ข้ามไปเนื้อหา

พระพรมหัศจรรย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
James Tissot, การเทศนาพระพรมหัศจรรย์, ป. ค.ศ. 1890, พิพิธภัณฑ์บรูกลิน

พระพรมหัศจรรย์[1] (ศัพท์โปรเตสแตนต์) หรือ มหาบุญลาภ[2] (ศัพท์คาทอลิก) (อังกฤษ: Beatitudes) เป็นพระพรที่พระเยซูทรงเล่าไว้ในมัทธิว 5:310 ที่คำเทศนาบนภูเขาในพระวรสารนักบุญมัทธิว และ 4 โองการที่คำเทศนาบนที่ราบในพระวรสารนักบุญลูกา ตามมาด้วยวิบัติ 4 ประการที่ตรงข้ามกับพระพร[3][4]

ในวัลเกตละติน พระพรมหัศจรรย์แต่ละข้อเริ่มต้นด้วยคำว่า beātī ซึ่งแปลว่า 'ได้รับพระพร' (คำคุณศัพท์แบบพหุพจน์) เทียบเท่ากับคำต้นฉบับในภาษากรีกว่า μακάριοι (makarioi) ที่มีความหมายเดียวกัน[a][6] ดังนั้น วลี "คนที่ยากจนด้านจิตวิญญาณก็เป็นสุข" ปรากฏในภาษาละตินเป็น beātī pauperēs spīritū[7] คำนามละติน beātitūdō ได้รัับการประดิษฐ์โดยกิแกโร เพื่อบรรยายถึงสภาวะแห่งพระพร และต่อมาได้รวมไว้ในหัวข้อบทที่เขียนไว้สำหรับมัทธิว 5 ในฉบับพิมพ์ต่าง ๆ ของวัลเกต[8]

แม้ว่าความคิดเห็นบางประการที่แตกต่างกันว่าควรแบ่งพระพรมหัศจรรย์ออกเป็นกี่ข้อ (ตั้งแต่ 8 ถึง 10 ข้อ) แต่บรรดานักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่ามีเพียง 8 ข้อเท่านั้น[9][10] พระพรมหัศจรรย์ 8 ข้อในมัทธิวปฏิบัติตามรูปแบบง่าย ๆ ดังต่อไปนี้: พระเยซูทรงตั้งชื่อกลุ่มคนที่ปกติแล้วคิดว่าเป็นผู้โชคร้าย และทรงประกาศว่าพวกเขาเป็นผู้ได้รับพร[3]

มัทธิว 5:3–12

[แก้]

พระพรมหัศจรรย์ที่ปรากฏในมัทธิวมี 9 ข้อ:[9][10][11]

3คนที่ยากจนด้านจิตวิญญาณก็เป็นสุข
เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขาทั้งหลาย
4คนที่โศกเศร้า ก็เป็นสุข
เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับการหนุนใจ
5คนที่สุภาพอ่อนโยน ก็เป็นสุข
เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก
6คนที่หิวและกระหาย ความชอบธรรมก็เป็นสุข
เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่ม
7คนที่มีใจเมตตา ก็เป็นสุข
เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับพระเมตตาตอบ
8คนที่มีใจบริสุทธิ์ ก็เป็นสุข
เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า
9คนที่สร้างสันติก็เป็นสุข
เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาทั้งหลายว่าเป็นลูก
10คนที่ถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ก็เป็นสุข
เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขาทั้งหลาย
11เมื่อพวกเขาจะติเตียนข่มเหง และนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายต่างๆ เป็นความเท็จเพราะเรา ท่านก็เป็นสุข
12จงชื่นชมและยินดี เพราะว่าบำเหน็จของพวกท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะพวกเขาข่มเหงบรรดาผู้เผยพระวจนะ ที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน...

พระพรมหัศจรรย์ที่ 9 (มัทธิว 5:11–12) สื่อถึงการแสดงท่าทีต่อว่าและกล่าวแก่บรรดาศิษย์[12][ต้องการเลขหน้า][13] อาร์.ที. แฟรนซ์มองโองการ 11 ถึง 12 ว่าอิงจาก Isaiah 51:7[14]

พระพรมหัศจรรย์ที่พบเฉพาะในมัทธิวคือคนที่สุภาพอ่อนโยน คนที่มีใจเมตตา คนที่มีใจบริสุทธิ์ และคนที่สร้างสันติ ในขณะที่อีก 4 พระพรก็พบคล้ายกันในลูกา แต่ตามหลังด้วย "วิบัติ 4 ประการ" เกือบทันที[15]

ลูกา

[แก้]
พระพรมหัศจรรย์ทั้งแปด แผ่นกระดาษจากเอกสารตัวเขียนวอลเตอร์ส W.171 (คริสต์ศตวรรษที่ 15)

พระพรมหัศจรรย์ 4 ข้อใน Luke 6:20–22 เกิดขึ้นในคำเทศนาบนที่ราบ

20พระองค์ทอดพระเนตรดูพวกสาวกของพระองค์แล้วตรัสว่า:

"ท่านทั้งหลายที่ยากจนก็เป็นสุข
เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นของท่าน
21ท่านทั้งหลายที่อดอยากเวลานี้ก็เป็นสุข
เพราะว่าท่านจะได้อิ่มท้อง
ท่านทั้งหลายที่ร้องไห้เวลานี้ก็เป็นสุข
เพราะว่าท่านจะได้หัวเราะ
22ท่านทั้งหลายเป็นสุขแม้มีคนเกลียดชังท่าน ไล่ท่านออกจากพวกเขา ประณามท่าน และเหยียดหยามท่านว่าเป็นคนชั่วช้าเนื่องจากท่านเห็นแก่บุตรมนุษย์

Luke 6:23 ("ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีและโลดเต้น เพราะบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ บรรพบุรุษของเขาก็ทำอย่างนั้นกับพวกผู้เผยพระวจนะเหมือนกัน") ปรากฏสอดคล้องกับข้อความในมัทธิว 5:11–12

วิบัติ 4 ประการที่ปรากฏในลูกา 6:24–26 มีดังนี้[16][9]

24"แต่วิบัติแก่พวกท่านที่ร่ำรวย
เพราะว่าท่านได้รับความสะดวกสบายแล้ว
25วิบัติแก่พวกท่านที่อิ่มท้องในเวลานี้
เพราะว่าท่านจะอดอยาก
วิบัติแก่พวกที่หัวเราะในเวลานี้
เพราะว่าท่านจะเป็นทุกข์และร้องไห้
26วิบัติเมื่อทุกคนบอกว่าท่านดี เพราะบรรพบุรุษของเขาก็ทำอย่างนั้นกับพวกผู้เผยพระวจนะเท็จเหมือนกัน

อรรถาธิบาย

[แก้]
1. Blessed are the poor in spirit : for theirs is the kingdom of heaven. (Matthew 5:3) ("เป็นบุญของผู้สมัครใจในความยากจน เหตุว่าอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา")

คำว่า "ยากจน" ในความหมายของพระเยซูคือการไม่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของแต่มีใจยึดมั่นอยู่กับพระเจ้าเท่านั้น คนจนของพระเจ้าจึงไม่ได้หมายถึงคนจนที่ไม่มีสมบัติ เพราะคนจนแบบนี้ยังมีใจโลภในสิ่งของต่าง ๆ เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะครอบครอง คนจนของพระเจ้านั้นเลือกที่จะปล่อยวางวัตถุไม่มุ่งสะสมทรัพย์สมบัติในโลกนี้แต่มุ่งแสวงหาความร่ำรวยในอาณาจักรสวรรค์ คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้านั่นเอง

2. Blessed are they that mourn : for they shall be comforted . (Matthew 5:4) ("เป็นบุญของผู้เศร้าโศก เหตุว่าเขาจะได้รับการปลอบโยนบรรเทา")

พระเยซูสอนไม่ให้หนีความทุกข์แต่เผชิญหน้ากับมันและหาความหมายในความทุกข์เหล่านั้น แม้แต่พระเยซูเองก็ไม่หนีความทุกข์ แต่ทรงยอมรับพระทรมานและยอมสละชีวิตบนไม้กางเขน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการไถ่บาป ความทุกข์จึงเป็นโอกาสให้นึกถึงพระวจนะและได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าในที่สุด

3. Blessed are the meek : for they shall inherit the earth. (Matthew 5:5)("เป็นบุญของผู้มีใจอ่อนโยน เหตุว่าเขาจะได้ครอบครองแผ่นดิน")

ความมีใจอ่อนโยนนั้นหมายถึงการเป็นผู้ที่ว่านอนสอนง่าย ความสุภาพถ่อมตน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ระวังความจองหองและริษยาที่อาจเกิดในใจได้ตลอดเวลา ผู้ที่มีจิตใจอ่อนโยนย่อมเป็นที่รักของผู้อื่น จึงเปรียบเสมือนการได้แผ่นดินโลกไว้เป็นกรรมสิทธิ์

4. Blessed are they which do hunger and thirst after righteousness : for they shall be filled. (Matthew 5:6)("เป็นบุญของผู้กระหายโหยหาความชอบธรรม เหตุว่าเขาจะได้รับความอิ่มหนำสมบูรณ์")

ผู้ที่ศรัทธาในความชอบธรรมอย่างแรงกล้า ย่อมดำเนินชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าอย่างมั่นคง ด้วยเชื่อมั่นว่าพระองค์จะทรงประทานบำเหน็จแก่เราในวันที่เราจะต้องได้รับการพิพากษาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเรากระหายโหยหาความชอบธรรม และดำเนินชีวิตตามความชอบธรรมนั้นอย่างสุดจิตใจแล้ว ย่อมไม่รู้สึกว่าตนเองถูกผู้ใดข่มเหงเบียดเบียน ไม่ต้องการแสวงหาความสุขใส่ตน แต่ทำทุกอย่างเพื่อผู้อื่นตามวิถีทางแห่งความชอบธรรม

5. Blessed are the merciful : for they shall obtain mercy. (Matthew 5:7)("เป็นบุญของผู้มีใจเมตตากรุณา เหตุว่าเขาจะได้รับพระเมตตาดุจเดียวกัน")"

ความเมตตากรุณา ในความหมายของพระเยซู คือความสามารถในการเข้าถึงจิตใจของผู้อื่น และการระลึกว่าเพื่อนมนุษย์คือลูกของพระเจ้า เป็นพี่น้องที่พระเจ้ามีพระประสงค์จะให้เราช่วยเหลือ

6. Blessed are the pure in heart : for they shall see God. (Matthew 5:8)("เป็นบุญของผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ เหตุว่าเขาจะได้เห็นพระผู้เป็นเจ้า")

การมีจิตใจบริสุทธิ์ในความหมายของพระเยซูเจ้าคือการทำทุกอย่างโดยบริสุทธิ์ใจในความดี เพราะใจบริสุทธิ์นั้นเป็นคุณสมบัติของพระเจ้า ผู้มีใจพระย่อมเห็นพระเจ้าได้

7. Blessed are the peacemakers : for they shall be called the children of God. (Matthew 5:9)("เป็นบุญของผู้สร้างสันติ เหตุว่าเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า")

"สันติ" ในความหมายของพระเยซูคือความสงบสันติโดยสมบูรณ์ เพราะพระเจ้าเป็นองค์ความสันติ ผู้ใดสร้างสันติผู้นั้นจึงใกล้ชิดกับพระเจ้า การปฏิบัติตามวิถีทางของพระเจ้าจึงได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้านั่นเอง

8. Blessed are they which are persecuted for righteousness' sake : for theirs is the kingdom of heaven. (Matthew 5:10)("เป็นบุญของผู้ถูกข่มเหงด้วยเหตุแห่งความชอบธรรม เหตุว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา")

พระเยซูทรงบอกกับผู้ที่สมัครใจจะติดตามพระองค์ว่า พระองค์เสด็จมาไม่ใช่เพื่อทำให้ชีวิตของผู้ติดตามพระองค์สะดวกสบายขึ้น แต่มาเพื่อทำให้พวกเขาเหล่านั้นยิ่งใหญ่ และได้รับพระสิริรุ่งโรจน์เช่นเดียวกับพระองค์ เนื่องจากการปฏิบัติตามวิถีทางของพระองค์ ย่อมมีโอกาสถูกผู้มีใจหยาบช้าข่มเหง ใส่ร้าย หรือแม้แต่กระทำอันตราย ด้วยเหตุที่ไปขัดผลประโยชน์อันไม่ชอบธรรมต่างๆ หรือแม้แต่เพียงไม่พอใจเมื่อทราบว่าเป็นผู้ที่นับถือในองค์พระเยซู ผู้ที่ถูกข่มเหงเพราะความเชื่อที่เขามีต่อพระองค์ หรือเพราะการกระทำความดีตามพระวาจาของพระองค์ ย่อมจะได้รับบำเหน็จในสวรรค์ และแม้ว่าเขาผู้นั้นจะยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ แต่แผ่นดินสวรรค์ก็เป็นของเขาก่อนแล้วโดยสมบูรณ์

หมายเหตุ

[แก้]
  1. "[T]he name of "Makaria", the "blessed" or "prosperous" one— ...as well as the family's membership in the upper classes.[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรม ศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, 91
  2. "มหาบุญลาภแปดประการ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-05. สืบค้นเมื่อ 2014-04-01.
  3. 1 2 Majerník, Ján; Ponessa, Joseph; Manhardt, Laurie Watson (2005). The Synoptics: Matthew, Mark, Luke. Steubenville, OH: Emmaus Road. pp. 63–68. ISBN 1-931018-31-6.
  4. "Matthew 5:3-10 - NIV - "Blessed ar..." www.christianity.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-09-07.
  5. Roselli, David Kawalko (April 2007), "Gender, Class and Ideology: The Social Function of Virgin Sacrifice in Euripides' Children of Herakles", Classical Antiquity, University of California Press, 26 (1): 81–169, doi:10.1525/ca.2007.26.1.81.
  6. Liddell; Scott, Lexicon, Blessed, happy, fortunate; in Attic, one of the upper classes.
  7. The Vulgate New Testament with the Douay Version of 1582 in Parallel Columns. Samuel Bagster and Sons. 1872. p. 5.
  8. Savage, Henry Edwin (1910). The Gospel of the Kingdom. p. 69.
  9. 1 2 3 Aune, David Edward (2003). The Westminster Dictionary of New Testament and early Christian literature. Westminster John Knox Press. pp. 75–78. ISBN 978-0-664-21917-8.
  10. 1 2 Beatitudes. Catholic Encyclopedia. สืบค้นเมื่อ September 5, 2013.
  11. Matthew 5:3–12
  12. Hunsinger, George (March 2016), The Beatitudes, Paulist Press.
  13. Vost, Kevin (2006), The Nine Beatitudes, Memorize the Faith, NH: Sophia Institute Press, p. 553.
  14. France, R.T. (October 1987). The Gospel According to Matthew: an Introduction and Commentary (1 ed.). Leicester: Send the Light. ISBN 0-8028-0063-7.
  15. Plummer, Rev. Arthur (for entry "Beatitudes") (1898). Hastings, James; Selbie, John A; Davidson, A B; Driver, S R; Swete, Henry Barclay (บ.ก.). Volume I: A–Feasts. Dictionary of the Bible: dealing with its language, literature, and contents, including the Biblical theology. Edinburgh: T&T Clark. pp. 261–262. ISBN 1410217221 โดยทาง Google Books.
  16. Luke 6:24–26

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]