ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นิจิเร็นชู"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
 
== เกี่ยวกับนิกาย ==
นิชิเรนชูเคารพ [[พระนิชิเรน]] ในฐานะที่เป็น พระโพธิสัตว์ ไม่ใช่ในฐานะ พระพุทธเจ้าเหมือน ที่นิชิเรนโชชูเชื่อ โดยเชื่อว่า พระนิชิเรนนั้นเป็นเพียง ''พระโพธิสัตว์โจเกียว'' หรือ ''พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์'' มาปรากฏตัวตามคำพยากรณ์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรบทที่ 21 ที่มาทำหน้าที่เผยแผ่คำสอนหลังการปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธเจ้าเท่านั้น โดยนิกายนี้จะเคารพว่า พระนิชิเรน เป็นทูตของพระพุทธเจ้า แต่ยังคงเชื่อว่า พระพุทธะแท้จริงนั้นคือ [[พระโคตมพุทธเจ้า|พระศากยมุนีพุทธเจ้า]] อยู่และไม่ได้กล่าวว่า พระนิชิเรนนั้นสำคัญกว่า พระศากยมุนี จึงกล่าวขนานนามท่านเป็น '''''นิชิเรนโชนิน''''' เท่านั้น
 
ความแตกต่างอีกข้อคือ นิกายนี้จะนับถือและปฏิบัติตาม บทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเรน ซึ่งเป็นจดหมายที่ท่านเขียนถึงลูกศิษย์ต่างๆ เพียงบางฉบับเท่านั้น โดยกล่าวว่าจะเลือกเฉพาะบทธรรมนิพนธ์ที่เห็นว่าแท้จริง และเห็นจริงเท่านั้นซึ่งแตกต่างจากนิชิเรนโชชู ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ ในเรื่องการปฏิบัติเช่น การสวดบทธรรสารถัต "นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว" และสิ่งสักการระบูชาอย่างโงะฮนซน ซึ่งนิชิเรนชูมองว่านี่เป็นยอดแห่งการปฏิบัติ แต่ไม่ได้ปฏิเสธการปฏิบัติแบบนิกายอื่นเช่น [[การนั่งสมาธิ]] [[วิปัสสนา]] หรือการศึกษาแบบ[[หินยาน]]เช่น [[อริยสัจ 4]] เป็นต้น
 
== ข้อแตกต่างระหว่างนิชิเรนโชชู และ นิชิเรนชู ==
*นิชิเรนโชชูเชื่อว่า [[พระนิชิเรน]] เป็น พระพุทธะแท้จริงและดั้งเดิม ซึ่งเป็นพระพุทธะแห่งสมัยปัจฉิมธรรม และเชื่อว่า [[พระศากยมุนีพุทธเจ้า]] เป็นเพียงพระพุทธเจ้าองค์ชั่วคราว แห่งอดีตอันไกลโพ้น และไม่มีพลังหรืออานุภาพใดๆที่จะช่วยเหลือมวลมนุษย์ได้อีก ในขณะที่นิชิเรนชู เชื่อว่า พระนิชิเรน เป็นเพียง ''พระโพธิสัตว์โจเกียว'' หรือ ''พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์'' มาปรากฏตัวตามคำพยากรณ์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรบทที่ 21 ที่มาทำหน้าที่เผยแผ่คำสอนหลังการปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่ได้เป้นพระพุทธะแต่อย่างใด และจะยังคงนับถือรูปเคารพของพระศากยมุนีและรวมเทวรูปของนิกายอื่นเข้าด้วยกันต่อไป
*นิชิเรนชู ยังคงกราบไหว้พระพุทธรูป นั่งสมาธิ วิปัสนา ต่างๆ ตามแบบนิกายอื่น แต่นิชิเรนโชชูจะไม่กราบไหว้พระพุทธรูป หรือ นั่งสมาธิ วิปัสนา
*นิชิเรนชู ไม่มีสมเด็จพระสังฆราชประมุขสงฆ์ ซึ่งแตกต่างกับ นิชิเรนโชชู ที่จะมีสมเด็จพระสังฆราชทำหน้าที่เป็นผู้นำและประมุขสูงสุดสงฆ์ และเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนจักร
*กลุ่มของสมาชิกของนิชิเรนโชชูจะเรียกว่า "ฮกเคะโคะ" (Hokkeko) ในขณะที่นิชิเรนชูเรียกว่า "ฮกเคะเคียว" (Hokkekyo)
*พระสงฆ์นิชิเรนโชชูจะนุ่งจีวรสีขาวและเขาเทาเท่านั้น ในขณะที่นิกายนิชิเรนชูจะนุ่งสีเหลือง ม่วง หรือน้ำตาลด้วย
*นิชิเรนชู ปฏิเสธไดโงะฮนซนของนิชิเรนโชชู โดยอ้างว่า ไม่มีหลักฐานว่าพระนิชิเรนได้จารึกโงะฮนซนลงบนแผ่นไม้
*ทั้งสองนิกายจะมีสิ่งสักการบูชาที่เหมือนกันคือโงะฮนซน เพียงแต่โงะฮนซนของนิชิเรนโชชูถอดแบบออกมาจาก[[ไดโงะฮนซน]] ส่วนนิชิเรนชูก็จะถอดแบบมาจากโงะฮนซนต้นฉบับที่ พระนิชิเรนมอบให้กับเหล่าพระอาวุโส และโงะฮนซนในวัดคุอนจิ
*แม้ทั้งสองนิกายจะสักการะโงะฮนซนเหมือนกัน แต่นิกายนิชิเรนชูนั้นจะมีการบูชาแบบผสมผสาน เช่นอาจนำพระพุทธรูปมาวางไว้ในตู้พระ (บุทสึดน) ควบคู่กับโงะฮนซน แตกต่างกับนิชิเรนโชชูที่จะไม่เชื่อและไม่กราบไหว้รูปเคารพ โดยเด็ดขาดกล่าวว่า พระพุทธรูปเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังพระศากยมุนีปรินิพพานไปแล้วนับร้อยๆปี และไม่มีคำสั่งใดๆของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกของนิกายหินยานให้นมัสการรูปเคารพ
*ทั้งสองนิกายจะสวดมนต์บทธรรมสารถัต (นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว) เหมือนกัน แต่นิชิเรนโชชูจะสวดคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตรเพียงแค่บทที่ 2 และ 16 เท่านั้น ในขณะที่นิชิเรนชูสวดทั้ง 28 บท
*นิชิเรนโชชูมีศูนย์กลางที่[[วัดไทเซขิจิ]] ในขณะที่ศูนย์กลางของนิชิเรนชูคือ [[วัดคุอนจิ]]
ผู้ใช้นิรนาม

รายการนำทางไซต์