม We Can't Dance

ฟิล คอลลินส์ออกอัลบั้มของตนเองในปี 1993 คือ Both Sides ที่ฟิล คอลลินส์เล่นดนตรีเองหมดทุกชิ้นในอัลบั้มชุดนี้ ในปี 1995 ฟิล คอลลินส์ก็ขอออกจากวงเจเนซิส ในปี1998 Phil ออกอัลบั้ม Dance Into The Light ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มที่แย่ที่สุดและประสบความสำเร็จน้อยที่สุดในชีวิตของเขาเอง แต่การทัวร์โปรโมตอัลบั้มชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จดี ในปี1998 ออกอัลบั้มรวมฮิตที่มีชื่อว่า Hits

และในปี 2002 ฟิล คอลลินส์ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 7 Testify ที่มีเพลงขายอย่าง Can't Stop Loving You ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก แต่การทัวร์โปรโมตก็ถือว่าประสบความสำเร็จเหมือนเดิม หลังจากนั้นฟิล คอลลินส์ก็ทำเพลงให้กับภาพยนตร์หลายเรื่องอย่าง Brother Bear และในปี 2004-2005 ฟิล คอลลินส์ก็ออกทัวร์ทั่วโลก Farewell Tour และประกาศว่าทัวร์นี้เป็นทัวร์สุดท้ายในชีวิต เนื่องจากฟิล คอลลินส์ประกาศว่าเริ่มมีปัญหาในการได้ยิน

ในปี 2016 ฟิล คอลลินส์ ได้กลับมาอีกครั้งหลังจากรีไทร์นาน 5 ปี ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตในพิธีเปิดการแข่งขันเทนนิส US Open 2016 โดยมี นิโคลัส คอลลินส์ ลูกชายของเขารับหน้าที่เป็นมือกลอง และในปี 2017 ฟิล คอลลินส์ ก็เริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งในชื่อคอนเสิร์ต "Not Dead Yet Tour" ซึ่งจัดในวันที่ 2-30 มิถุนายน 2017 โดยจะทำการแสดงเฉพาะที่ประเทศอังกฤษ, ประเทศเยอรมนี, ประเทศฝรั่งเศส และประเทศไอร์แลนด์

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

คอลลินส์เป็นพ่อทางสายเลือดของนักแสดงและนางแบบชาวอังกฤษ ลิลี คอลลินส์

ภรรยาคนที่สามของเขาชื่อ Orianne Cevey เป็นลูกครึ่งไทย-สวิส ทั้งคู่พบกันที่เมืองโลซาน สวิสเซอร์แลนด์ ขณะไปทัวร์คอนเสิร์ตที่นั่น แต่งงานกันในปี 1999 มีลูกสองคน ก่อนจะแยกทางกันในเดือนมีนาคม 2006 [1]

ผลงาน

[แก้]
  • 1981: Face Value
  • 1982: Hello, I Must Be Going!
  • 1985: No Jacket Required
  • 1989: ...But Seriously
  • 1993: Both Sides
  • 1996: Dance Into the Light
  • 1999: Tarzan: An Original Walt Disney Records Soundtrack
  • 2002: Testify
  • 2010: Going Back

มีเดีย

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ชีวิตคู่ของ ฟิล คอลลินส์ ถึงจุดจบ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-09-28. สืบค้นเมื่อ 2007-06-04.
  2. "In the Air" page at www.snopes.com

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]