พระราชธรรมาภรณ์ (เงิน จนฺทสุวณฺโณ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระราชธรรมาภรณ์
(เงิน จนฺทสุวณฺโณ)
หลวงพ่อเงิน
190px
เกิด 16 กันยายน พ.ศ. 2433
มรณภาพ 13 มกราคม พ.ศ. 2520
อายุ 86
อุปสมบท 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2453
พรรษา 66
วัด วัดดอนยายหอม
ท้องที่ จังหวัดนครปฐม
สังกัด มหานิกาย
ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม

ประวัติ[แก้]

หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ หรือ พระราชธรรมาภรณ์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งนครปฐมอีกรูปหนึ่ง และชื่อหลวงพ่อเงินนั้นเคยมีพระรุ่นเก่าปรากฏนามนี้เช่นกันท่านเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นเดียวกัน อย่างเช่น หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นต้น ท่านเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นบุคคลที่ประชาชนให้ความเคราพกันเป็นส่วนใหญ่ เป็นพระนักพัฒนา และเป็นบุคคลที่มีจิตที่เมตตาต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า และในสมัยนั้นท่านก็เป็นแกนนำในการพัฒนาบ้านเรือนและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและท่านจะอบรมสั่งสอนให้ประชาชนทำแต่ความดี และท่านเองก็จะคอยพัฒนาช่วยเหลือวัดและบ้านที่เก่าหรือชำรุดก็ตาม โดยในการพัฒนานั้น ประชาชนก็จะให้ความร่วมมือกันเสมอ งานทุกอย่างจึงสำเร็จลุล่วงได้ดี ท่านได้รับการยกย่องจากประชาชนว่า เทพเจ้าแห่งดอนยายหอม [1] หลวงพ่อเงินท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2433 ในครอบครัวเกษตรกรรมที่มีฐานะครอบครัวหนึ่งของบ้านดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม บิดาท่าชื่อ พรม ด้วงพูล มารดาชื่อ กรอง ด้วงพูล ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 ในพี่น้องทั้งหมด 7 คน ในวัยเด็ก ท่านก็อยู่ศึกษาวิชาความรู้กับ พ่อพรม บิดาของท่านเอง และตัวพ่อพรมท่านมีความสามารถในการถ่ายทอดวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ ผ้ายันต์ ตัวอักขระ ต่อมาท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2353 ณ พัทธสีมา วัดดอนยายหอม มีพระปลัดฮวย เจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ หลังอุปสมบทท่านก็ได้เข้ารับการศึกษาพระธรรมวินัย และปฏิบัติธรรมของสงฆ์ ซึ่งในเวลาหลังอุปสมบทไม่นาน ท่านก็ได้มีการท่องบทคาถาอาคมต่าง ๆ หลวงพ่อท่านได้เริ่มปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและพอสำเร็จ ท่านก็เริ่มออกธุดงควัตร หลวงพ่อท่านได้เดินทางผ่านภาคเหนือ [2] ในการออกธุดงค์ของหลวงพ่อเงิน ต้องเผชิญอันตรายกับสัตว์ป่า สัตว์ที่ดุร้าย แต่ท่านก็สามารถรอดปลอดภัยกลับมาได้ แต่เนื่องจากระหว่างทางมีแต่ความลำบาก ท่านจึง ได้มาปักกลดอยู่ข้างบ้านดอนยายหอม โดยที่มีผิวกายดำกร้าน ร่างกายซูบผอมราวกับคนชรา ชาวบ้านพอจำท่านได้ก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นพอท่านกลับมาจากการปักกรดไม่นาน ท่านก็เทศนาสอนลูกศิษย์และประชาชนว่า ชีวิตมนุษย์ของเรานั้นไม่แน่นอน ร่างกายมนุษย์ สังขารนั้นไม่ยั่งยืน ทุกอย่างล้วนอยู่ในวัฎสงสาร และจงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ มีสุขก็รู้จักพอ ต่อมาท่านเจ้าคุณพุทธรักขิต แต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2459 และท่านได้เข้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอมจริงๆเมื่อปี พ.ศ. 2466 เนื่องจากพระปลัดฮวย อดีตเจ้าอาวาส ได้ถึงแก่มรณภาพลง เมื่อเดือน ธันวาคม 2504 หลวงพ่อเงินได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในนาม “พระราชธรรมาภรณ์” ข่าวนี้ ก่อความปลื้มปิติแก่ลูกศิษย์และชาวดอนยายหอมเป็นล้นพ้น หลวงพ่อท่านได้สร้างคุณประโยชน์มากมายตั้งแต่การดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ทั้งช่วยเหลือประชาชนและชาวบ้านละแวกใกล้ๆ และพระเครื่องของท่าน ก็คอยคุ้มครองปกปักรักษาประชาชนทุกคน หลวงพ่อเงินท่านได้เริ่มอาพาธในปี พ.ศ. 2520 และได้ถึงแก่มรณภาพลงในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2520 ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี lbibvkp6 86 ปี 66 พรรษา ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วก็ตาม แต่คุณความดีของท่านยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของบรรดาลูกศิษย์ลูกหา โดยเฉพาะชาวดอนยายหอมอย่างไม่มีวันลืม ต่างยังรำลึกนึกถึงท่านอย่างไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำ [3]

อ้างอิง[แก้]