พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก สายลับกลับมาป่วน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก สายลับกลับมาป่วน
Johnny English Reborn
โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับOliver Parker
อำนวยการสร้างTim Bevan
Eric Fellner
Chris Clark
เขียนบทHamish McColl
เขียนเรื่องWilliam Davies
นำแสดงRowan Atkinson
Rosamund Pike
Gillian Anderson
Dominic West
Daniel Kaluuya
Richard Schiff
Tim McInnerny
ดนตรีประกอบIlan Eshkeri
กำกับภาพDanny Cohen
ตัดต่อGuy Bensley
ค่ายStudioCanal
Relativity Media
Working Title Films
จำหน่าย/เผยแพร่Universal Pictures
ฉาย7 ตุลาคม ค.ศ. 2011 (2011-10-07)(สหราชอาณาจักร)
27 ตุลาคม 2011 (อเมริกาเหนือ)
ความยาว101 นาที[1]
ประเทศสหราชอาณาจักร
สหรัฐอเมริกา
ฝรั่งเศส
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้160.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]

พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก สายลับกลับมาป่วน (อังกฤษ: Johnny English Reborn) เป็นภาพยนตร์แนวสายลับตลกอังกฤษในปี 2011 เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของพยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก ในปี 2003 และนำแสดงโดยโรวัน แอตคินสัน ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2011

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

เมื่อ 5 ปีก่อนจอห์นนี อิงลิช (โรวัน แอตคินสัน) ทำภารกิจพลาดที่โมซัมบิคทำให้ประธานาธิบดีถูกลอบสังหาร หลังจากถูกปลดอิงลิชก็ไปฝึกวิชาที่ทิเบต ต่อมาทางหน่วย MI7 มีภารกิจใหม่แต่สายบอกจะคุยกับอิงลิชเท่านั้น อิงลิชกลับมาที่สำนักงาน เปกาซัสคนใหม่ (จิลเลียน แอนเดอร์สัน) แนะนำให้อิงลิชรู้จักกับเคท ซอมเมอร์ (โรซามันด์ ไพค์) นักวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ อิงลิชเจอกับไซมอน แอมโบรส (โดมินิค เวสท์) เพื่อนร่วมงานเก่าที่เป็นสายลับเหมือนกัน และแพทช์ (ทิม แมคอินเนอรี) นักประดิษฐ์นั่งรถเข็นให้รถสั่งการด้วยเสียงกับอิงลิช โดยอิงลิชได้รับงานไปสืบเรื่องวอร์เท็กซ์ที่มาเก๊า พร้อมกับทัคเกอร์ (แดเนียล คาลูยา) ผู้ช่วยไปพบสายคนแรกที่คาสิโนในมาเก๊า

อิงลิชพยายามติดต่อแต่ผิดคน ตัวจริงถูกนักฆ่าฆ่าตาย อิงลิชเจอเลขห้องโรงแรมในกระเป๋าเสื้อเลยไปที่นั่น อิงลิชพบกับฟิชเชอร์ ฟิชเชอร์เล่าเรื่องวอร์เท็กซ์คือนักฆ่าสามคนที่มีกุญแจคนละดอก ฟิชเชอร์คือหนึ่งในนั้น ฟิชเชอร์บอกว่าวอร์เท็กซ์เคยไปที่โมซัมบิค ระหว่างคุยกันอยู่ฟิชเชอร์ถูกนักฆ่าที่เป็นหญิงชราชาวจีนฆ่าตาย อิงลิชตามคนร้ายที่เข้าไปขโมยกุญแจจากศพฟิชเชอร์ขึ้นไปบนตึก กระโดดข้ามตึกจนกระทั่งคนร้ายหนีลงเรือ อิงลิชเก่งขึ้นเพราะไปฝึกมาสามารถแย่งกุญแจจากคนร้ายได้

ระหว่างขึ้นเครื่องกลับลอนดอน คนร้ายปลอมตัวเป็นแอร์โฮสเตสขโมยกุญแจไปอย่างง่าย อิงลิชกลับไปพบเปกาซัสปรากฏว่ากุญแจหายไปแล้ว นักฆ่าผู้หญิงแก่ชาวจีนตามฆ่าอิงลิช อิงลิชจับผิดตัวไปจับแม่ของเปกาซัสแถมเอาถาดตีหัวแม่ของเปกาซัสจนโดนเปกาซัสต่อว่า เคทสะกดจิตอิงลิชพาอิงลิชย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่โมซัมบิค อิงลิชที่ทำหน้าที่หัวหน้าทีมอารักขาประธานาธิบดีที่เพิ่งรับตำแหน่งวันแรก อิงลิชถูกผู้หญิงยั่วหลอกให้ลงไปแช่ในอ่างระหว่างนั้นประธานาธิบดีก็ถูกการ์ดของตัวเองฆ่าตาย เห็นนักฆ่าสามคนหนึ่งในนั้นคือฟิชเชอร์ อิงลิชเห็นหน้าอีกคนคืออาเท็ม คาร์ลิงโกอดีตสายลับที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเซอร์ไก พูดอฟกินเป็นนักกอล์ฟกำลังจะเข้าแข่งขัน เปกาซัสให้อิงลิชไปจับตัวพูดอฟกินมาแบบเป็นๆ

อิงลิชไปที่สนามกอล์ฟ นักฆ่าคนเดิมตามไปแต่ไม่ได้ฆ่าอิงลิชกลับยิงพูดอฟกินแทน อิงลิชกับทัคเกอร์ช่วยพูดอฟกินขึ้นฮ.แต่ถูกนักฆ่ายิงจนระบบนำทางเสีย อิงลิชขับฮ.ไปตามถนนสุดท้ายขับไปจอดบนรถพยาบาลจนไปถึงโรงพยาบาล ก่อนตายพูดอฟกินให้กุญแจกับอิงลิชและพูดถึงสายลับอีกคนเป็น KGB CIA และ MI7 เท่ากับว่ามีหนอนใน MI7 อิงลิชเข้าประชุมกับท่านนายกรัฐมนตรี ระหว่างเค้าประชุมอิงลิชก็นั่งเล่นเก้าอี้ไป อิงลิชได้รับมอบหมายให้สืบต่อ อิงลิชนัดเจอไซมอนถามไซมอนเรื่องสายและกุญแจ จริงๆแล้วไซมอนก็คือวอร์เท็กซ์คนที่สามตอนแรกไซมอนคิดว่าอิงลิชรู้แต่อิงลิชไม่รู้แถมยังให้กุญแจกับไซมอนง่ายๆ ทัคเกอร์พยายามบอกกับอิงลิชว่าไซมอนคือวอร์เท็กซ์และอยู่ที่โมซัมบิคด้วยแต่อิงลิชไม่เชื่อไล่ทัคเกอร์กลับ ไซมอนบอกกับอิงลิชว่าแพทช์คือคนร้าย

เท่ากับว่าไซมอนได้กุญแจสามดอกที่เอามารวมเป็นดอกเดียว ไซมอนโทรบอกเปกาซัสว่าอิงลิชก็คือวอร์เท็กซ์คนที่สาม อิงลิชไปจับแพทช์แต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกตำรวจเป็นฝูงไล่จับแทน อิงลิชถูกยิงที่ขาเลยขโมยรถเข็นของแพทช์หนีไปได้แบบงงๆ อิงลิชไปที่บ้านเคทขอให้เคทช่วย ไซมอนไปเปิดเซฟเอายาแบบเดียวกับที่ใช้ที่โมซัมบิคออกมา คือใช้ยากับการ์ดของประธานาธิบดีแล้วสั่งให้ฆ่าประธานาธิบดีทิ้งหลังจากนั้นไม่นานการ์ดก็จะหัวใจล้มเหลวตายไปเอง คราวนี้ไซมอนรับจ้างฆ่านายกจีน เคทสืบได้ข้อมูลจากภาพข่าวที่โมซัมบิค เคทสังเกตเห็นความผิดปกติของการ์ดที่ฆ่าประธานาธิบดีเคทรู้ว่าพวกวอร์เท็กซ์ใช้ยาควบคุมสมอง (Timoxelin Barbeboutanol) ที่ CIA เคยใช้แต่ถูกสั่งให้ทำลายไปแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ทำลายคราวนั้นก็คือฟิชเชอร์

ไซมอนมารับเคทที่ห้อง อิงลิชเห็นไซมอนจากหน้าต่างจำได้ว่าไซมอนก็คือวอร์เท็กซ์คนที่สามในโมซัมบิค นักฆ่าจีนตามมาฆ่าอิงลิชอีกครั้ง อิงลิชหนีลงไปทางช่องทิ้งขยะ อิงลิชไปหาทัคเกอร์ที่บ้านชวนทัคเกอร์ไปทำงานต่อ อิงลิชกับทัคเกอร์ไปขโมยรถขับตามไซมอนไปที่ศูนย์บัญชาการที่อยู่บนยอดเขา อิงลิชใช้เครื่องมือไม่เป็นดันไปใช้เครื่องมือสำหรับขอความช่วยเหลือที่บอกพิกัดตัวเอง ก่อนจะถูกจับอิงลิชให้ทัคเกอร์แกล้งยิงตัวเอง อิงลิชแกล้งตายถูกขนศพขึ้นไปบนศูนย์บัญชาการ ไซมอนแอบผสมยาในเครื่องดื่มเอาไปให้เปกาซัสกะให้เปกาซัสเป็นคนลงมือฆ่านายกจากจีน อิงลิชแอบเข้าไปในห้องเปกาซัส อิงลิชพยายามบอกเปกาซัสว่าไซมอนคือวอร์เท็กซ์คนที่สามแต่ดันโง่ไปดื่มน้ำเอง ไซมอนเลยต้องใช้อิงลิชเป็นมือสังหารแทนเปกาซัส ไซมอนจึงสั่งให้อิงลิชทำร้ายเปกาซัสสลบ

อิงลิชเข้ามาในห้องที่นายกรัฐมนตรีกำลังคุยกับนายกรัฐมนตรีของจีน ไซมอนสั่งให้อิงลิชลงมือด้วยปืนลิปสติก เพราะตามแผนจะให้เปกาซัสเป็นคนลงมือ อิงลิชที่เคยฝึกมาจากทิเบตพยายามฝืนบังคับจิตให้ควบคุมร่างกาย อิงลิชต่อสู้กับตัวเอง ทัคเกอร์พยายามช่วยเปิดเพลงรบกวนคลื่นเสียงของไซมอน ต่อมาไซมอนดันเปิดไมค์บอกชื่อตัวเองเสร็จสรรพสั่งให้อิงลิชฆ่านายกจีนเพราะเหลือเวลาแค่ 10 วินาที อิงลิชหัวใจหยุดเต้น ไซมอนลงกระเช้าหนีไป เคทจูบอิงลิชฟื้นขึ้นมาเหมือนเกิดใหม่ตามที่อาจารย์บอก

อิงลิชโดดร่มตามไซมอนไป ต่อสู้กันพักนึงอิงลิชได้เปรียบแย่งปืนได้แต่ดันตกจากกระเช้า อิงลิชอุปกรณ์ร่มกันกระสุนหรือ T2 ที่มีระเบิดที่ซ่อนอยู่ยิงใส่กระเช้าของไซมอนจนระเบิด หลังจากนั้นพระราชินีให้อิงลิชเข้าเฝ้าเพื่อคืนตำแหน่งให้อิงลิช นักฆ่าปลอมตัวเป็นพระราชินีไล่ฆ่าอิงลิช นักฆ่าหนีไปได้อิงลิชจับพระราชินีตัวจริงตีด้วยถาด เจ้าหน้าที่จับนักฆ่าได้อิงลิชได้แต่ยืนอึ้งเพราะเพิ่งเอาถาดตีหัวพระราชินี

รายชื่อนักแสดง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Johnny English Reborn (PG)". British Board of Film Classification. 1 September 2011. สืบค้นเมื่อ 1 September 2011.
  2. Zeitchik, Steven (20 October 2011). "Movie Projector: 'Paranormal Activity 3' to frighten rivals". Los Angeles Times. Tribune Company. สืบค้นเมื่อ 20 October 2011. Unknown parameter |prequel= ignored (help)
  3. Box Office Mojo. "Johnny English Reborn (2011)". สืบค้นเมื่อ 14 November 2011.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]