ผู้ใช้:Jeabbabe/ทดลองเขียน
นี่คือหน้าทดลองเขียนของ Jeabbabe หน้าทดลองเขียนเป็นหน้าย่อยของหน้าผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้มีไว้ทดลองเขียนหรือไว้พัฒนาหน้าต่าง ๆ แต่นี่ไม่ใช่หน้าบทความสารานุกรม ทดลองเขียนได้ที่นี่ หน้าทดลองเขียนอื่น ๆ: หน้าทดลองเขียนหลัก |
♩🍟 i𝐫𝒾s➆❸𝓡➁ 💣💘 👊🍮 Ⓘгiˢ7❸𝔯2 ☢🍧 🐤 ⋆ 🐀𝐼𝓇𝒾𝓈𝟩𝟥𝑅𝟤🐀 ⋆ 🐤 ☹♞ Ⓘ𝓡Į𝓢7➂Ř➁ 😈😝 🐻🐳 ᎥŘi𝕊❼➂𝓻2 ♩🎯
บทความ
[แก้]ทดสอบระบบ
[แก้]ก่อตั้งในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2482
- 86 ปี 264 วัน
- 10 ปี 0 วัน
- ข้อผิดพลาด: แม่แบบ:อายุปีและวัน รองรับเฉพาะปีพุทธศักราช กรุณาใช้ แม่แบบ:Age in years and days หากใช้ปีคริสต์ศักราช
- 482 ปี 0 วัน
- −472 ปี 0 วัน
ทีซีซี แอสเซ็ทส์
[แก้]ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (อังกฤษ: TCC Assets) เป็นชื่อบริษัทเอกชนในรูปแบบบริษัทผู้ถือหุ้นของกลุ่มทีซีซี ซึ่งเน้นการถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ปัจจุบันมีทั้งหมด 2 บริษัท ซึ่งใช้ชื่อเดียวกัน และมีผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดียวกันคือเจริญ สิริวัฒนภักดี และกองมรดกของคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ฝ่ายละ 50% ดังนี้
- บริษัทต่างประเทศ จดทะเบียนในชื่อ ทีซีซี แอสเซ็ทส์ ลิมิเต็ด (อังกฤษ: TCC Assets Limited) ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เพื่อประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก[1] โดยตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 กลุ่มทีซีซีได้ให้ทีซีซี แอสเซ็ทส์ ลิมิเต็ด ร่วมกับอินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (อินเตอร์เบฟ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทดังกล่าว โดยอินเตอร์เบฟถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่าทีซีซี แอสเซ็ทส์ ต่อมาในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557 เอฟแอนด์เอ็นได้แยกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ในชื่อ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (เฟรเซอร์ส) โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นเฟรเซอร์สให้ผู้ถือหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นมาถือโดยตรง
- บริษัทสัญชาติไทย จดทะเบียนในชื่อ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด (อังกฤษ: TCC Assets (Thailand) Co., Ltd)
- ↑ "CIRCULAR TO SHAREHOLDERS in relation to the MANDATORY CONDITIONAL CASH OFFER" [หนังสือเวียนถึงผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับข้อเสนอเงินสดแบบมีเงื่อนไขบังคับ] (PDF). เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (ภาษาอังกฤษ). 11 ตุลาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2025.
สวนจากภูผาสู่มหานที
[แก้]| สวนจากภูผาสู่มหานที | |
|---|---|
| ประเภท | สวนชุมชน |
| เปิดตัว | 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 |
| เจ้าของ | มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ |
| ผู้ดำเนินการ | |
สวนจากภูผาสู่มหานที เป็นสวนชุมชนขนาด 26 ไร่ ที่เป็นสวนต่อขยายจากสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ตั้งอยู่ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยนำพระราชดำรัสของพระองค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า มาเป็นแนวคิดในการออกแบบ และจัดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้การดำรงชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาป่าเป็นหลัก โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จมาทรงเปิดสวนแห่งนี้พร้อมกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ระยะที่ 2 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
ประวัติ
[แก้]การจัดสรรพื้นที่
[แก้]ภายในสวนแห่งนี้ได้รวบรวมพรรณไม้ต่าง ๆ จากทั่วประเทศ พรรณไม้ทรงปลูกในสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่พรรณไม้บนที่สูง จนถึงพรรณไม้ในที่ลุ่ม ตามแนวคิด “จากภูผาสู่มหานที” เป็นการสร้างให้เกิดระบบนิเวศป่าที่สมบูรณ์ในพื้นที่โครงการ รวมทั้งมีพื้นที่สำหรับฝึกอบรมเยาวชนเกี่ยวกับการปลูกป่า เป็นพื้นที่พักผ่อน และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ทางเดินศึกษาพรรณไม้ทรงปลูก หอดูนก สวนป่ารักน้ำ อาคารฝึกอบรม ลานกิจกรรมกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น และหอชมวิว เป็นต้น
โดย “สวนจากภูผาสู่มหานที” มีแนวคิดโครงการ Idea of Economic Forest
“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร วันที่ 20 ธันวาคม 2525
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมุ่งมั่นพัฒนา แหล่งน้ำและพัฒนาดิน เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการดำรงชีวิตและเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนองพระราชสารด้วยการอนุรักษ์ และพัฒนาผืนป่า ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแหล่งต้นน้าสาธาร ตามพระราชปณิธานที่มีพระราชดำรัส ณ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525
สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จึงจัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทาน โครงการพระราชดำริทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565
การจัดสร้างสวนบนที่ 26 ไร่ ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ แห่งนี้ จึงมีรูปแบบสื่อความสัมพันธ์ ระหว่าง ป่า นํ้า และผู้คน ที่สำคัญได้นำกล้าจากพรรณไม้ที่ทรงปลูกเมื่อเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อราษฎรจากภาคเหนือ ภาคใต้มาปลูกไว้
ภายในสวนมีพื้นที่พักผ่อน และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ
พื้นที่เล่น เรียนรู้
ลานเล่นที่เน้นให้เกิดการเล่นกับองค์ประกอบธรรมชาติ เช่น เนินหญ้า ลําธาร บ่อทรายที่ช่วยส่งเสริม พัฒนาการทางกายของเด็กทุกวัย ผ่านการใช้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ใช้ประสาทสัมผัสได้สังเกตสิ่งแวดล้อม และได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมผ่านการเล่นทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว
เส้นทางศึกษาพรรณไม้ทรงปลูก
เส้นทางจัดแสดงพรรณไม้ที่เพาะพันธุ์ จากต้นที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร สมเด็จพระ บรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติ พระราชกรณียกิจ ยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตามลำดับจากภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ อันเป็นที่มาของชื่อสวนแห่งนี้ว่า "สวนจากภูผา สู่มหานที"
พื้นที่ชุ่มน้ำ
นิเวศจำลองของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีพืชพรรณไม้หลายชนิดทำหน้าที่กรองสารปนเปื้อนออกจากน้ำ ให้น้ำมี ความปลอดภัยสําหรับการสัมผัสก่อนที่จะไหลลงสู่ลำธาร
ป่าเศรษฐกิจ
ป่าปลูกที่จําลองธรรมชาติของสังคมพืชหลายชั้นเรือนยอด สัตว์ จุลินทรีย์ และรา ไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) ที่พึ่งพาอาศัยกินตามธรรมชาติ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายตลอดอายุไขของ การปลูก ในระยะสั้นคือการผลิตอาหารและสมุนไพร ระยะกลางคือเนื้อไม้ และระยะยาว คือ การเกื้อกูล ต่อระบบนิเวศ
เนินทุ่งดอกหญ้า
จุดชมวิวที่ชั้นล่างเกิดจากการถมเศษวัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อจากลานจอดรถเดิมก่อนที่จะเป็นสวนแห่งนี้ ชั้นบนถมทับด้วยหน้าดินและปล่อยให้หญ้าขึ้นตามธรรมชาติ
บ่อเป็ด
บ่อน้ำตื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เป็นแหล่งขยายพันธุ์และหาอาหารของแมลง สัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ สัตว์ขนาดเล็ก และสัตว์ปีกชนิดต่าง ๆ
ชลประทานจำลอง
พื้นที่เล่นและทดลอง ด้วยการ ปิดเปิด กั้น และเปลี่ยนทิศทาง เพื่อควบคุมการไหลของน้ำ
พื้นที่ลุยน้ำ
พื้นที่น้าตื้นสำหรับการเล่น โดยน้ำในลำธารได้รับการบำบัดจากพื้นที่ชุ่มน้ำจนมีคุณภาพที่ปลอดภัย สำหรับการสัมผัส
ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์
[แก้]| ปาร์คเวนเชอร์ - ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ | |
|---|---|
Park Ventures - The Ecoplex on Witthayu | |
![]() | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| ที่อยู่ | 57 ถนนวิทยุ |
| ที่ตั้ง | แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน |
| เมือง | กรุงเทพมหานคร |
| ประเทศ | ประเทศไทย |
| พิกัด | 13°44′33″N 100°32′53″E / 13.742616630300692°N 100.54804721372732°E |
ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ (อังกฤษ: Park Ventures Ecoplex) หรือชื่อเต็มคือ ปาร์คเวนเชอร์ - ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ (อังกฤษ: Park Ventures - The Ecoplex on Witthayu) เป็นตึกระฟ้าแบบประสมระหว่างอาคารสำนักงานและโรงแรมใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณหัวมุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ของแยกเพลินจิต จุดตัดระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ ในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
[แก้]| อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง | |
|---|---|
| ข้อมูลทั่วไป | |
| สถานะ | เปิดใช้งาน |
| ที่อยู่ | กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 |
| ที่ตั้ง | แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน |
| เมือง | กรุงเทพมหานคร |
| ประเทศ | ประเทศไทย |
| ข้อมูลทางเทคนิค | |
| วัสดุ | กระจก, แผ่นวัสดุผสมอะลูมิเนียมไส้กลางกันไฟ |
อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เป็นอาคารสำนักงาน
เอ็มบีเค ฮอลล์
[แก้]| เอ็มบีเค ฮอลล์ | |
|---|---|
| ที่อยู่ | 444 มาบุญครองเซ็นเตอร์ ชั้น 7 ถนนพญาไท |
| ที่ตั้ง | แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร |
| เริ่มสร้าง | พ.ศ. 2526 |
| เปิดใช้งาน | พ.ศ. 2528 |
| ปิด | พ.ศ. 2542 |
ที่นั่งแบบโรงละคร | 3,000 คน |
| พื้นที่ปิดล้อม | |
เอ็มบีเค ฮอลล์ (อังกฤษ: MBK Hall) เป็นอดีตศูนย์ประชุม โถงคอนเสิร์ต และโรงมหรสพอเนกประสงค์ภายในศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือเอ็มบีเคเซ็นเตอร์) ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของอาคาร มีความจุทั้งหมด 3,000 คน เปิดให้บริการพร้อมกับตัวศูนย์การค้าในปี พ.ศ. 2528 โดยเคยเป็นโถงคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยในยุค 90 เนื่องจากเป็นโถงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่แห่งเดียวในกรุงเทพมหานครในขณะนั้น และมีศิลปินที่มีชื่อเสียงมาแสดงคอนเสิร์ตในเอ็มบีเค ฮอลล์ เป็นจำนวนมาก
มหกรรมคอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย
[แก้]มหกรรมคอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย (อังกฤษ: Thailand Intellectual Property Festival 2002) เป็นมหกรรมคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนสนับสนุนสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะการทำสำเนาแผ่นซีดีคัดลอกผลงานของศิลปินมาวางจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดนตรีในขณะนั้น[1] จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์[2] ร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ณ ท้องสนามหลวง รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยทั้ง 6 ช่องในสมัยนั้นด้วย โดยมีทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานทำพิธีเปิดมหกรรมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 16:30 น. และมีศิลปินจากทั้ง 2 ค่ายเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งศิลปินสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดแสดงที่เวทีฝั่งทิศใต้ (ติดพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ส่วนศิลปินสังกัด อาร์.เอส. โปรโมชั่น จัดแสดงที่เวทีฝั่งทิศเหนือ (ติดกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า)[3]
โดยในมหกรรมคอนเสิร์ตนี้มีการเผยแพร่เพลงใหม่ที่มีเนื้อหาเพื่อรณรงค์การต่อต้านละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด 3 เพลง เผยแพร่โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 1 เพลง คือ "คนขายฝัน" และเผยแพร่โดย อาร์.เอส. โปรโมชั่น อีก 2 เพลง คือ "คนปลูกต้นไม้" และ "อยู่ที่เธอแล้ว"
| วันที่ | เวลา | เวที จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ | เวที อาร์.เอส. โปรโมชั่น | ||
|---|---|---|---|---|---|
| ศิลปิน | สถานีโทรทัศน์ | ศิลปิน | |||
| 17 สิงหาคม พ.ศ. 2545 | 17:00 น. |
2002 ราตรี (แคทรียา อิงลิช, ญาญ่าญิ๋ง, เจนนิเฟอร์, ไชน่า ดอลส์ (เบลล์, หว่าหวา)), มอส ปฏิภาณ, นิโคล เทริโอ, นัท มีเรีย, ตุ้ย ธีรภัทร์, โบ สุนิตา, ดาจิม, ทรีจี, น้องพลับ, นาตาลี |
สทท.11 | ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. | |
| 18:00 น. | ไม่มี | ||||
| 18:30 น. | |||||
| 19:00 น. | ททบ.5 | ||||
| 19:15 น. | |||||
| 19:30 น. | ไม่มี | ||||
| 20:00 น. | ไม่มี | ||||
| 20:30 น. | สทท.11 | ||||
| 21:00 น. | |||||
| 22:30 น. | ช่องไอทีวี | ||||
| 22:40 น. | |||||
| 18 สิงหาคม พ.ศ. 2545 | |||||
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ (พฤษภาคม 2025) |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "RS ระดมศิลปินยกค่าย เปิดฟรีคอนเสิร์ตท้องสนามหลวง" (Press release). newswit. 23 กรกฎาคม 2002. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2025.
- ↑ แย้มเนียม, กมลวรรณ (ตุลาคม 2005). "บทนำ". ความตระหนักต่อการประชาสัมพันธ์สินค้าลิขสิทธิ์ ของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่: กรณีศึกษาแผ่นคอมแพ็กดิสก์ (PDF). มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (วิทยานิพนธ์ ศศ.ม.). เชียงใหม่: เผยแพร่เอง. pp. 1–3. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2025.
- 1 2 "กำหนดการมหกรรมคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ทั้ง 2 เวที". สยามโซน.คอม. 16 สิงหาคม 2002. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2025.
หมวดหมู่:ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 หมวดหมู่:คอนเสิร์ตในประเทศไทย
The Bone เก่งเข้ากระดูก
[แก้]The Bone เก่งเข้ากระดูก เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเรียลลิตีการแข่งขันเกมโชว์และควิซโชว์ด้านศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ ระหว่างนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สร้างรายการโดยภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ
[แก้]ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ เป็นศูนย์การวิจัยและพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง บนที่ดินจำนวน 24 ไร่ 9 ตารางวา ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ติดกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น และพระราชทานนามศูนย์วิจัย ฯ ว่า “ชนกาธิเบศรดำริ” มีความหมายว่า เป็นศูนย์รวมการวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่สร้างประโยชน์ทั้งแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ และประชาชนโดยรวมของประเทศ ประกอบด้วย อาคารทำการ 7 อาคาร ได้แก่
1. อาคารอำนวยการ
2. อาคารปฏิบัติการ 1
3. อาคารปฏิบัติการ 2
4. อาคารอารักขาพืช
5. อาคารเมล็ดพันธุ์และแปรรูปสมุนไพร
6. อาคารเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช
7. อาคารดาต้า เซ็นเตอร์ (DATA CENTER)
ศูนย์วิจัย ฯ แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปี 2563 โดยความร่วมมือของกองพลพัฒนาที่ 3 กองทัพภาคที่ 3 แล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 การดำเนินงานภายใต้ศูนย์วิจัย ฯ ชนกาธิเบศรดำริ มีความครบถ้วนทั้งด้านการศึกษา ค้นคว้า การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช อย่างครบวงจร การวิจัยและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว รวมทั้งยังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของการวิจัย การบุกเบิกองค์ความรู้ใหม่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 53 ปี เผยแพร่แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาพื้นที่สูง และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ สืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อให้งานของโครงการหลวง ยังประโยชน์ต่อทั้งชาวเขา ชาวเรา และชาวโลก ให้เป็นที่ประจักษ์สืบไป
