พระแม่มีนากษี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระแม่มีนากษี
Minakshi.jpg
จำพวก เทวสตรี
อาวุธ ดอกบัว
    

พระแม่มีนาคชี (ทมิฬ: மீனாட்சி อังกฤษ: Minakshi) หรือ มีนากษี เป็นเทวสตรี ในศาสนาฮินดู เป็นอวตารของพระแม่ปารวตี พระชายาของพระศิวะ เป็นที่นับถือของชาวอินเดียใต้ในแถบเมืองมธุไร รัฐทมิฬนาฑู นอกจากนี้พระแม่มีนาคชียังถือเป็นพระเทวีประจำเมืองมธุไร ในตำนานกล่าวว่าพระแม่มีนาคชีทรงเป็นวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งนครมธุไร จึงทรงเป็นที่นับถือของชาวเมืองทธุไรเป็นอย่างมาก

เทวตำนาน[แก้]

พระศิวะทรงสาปพระแม่ปารวตี[แก้]

ครั้งหนึ่งฤๅษีอากาธิญาณประกอบพิธีบูชาพระศิวะและพระแม่ปารวตี เมื่อทั้งสองพระองค์ทราบถึงการประกอบพิธีบูชาของฤๅษีอากาธิญาณ จึงทรงเสด็จลงมาหาและทรงให้พรแก่ฤๅษีอากาธิญาณ ฤๅษีอากาธิญาณจึงขอให้พระศิวะและพระแม่ปารวตีทรงฟ้อนรำด้วยกัน ทั้งสองพระองค์จึงทำตามคำขอของฤๅษีอากาธิญาณ แต่ระหว่างการฟ้อนรำนั้น พระแม่ปารวตีทรงทำต่างหูหลุดออกจากพระกรรณขณะทรงฟ้อนรำ พระศิวะทรงไม่อยากหยุดฟ้อนรำจึงใช้พระบาทหยิบต่างหูของพระแม่ปารวตีขึ้นมาเหน็บไว้ที่พระกรรณของพระองค์ เมื่อพระแม่ปราวตีทรงเห็นเช่นนั้นก็ทรงพิโรธที่พระศิวะหยามพระนางโดยการเอาพระบาทหยิบต่างหูของพระนาง พระแม่ปารวตีจึงทรงต่อว่าพระศิวะด้วยถ้อยคำอันรุนแรง เมื่อพระศิวะทรงได้ยินเช่นนั้นก็ทรงพิโรธและสาปให้พระแม่ปารวตีต้องกลับไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง

พระแม่ปารวตีทรงจุติเป็นธิดาของกษัตริย์แห่งนครปานเดียน[แก้]

หลังจากพระศิวะทรงสาปพระแม่ปารวตี พระนางทรงเศร้าพระทัยเป็นอันมาก จึงทรงลงมาจุติเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์แห่งนครปาเดียน โดยการนำพาของพระวิษณุ ผู้มีศักดิ์เป็นพระเชษฐาของพระนาง โดยพระแม่ปารวตีทรงกำเนิดใหม่อีกครั้งในพิธีขอบุตรของกษัตริย์ปาเดียน โดยทรงลอยขึ้นมาจากกองไฟของพิธีขอบุตร บนพระอุระของพระนางปรากฏพระถันถึง ๓ จุดด้วยกัน กษัตริย์และราชินีแห่งนครปาเดียนทรงพอพระทัยเป็นอย่างมากและทรงรับมาเป็นธิดาของตน พร้อมกับตั้งพระนามว่า "ธาดาทาไก" ซึ่งแปลว่า ผู้กำเนิดจากพระอัคคี เมื่อพระนางทรงเติบโตขึ้นด้วยความกล้าหาญดุจบุรุษเพศ ทรงเก่งกล้าสามารถเป็นอย่างมาก พระนางมักปลอมตัวออกไปจากพระราชวังอยู่บ่อยๆ และทรงช่วยเหลือผู้คนไว้มากมาย เมื่อพระนางทรงมีพระชนมายุ ๒๐ พรรษา ทรงได้ปกครองนครปาเดียนแทนพระราชบิดา โดยฤๅษีอากาธิญาณเปลี่ยนพระนามให้ใหม่ว่า "มีนาคชี" แปลว่า ตาปลา พระแม่มีนาคชีทรงปกครองนครปาเดียนด้วยความกล้าหาญและเข้มแข็งและทรงดูแลนครปาเดียนด้วยความสงบสุขเช่นกัน

พระแม่มีนาคชีทรงต่อสู้กับพระอินทร์[แก้]

พระแม่มีนาคชีทรงยกเลิกธรรมเนียมที่ฝ่ายหญิงต้องนำของหมั้นไปให้แก่ฝ่ายชาย และทรงยกเลิกพิธีการบูชาพระอินทร์ โดยพระนางกล่าวว่า การบูชาพระอินทร์ไม่ได้สร้างความเจริญอะไรเลย ฝ่ายพระอินทร์เมื่อทรงรับรู้และพิโรธเป็นอย่างมาก ได้ส่งกองทัพเทวดามาสร้างความวุ่ยวายในนครปาเดียน แต่พระศิวะทรงทราบเสียก่อนจึงทรงแปลงองค์เป็นบุรุษมาช่วยพระแม่มีนาคชีจนได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นพระแม่มีนาคชียกทัพขึ้นไปบนวิมานของพระอินทร์ เมื่อเหล่าเทวดาทราบก็หนีกันอลหม่าน ฝ่ายพระอินทร์จึงหนีไปเขาไกรลาสเพื่อขอความช่วยเหลือจากพระศิวะ เมื่อพระแม่มีนาคชีทราบข่าวจากนารทมุนี จึงออกติดตามไปยังเขาไกรลาส แต่โคนนทิออกมาห้ามไว้ จึงถูกพระแม่มีนาคชีทำร้ายจนสาหัส ร้อนถึงพระศิวะจึงทรงออกมาพบกับพระแม่มีนาคชี เมื่อพระแม่มีนาคชีทรงพบพระศิวะก็ทรงตกหลุมรักในทันทีและทำให้พระถันที่สามของพระนางหายไป คำสาปของพระศิวะได้หมดสิ้นไป และทรงได้สยุมพรกับพระศิวะอีกครั้งหนึ่ง

พระศิวะทรงอภิเษกกับพระแม่มีนาคชี[แก้]

ในวันพิธีสยุมพรนั้นมีเหล่าทวยเทพทั่วจักรวาลมาชุมนุมกันที่นครปาเดียน พระวิษณุทรงจูงพระแม่มีนาคชีทำพิธีทักษิณานุปาทาน ๗ รอบกองไฟบูชาเพื่อเป็นการเข้าสู่พิธีสยุพร ในพิธีนั้นพระศิวะทรงสร้างอสูรนามว่า "ไวไก" ให้ทำหน้าที่สร้างแม่น้ำสายสำคัญให้แก่นครปาเดียน ในวันที่พระศิวะทรงอภิเษกกับพระแม่มีนาคชีนั้นได้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เรียกกันว่า "วันมีนาคชีกัลยานัม" พระศิวะและพระแม่มีนาคชีทรงปกครองนครปาเดียนเรื่อยมา จนกระทั่งทรงมีพระโอรสด้วยกันนามว่า "พระศรีรุทราปาเดียน" ซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์ของชาวทมิฬ หลังจากพระศรีรุทราปาเดียนเป็นกษัตริย์แห่งทมิฬแล้ว พระศิวะกับพระแม่มีนาคชีจึงทรงกลับสู่เขาไกรลาสและพระมีนาคชีทรงได้กลับเป็นพระแม่ปารวตีในที่สุด

อ้างอิง[แก้]