ผู้ใช้:Thanakrit1121999/ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Hell's Kitchen ครัวนรก
ไฟล์:Hell's Kitchen.jpeg
ประเภทเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหาร
สร้างโดยกอร์ดอน แรมซีย์
เค้าโครงจากHell's Kitchen UK
แสดงนำกอร์ดอน แรมซีย์
บรรยายโดยเจสัน ทอมป์สัน
ผู้ประพันธ์
ดนตรีท้องเรื่อง
เดวิด วานาคอร์
ดนตรีเปิดFire ร้องโดย Ohio Player
ผู้ประพันธ์เดวิด วานาคอร์
ประเทศแหล่งกำเนิดสหรัฐอเมริกา
ภาษาต้นฉบับอังกฤษ
จำนวนฤดูกาล18
จำนวนตอน282
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร
  • กอร์ดอน แรมซีย์
  • อาเทอร์ สมิธ
  • เคนท์ วีด
กล้องหลายกล้อง
ความยาวตอน41-44 นาที
บริษัทผู้ผลิต
  • เอ สมิธ แอนด์ โค โปรดักชั่นส์ (ในเครือบริษัท ทีโนโพลิส)
  • กรานาดา อเมริกา (ซีซั่น 1-5)
  • ไอทีวี สตูดิโอส์ (ซีซั่น 6-9)
  • ไอทีวี สตูดิโอส์ อเมริกา (กลางซีซั่น 9-ปัจจุบัน)
ผู้จำหน่ายไอทีวี สตูดิโอส์ โกลบอล เอนเตอร์เทนเมนท์
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์
แบบภาพ480ไอ (โทรทัศน์คมชัดมาตรฐาน)
720ไอ (โทรทัศน์ความคมชัดสูง)
แบบเสียงดอลบี้ ดิจิตอล 5.1 เซอร์ราวด์
ออกอากาศครั้งแรก30 พฤษภาคม พ.ศ. 2548
การออกอากาศแรก30 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์

เฮลส์คิทเช่น (อังกฤษ : Hell's Kitchen) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาไทยว่า ครัวนรก หรือ ครัวหฤโหด เป็นรายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารของเชฟมืออาชีพทุกระดับ เพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารดังๆ จากทั่วโลก โดยมีต้นแบบมาจากรายการ Hell's Kitchen ของประเทศอังกฤษ ดำเนินรายการโดย กอร์ดอน แรมซีย์ เพียงผู้เดียวตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงปัจจุบัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่ออกอากาศไปได้ 18 ซีซั่น รายการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ อวอร์ดส์ มาแล้วถึง 3 ครั้ง นอกจากนี้ ทางช่องฯ ยังได้มีการต่อสัญญาการออกอากาศเพิ่มไปอีกจนถึงปี 2563 อีกด้วย

รูปแบบการแข่งขัน[แก้]

ในแต่ละซีซั่นจะมีผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นเชฟระดับมืออาชีพจากทุกตำแหน่ง ที่สมัครเข้ามาร่วมแข่งขันและผ่านการคัดเลือกจากทีมงานจำนวน 12-20 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ทีม คือ ทีมผู้ชาย (ใส่เสื้อแจ็คเกตสีขาว-น้ำเงิน) และทีมผู้หญิง (ใส่เสื้อแจ็คเกตสีขาว-แดง) มาแข่งขันทำอาหารและใช้ชีวิตร่วมกันที่ร้านอาหารซึ่งจำลองในสตูดิโอ โดยในบางครั้ง เชฟอาจจะให้ผู้เข้าแข่งขันบางคนย้ายไปอยู่อีกทีมหนึ่งหากทีมใดทีมหนึ่งมีจำนวนสมาชิกในทีมไม่เท่ากันกับอีกทีมหนึ่งหรือเห็นว่าเชฟคนนั้นทำได้ดีกว่าในอีกทีมหนึ่ง โดยจะมีผู้ที่ตกรอบถูกคัดออกจากรายการไปในแต่ละตอน เมื่อรายการเหลือผู้เข้าแข่งขันอยู่ 6 คน เชฟพิธีกรก็จะให้ผู้เข้าแข่งขันแข่งกันเป็นรายบุคคลและสวมเสื้อแจ็คเกตสีขาว-ดำจนถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยปกติการแข่งขันในแต่ละตอนจะถูกแบ่งออกเป็นช่วงๆ ดังนี้

รอบ Challenge[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีม หรือรายบุคคลจะได้รับโจทย์การแข่งขันจากเชฟพิธีกรซึ่งจะแตกต่างกันและหลากหลายออกไปในแต่ละโจทย์/แต่ละตอน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร แม้กระทั่งการปิดตาชิมอาหาร แต่อย่างไรก็ดี การแข่งขันรอบ Challenge แรกของแต่ละซีซั่นจะเป็นการรังสรรค์เมนูอาหารอันเป็น Signature ของตัวเอง

ทีมที่ชนะคะแนนจากการตัดสินของเชฟพิธีกรหรือเชฟผู้ตัดสินที่เชฟพิธีกรเชื้อเชิญมายังรายการ จะได้รางวัลเป็นการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดให้ ส่วนทีมที่แพ้การแข่งขันก็จะโดนทำโทษโดยการให้ไปทำความสะอาดครัว ขนย้ายวัตถุดิบเข้ามาในครัว เตรียมอาหารมื้อค่ำ เตรียมวัตถุดิบพิเศษสำหรับเมนูอาหารพิเศษ จัดเตรียม ตกแต่งสถานที่สำหรับการบริการมื้อค่ำ บางครั้งผู้ช่วยเชฟอาจจะให้กินอาหารพิสดารร่วมด้วย เช่น เช่น เอาเศษอาหารจากถังขยะมาปั่นทำเป็นสมูทตี้ให้ทีมผู้เข้าแข่งขันทีมที่แพ้รับประทาน เป็นต้น

รอบบริการมื้อค่ำ[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนของทั้ง 2 ทีม จะต้องทำงานในโซนรับผิดชอบ (Station) ของตนเองตามที่ทางรายการกำหนด อาทิ โซนอาหารเรียกน้ำย่อย โซนเนื้อ โซนปลา โซนของตกแต่งจาน เพื่อทำและเสิร์ฟอาหารให้แขก 100 คนซึ่งได้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมรายการไว้แล้วเข้ามาร่วมรับประทานอาหารในห้องอาหารจำลองซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำรายการ พร้อมกับเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และขนมหวาน (ก่อนการบริการมื้อค่ำเชฟทุกคนจะได้รับตำราอาหารจากเชฟพิธีกรเพื่ออ่าน เรียนรู้ และจดจำวิธีการทำ (รวมเมนูที่ทำยากที่สุด อาทิ ข้าวผัดรีชอตโต้ และบีฟเวลลิงตัน (เนื้อวัวสันนอกย่างห่อด้วยเครื่องเทศ เห็ดผัดและแป้งพายอบ)

รายการอาหารแต่ละเมนูอาจถูกเพิ่มโดยวัตถุดิบพิเศษที่มีให้ในรายการ หรือเมนูของผู้เข้าแข่งขันที่เชฟพิธีกรให้การยอมรับว่าดีที่สุด ภายหลังอาจมีการบริการมื้อค่ำแบบ Private ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องเสิร์ฟอาหาร 5 เมนูให้แขกถึง 12 คน และมีโต๊ะข้างๆ ครัว (Chef's table) ฝั่งละ 1 โต๊ะ (เมื่อแข่งขันรายบุคคล (สวมแจ็คเกตสีขาว-ดำ) จะมีโต๊ะ Chef's table เพียง 1 โต๊ะเท่านั้น ซึ่งโต๊ะเหล่านี้จะเป็นตัวตรวจสอบถึงคุณภาพการบริการแต่ละทีม/คน

เมื่อใดก็ตามที่เชฟทำอาหารผิดพลาด (เช่น เนื้อสัตว์ปรุงไม่สุก ไม่ร้อน หรือสุกเกินไป หรือใส่เครื่องปรุงน้อยหรือมากจนเกินไป) ไม่ว่าจะเกิดจากการตรวจสอบโดยเชฟพิธีกรหรือลูกค้าส่งอาหารเหล่านั้นกลับไปยังครัวก็ตาม เชฟพิธีกรก็จะเรียกเชฟผู้เข้าแข่งขันมาดูเพื่อตรวจจุดที่ผิดพลาด (เช่น ให้แตะที่เนื้อสัตว์กรณีไม่ร้อน ดูเนื้อสัตว์ด้านในที่ยังไม่สุกดีหรือแม้กระทั่งให้ชิมอาหารที่ผู้เข้าแข่งขันทำผิดพลาดด้วย) พร้อมทั้งคำด่าที่มีวาจาอันก้าวร้าวและหยาบคาย (ในบางครั้ง) แล้วให้ไปทำใหม่ (ในขณะเดียวกันเชฟพิธีกรอาจจะทำลายอาหารเหล่านั้นโดยการทุบ ทุ่ม เขวี้ยง หรือโยนอาหารทั้งชิ้น หรือทั้งภาชนะลงตามซอกมุมต่างๆ ของครัวก็ได้ เพื่อเป็นการแสดงว่าอาหารเหล่านั้นใช้เสิร์ฟลูกค้าไม่ได้) เมื่อเชฟคนใดคนหนึ่งอยู่ทั้ง 2 ทีม เชฟผู้ช่วยก็จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเตือนเชฟพิธีกรในปัญหาที่เกิดขึ้น

เป้าหมายของการบริการมื้อค่ำ นั่นก็คือ เสิร์ฟอาหารให้ถูกต้องและครบทุกออเดอร์ เว้นแต่ว่าเชฟทีมนั้นทำผิดพลาดจนถูกไล่ให้ออกไปอยู่ที่หอพักข้างบนเนื่องจากกระทำผิดพลาดซ้ำซากหรือบริการแย่จนถูกสั่งปิดครัวกะทันหัน (หรือทั้งสองทีม) และให้สมาชิกที่ทำดีที่สุดในทีมนั้นเสนอชื่อ

ช่วงคัดออก[แก้]

เมื่อเสร็จสิ้นการบริการมื้อค่ำแล้ว เชฟผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีมจะต้องเข้าแถวตอนหนึ่ง เพื่อฟังประกาศทีมที่แพ้ และให้ทีมที่แพ้เข้าไปในหอพัก และเมื่อถึงเวลา ให้คนที่ทำได้ดีที่สุดในทีมนั้นเสนอ 2 ชื่อผู้เข้าแข่งขันที่คิดว่าแย่ที่สุดให้ออกจากรายการ (ในบางครั้งหากทั้ง 2 ทีมชนะ แต่เชฟพิธีกรพบเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการบริการมื้อค่ำ อาจจะให้ทั้ง 2 ทีมเสนอชื่อเพื่อกำจัดตัวปัญหาออกจากทีมไปด้วยก็ได้ หรือในบางกรณีเชฟพิธีกรอาจจะให้ทีมเสนอ 1 หรือ 3 ชื่อผู้เข้าแข่งขันเพื่อคัดออกก็ได้) เมื่อถูกเสนอชื่อ จะต้องก้าวออกมาด้านหน้าและบอกเหตุผลว่า "ทำไมคุณควรอยู่ต่อใน Hell's Kitchen" หลังจากนั้น เชฟพิธีกรก็จะตัดสินใจเลือก 1 คนเพื่อให้ออกจากรายการและถอดเสื้อแจ็คเกตคืนแก่เชฟพิธีกร (ในบางครั้งอาจให้เก็บเสื้อเหล่านี้ไว้เป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปด้วย)

ในบางกรณีเชฟพิธีกรอาจจะให้ผู้เข้าแข่งขันออกจากรายการขณะบริการอาหารมื้อค่ำหรือให้เชฟคนใดคนหนึ่งในทีมชนะออกจากรายการหรือเชฟพิธีกรคัดผู้เข้าแข่งขันออกทีเดียว 2 คน หรือให้ย้ายทีมทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเชฟพิธีกรเองในการตัดสินใจ

เมื่อเหลือผู้เข้าแข่งขัน 6-7 คน ผู้เข้าแข่งขันก็จะได้รับเสื้อแจ็คเกตสีขาว-ดำไปโดยที่ไม่ต้องแข่งขัน หรือจะต้องทำการแข่งขันเฉพาะกิจเพื่อชิงเสื้อแจ็คเกตสีขาว-ดำต่อไป

หลังจากเสร็จสิ้นการคัดออกแล้ว เชฟพิธีกรก็จะเดินขึ้นไปในออฟฟิศและผู้ชมทางบ้านจะได้ฟังคำบรรยายจากเชฟพิธีกรถึงเหตุผลที่คัดผู้เข้าแข่งขันคนนั้นออก จากนั้นเชฟพิธีกรก็จะแขวนเสื้อแจ็คเกตใต้กรอบรูปภาพผู้เข้าแข่งขันคนนั้นๆ แล้วภาพผู้เข้าแข่งขันก็จะค่อยๆ ถูกไฟเผาออกจากกรอบรูป

รอบ Final Service[แก้]

เชฟผู้เข้าแข่งขัน 2 คนสุดท้ายจะต้องทำการแข่งขันโดยการสร้างสรรค์เมนูอาหารของตนเอง และเป็นผู้นำทีมในการบริการมื้อค่ำครั้งสุดท้ายด้วย โดยจะนำผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกกลับมาบริการมื้อค่ำในฐานะลูกทีมด้วย

เมื่อเสร็จสิ้นการบริการมื้อค่ำ เชฟพิธีกรก็จะพาผู้เข้าแข่งขันขึ้นไปยังออฟฟิศ เพื่อให้เชฟพิธีกรทำการตัดสินแล้วให้เชฟทั้ง 2 คน มายืนหน้าประตูออฟฟิศ ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดประตูออกจากออฟฟิศข้างบนได้จะเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันทันที ได้รับสิทธิ์การเป็นหัวหน้าเชฟที่ร้านอาหารต่างๆ ที่ทางรายการได้เลือกไว้ พร้อมรับเงินเดือน $250,000 (ประมาณ 7,375,000 บาท) และได้รับการจารึกกรอบรูปพร้อมรูปถ่ายของผู้ชนะไว้บริเวณทางเข้าร้านอาหารทันที

ทั้งนี้ เชฟพิธีกรก็จะบรรยายถึงผู้ชนะเลิศการแข่งขันในตอนท้ายรายการอีกด้วย

ผู้ชนะ[แก้]

ซีซั่นที่ ผู้ชนะ รางวัล เหตุผล ออกอากาศ
1 Michael Wray Tatou รัฐลอสแองเจอลิส มาตรฐานการบริการสูง 30 พฤษภาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2548
2 Healther West Terra Rossa บริเวณ Red rock resort spa & casino Las Vegas รัฐเนวาดา ความตั้งใจสูง 12 มิถุนายน - 14 สิงหาคม พ.ศ. 2549
3 Rock Harper Terra Verde บริเวณ Green Valley Ranch รัฐเฮนเดอร์สัน ภาวะการเป็นผู้นำสูง 4 มิถุนายน - 13 สิงหาคม พ.ศ. 2550
4 Christina Machamer London west Hollywood รัฐลอสแองเจอลิส ศักยภาพการทำงานดีกว่า 1 เมษายน - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
5 Danny Weltri Fornelleto บริเวณ The Borgata แอตเลติก ซิตี้ วุฒิภาวะ 29 มกราคม - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
6 Dave Lavey Araxi Restaurant & Bar รัฐวิสต์เลอร์ ประเทศแคนาดา ศักยภาพสูง 21 กรกฎาคม - 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552
7 Holli Ugalde Savoy Grill บริเวณโรงแรม Savoy Hotel กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร ความมั่นใจในตัวเองสูง 1 มิถุนายน - 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553
8 Nona Silvey LA Market บริเวณโรงแรม JW Marriott รัฐลอสแองเจอลิส รสชาติอาหาร 22 กันยายน - 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
9 Paul Niedermann BLT Steak บริเวณ New York City กรุงนิวยอร์ค ความกระตือรือร้นสูง 18 กรกฎาคม - 19 กันยายน พ.ศ. 2554
10 Christina Wilson Gordon Ramsay Steak บริเวณ Paris Las vegas รัฐเนวาดา ความรัก ความชอบในการงาน 4 มิถุนายน - 10 กันยายน พ.ศ. 2555
11 Ja'Nel Witt Gordon Ramsay Pub & Grill สาขา Caesars Palace ความใจเย็น 12 มีนาคม - 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
12 Scott Commings Gordon Ramsay Pub & Grill สาขา Caesars Palace (ครั้งที่ 2) ความคิดสร้างสรรค์ 13 มีนาคม - 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
13 La Tassha Mccutchen Gordon Ramsay Pub & Grill สาขา Caesars Athletic City ความแน่วแน่และความตั้งใจสูง 10 กันยายน - 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557
14 Meghan Gill Gordon Ramsay Pub & Grill สาขา Caesars Athletic City (ครั้งที่ 2) ภาวะผู้นำอย่างเป็นธรรมชาติ 3 มีนาคม - 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558
15 Ariel Malone BLT Steak สาขา Bally's Las Vegas รัฐเนวาดา ความราบรื่นในการบริการ 15 มกราคม - 29 เมษายน พ.ศ. 2559
16 Kimberry Ann-Ryan Yardbird Southren Table & Bar สาขา The Venetian Las Vegas รัฐเนวาดา ความหนักแน่นที่จะแข่งขันสูง 23 กันยายน พ.ศ. 2559 - 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
17 (รวมดาว All Stars) Michelle Trible Hell's Kitchen Restaurant บริเวณ Caesars Palace Las Vegas รัฐเนวาดา พรสวรรค์ 29 กันยายน พ.ศ. 2560 - 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
18 (มือเก๋าปะทะเด็กใหม่ Rookies vs. Veterans) Ariel Conterras Fox Hell's Kitchen Restaurant บริเวณ Caesars Palace Las Vegas รัฐเนวาดา พัฒนาการและความยืนหยัดที่จะแข่งขัน 28 กันยายน พ.ศ. 2561 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เฮลส์คิทเช่นในประเทศไทย[แก้]

ในประเทศไทยได้มีการนำรายการ Hell's Kitchen เวอร์ชั่นอเมริกัน มาออกอากาศอยู่หลายครั้ง โดยออกอากาศครั้งแรกทางทรูวิชั่นส์ ช่องทรูซีรีส์ และสตาร์เวิลด์ (ปัจจุบันเป็นช่องฟ็อกซ์ไลฟ์) ตามลำดับ โดยทั้ง 2 ช่องออกอากาศในระบบเสียงซาวด์แทร็คพร้อมคำบรรยายภาษาไทย ต่อมาออกอากาศทางช่องฟ็อกซ์ไทย โดยออกอากาศในระบบเสียง 2 ภาษา (อังกฤษ-ไทย)

ในปี พ.ศ. 2557 บริษัท แฮฟเอกู๊ดดรีม เอช กรุ๊ป จำกัด (ในเครือ เอช กรุ๊ป) ของคุณหนุ่ม กิติกร เพ็ญโรจน์ ได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการ Hell's Kitchen จาก ไอทีวี สตูดิโอส์ โกลบอล เอนเตอร์เทนเมนท์ มาออกอากาศในรูปแบบ Finished Program พากย์ไทย ทางช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี โดยออกอากาศ Hell's Kitchen USA ซีซั่น 3 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557 - 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปลายปี พ.ศ. 2561 ทรูวิชั่นส์ได้รับสิทธิ์ในการออกอากาศรายการนี้อีกครั้ง โดยออกอากาศซีซั่น 17 (รวมดาว All Stars) ทางช่องทรูเอ็กไซต์ (หมายเลข 340 HD และ 351 SD) ในระบบเสียงภาษาไทยและอังกฤษ โดยไม่มีการเซ็นเซอร์คำหยาบคาย (ภาษาอังกฤษ)