ข้ามไปเนื้อหา

ผู้ใช้:Jeabbabe/ทดลองเขียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

♩🍟 i𝐫𝒾s➆❸𝓡➁ 💣💘 👊🍮 Ⓘгiˢ7❸𝔯2 ☢🍧 🐤 ⋆ 🐀𝐼𝓇𝒾𝓈𝟩𝟥𝑅𝟤🐀 ⋆ 🐤 ☹♞ Ⓘ𝓡Į𝓢7➂Ř➁ 😈😝 🐻🐳 ᎥŘi𝕊❼➂𝓻2 ♩🎯

บทความ

[แก้]

ทดสอบระบบ

[แก้]

ก่อตั้งในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2482

ทีซีซี แอสเซ็ทส์

[แก้]

ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (อังกฤษ: TCC Assets) เป็นชื่อบริษัทเอกชนในรูปแบบบริษัทผู้ถือหุ้นของกลุ่มทีซีซี ซึ่งเน้นการถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ปัจจุบันมีทั้งหมด 2 บริษัท ซึ่งใช้ชื่อเดียวกัน และมีผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดียวกันคือเจริญ สิริวัฒนภักดี และกองมรดกของคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ฝ่ายละ 50% ดังนี้

  • บริษัทต่างประเทศ จดทะเบียนในชื่อ ทีซีซี แอสเซ็ทส์ ลิมิเต็ด (อังกฤษ: TCC Assets Limited) ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เพื่อประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก[1] โดยตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 กลุ่มทีซีซีได้ให้ทีซีซี แอสเซ็ทส์ ลิมิเต็ด ร่วมกับอินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (อินเตอร์เบฟ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทดังกล่าว โดยอินเตอร์เบฟถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่าทีซีซี แอสเซ็ทส์ ต่อมาในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557 เอฟแอนด์เอ็นได้แยกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ในชื่อ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (เฟรเซอร์ส) โดยจ่ายปันผลเป็นหุ้นเฟรเซอร์สให้ผู้ถือหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นมาถือโดยตรง
  • บริษัทสัญชาติไทย จดทะเบียนในชื่อ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด (อังกฤษ: TCC Assets (Thailand) Co., Ltd)
  1. "CIRCULAR TO SHAREHOLDERS in relation to the MANDATORY CONDITIONAL CASH OFFER" [หนังสือเวียนถึงผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับข้อเสนอเงินสดแบบมีเงื่อนไขบังคับ] (PDF). เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (ภาษาอังกฤษ). 11 ตุลาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2025.

สวนจากภูผาสู่มหานที

[แก้]
สวนจากภูผาสู่มหานที
ประเภทสวนชุมชน
เปิดตัว25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568; 10 เดือนก่อน (2568-02-25)
เจ้าของมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
ผู้ดำเนินการตราสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร  กรุงเทพมหานคร

สวนจากภูผาสู่มหานที เป็นสวนชุมชนขนาด 26 ไร่ ที่เป็นสวนต่อขยายจากสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ตั้งอยู่ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยนำพระราชดำรัสของพระองค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่า มาเป็นแนวคิดในการออกแบบ และจัดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้การดำรงชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาป่าเป็นหลัก โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จมาทรงเปิดสวนแห่งนี้พร้อมกับสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ระยะที่ 2 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ประวัติ

[แก้]

การจัดสรรพื้นที่

[แก้]

ภายในสวนแห่งนี้ได้รวบรวมพรรณไม้ต่าง ๆ จากทั่วประเทศ พรรณไม้ทรงปลูกในสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่พรรณไม้บนที่สูง จนถึงพรรณไม้ในที่ลุ่ม ตามแนวคิด “จากภูผาสู่มหานที” เป็นการสร้างให้เกิดระบบนิเวศป่าที่สมบูรณ์ในพื้นที่โครงการ รวมทั้งมีพื้นที่สำหรับฝึกอบรมเยาวชนเกี่ยวกับการปลูกป่า เป็นพื้นที่พักผ่อน และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ทางเดินศึกษาพรรณไม้ทรงปลูก หอดูนก สวนป่ารักน้ำ อาคารฝึกอบรม ลานกิจกรรมกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น และหอชมวิว เป็นต้น



โดย “สวนจากภูผาสู่มหานที” มีแนวคิดโครงการ Idea of Economic Forest


“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร วันที่ 20 ธันวาคม 2525



พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมุ่งมั่นพัฒนา แหล่งน้ำและพัฒนาดิน เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการดำรงชีวิตและเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร


สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนองพระราชสารด้วยการอนุรักษ์ และพัฒนาผืนป่า ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแหล่งต้นน้าสาธาร ตามพระราชปณิธานที่มีพระราชดำรัส ณ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525



สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จึงจัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทาน โครงการพระราชดำริทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565



การจัดสร้างสวนบนที่ 26 ไร่ ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ แห่งนี้ จึงมีรูปแบบสื่อความสัมพันธ์ ระหว่าง ป่า นํ้า และผู้คน ที่สำคัญได้นำกล้าจากพรรณไม้ที่ทรงปลูกเมื่อเสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อราษฎรจากภาคเหนือ ภาคใต้มาปลูกไว้



ภายในสวนมีพื้นที่พักผ่อน และเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ


พื้นที่เล่น เรียนรู้

ลานเล่นที่เน้นให้เกิดการเล่นกับองค์ประกอบธรรมชาติ เช่น เนินหญ้า ลําธาร บ่อทรายที่ช่วยส่งเสริม พัฒนาการทางกายของเด็กทุกวัย ผ่านการใช้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ใช้ประสาทสัมผัสได้สังเกตสิ่งแวดล้อม และได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมผ่านการเล่นทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว



เส้นทางศึกษาพรรณไม้ทรงปลูก

เส้นทางจัดแสดงพรรณไม้ที่เพาะพันธุ์ จากต้นที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร สมเด็จพระ บรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติ พระราชกรณียกิจ ยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตามลำดับจากภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ อันเป็นที่มาของชื่อสวนแห่งนี้ว่า "สวนจากภูผา สู่มหานที"



พื้นที่ชุ่มน้ำ

นิเวศจำลองของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีพืชพรรณไม้หลายชนิดทำหน้าที่กรองสารปนเปื้อนออกจากน้ำ ให้น้ำมี ความปลอดภัยสําหรับการสัมผัสก่อนที่จะไหลลงสู่ลำธาร



ป่าเศรษฐกิจ

ป่าปลูกที่จําลองธรรมชาติของสังคมพืชหลายชั้นเรือนยอด สัตว์ จุลินทรีย์ และรา ไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) ที่พึ่งพาอาศัยกินตามธรรมชาติ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายตลอดอายุไขของ การปลูก ในระยะสั้นคือการผลิตอาหารและสมุนไพร ระยะกลางคือเนื้อไม้ และระยะยาว คือ การเกื้อกูล ต่อระบบนิเวศ



เนินทุ่งดอกหญ้า

จุดชมวิวที่ชั้นล่างเกิดจากการถมเศษวัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อจากลานจอดรถเดิมก่อนที่จะเป็นสวนแห่งนี้ ชั้นบนถมทับด้วยหน้าดินและปล่อยให้หญ้าขึ้นตามธรรมชาติ



บ่อเป็ด

บ่อน้ำตื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เป็นแหล่งขยายพันธุ์และหาอาหารของแมลง สัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ สัตว์ขนาดเล็ก และสัตว์ปีกชนิดต่าง ๆ




ชลประทานจำลอง

พื้นที่เล่นและทดลอง ด้วยการ ปิดเปิด กั้น และเปลี่ยนทิศทาง เพื่อควบคุมการไหลของน้ำ



พื้นที่ลุยน้ำ

พื้นที่น้าตื้นสำหรับการเล่น โดยน้ำในลำธารได้รับการบำบัดจากพื้นที่ชุ่มน้ำจนมีคุณภาพที่ปลอดภัย สำหรับการสัมผัส

ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์

[แก้]
ปาร์คเวนเชอร์ - ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ
Park Ventures - The Ecoplex on Witthayu
แผนที่
ข้อมูลทั่วไป
ที่อยู่57 ถนนวิทยุ
ที่ตั้งแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
เมืองกรุงเทพมหานคร
ประเทศประเทศไทย
พิกัด13°44′33″N 100°32′53″E / 13.742616630300692°N 100.54804721372732°E / 13.742616630300692; 100.54804721372732

ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ (อังกฤษ: Park Ventures Ecoplex) หรือชื่อเต็มคือ ปาร์คเวนเชอร์ - ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ (อังกฤษ: Park Ventures - The Ecoplex on Witthayu) เป็นตึกระฟ้าแบบประสมระหว่างอาคารสำนักงานและโรงแรมใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณหัวมุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ของแยกเพลินจิต จุดตัดระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ ในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน

อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

[แก้]
อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
ข้อมูลทั่วไป
สถานะเปิดใช้งาน
ที่อยู่กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6
ที่ตั้งแขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน
เมืองกรุงเทพมหานคร
ประเทศประเทศไทย
ข้อมูลทางเทคนิค
วัสดุกระจก, แผ่นวัสดุผสมอะลูมิเนียมไส้กลางกันไฟ

อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เป็นอาคารสำนักงาน

หมวดหมู่:สิ่งก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2560

เอ็มบีเค ฮอลล์

[แก้]
เอ็มบีเค ฮอลล์
ที่อยู่444 มาบุญครองเซ็นเตอร์ ชั้น 7 ถนนพญาไท
ที่ตั้งแขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เริ่มสร้างพ.ศ. 2526
เปิดใช้งานพ.ศ. 2528
ปิดพ.ศ. 2542
ที่นั่งแบบโรงละคร
3,000 คน
พื้นที่ปิดล้อม

เอ็มบีเค ฮอลล์ (อังกฤษ: MBK Hall) เป็นอดีตศูนย์ประชุม โถงคอนเสิร์ต และโรงมหรสพอเนกประสงค์ภายในศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือเอ็มบีเคเซ็นเตอร์) ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของอาคาร มีความจุทั้งหมด 3,000 คน เปิดให้บริการพร้อมกับตัวศูนย์การค้าในปี พ.ศ. 2528 โดยเคยเป็นโถงคอนเสิร์ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยในยุค 90 เนื่องจากเป็นโถงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่แห่งเดียวในกรุงเทพมหานครในขณะนั้น และมีศิลปินที่มีชื่อเสียงมาแสดงคอนเสิร์ตในเอ็มบีเค ฮอลล์ เป็นจำนวนมาก

มหกรรมคอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย

[แก้]

มหกรรมคอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย (อังกฤษ: Thailand Intellectual Property Festival 2002) เป็นมหกรรมคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นเพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนสนับสนุนสินค้าที่ผลิตขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะการทำสำเนาแผ่นซีดีคัดลอกผลงานของศิลปินมาวางจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดนตรีในขณะนั้น[1] จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์[2] ร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ณ ท้องสนามหลวง รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยทั้ง 6 ช่องในสมัยนั้นด้วย โดยมีทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานทำพิธีเปิดมหกรรมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 16:30 น. และมีศิลปินจากทั้ง 2 ค่ายเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งศิลปินสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดแสดงที่เวทีฝั่งทิศใต้ (ติดพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ส่วนศิลปินสังกัด อาร์.เอส. โปรโมชั่น จัดแสดงที่เวทีฝั่งทิศเหนือ (ติดกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า)[3]

โดยในมหกรรมคอนเสิร์ตนี้มีการเผยแพร่เพลงใหม่ที่มีเนื้อหาเพื่อรณรงค์การต่อต้านละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด 3 เพลง เผยแพร่โดยจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 1 เพลง คือ "คนขายฝัน" และเผยแพร่โดย อาร์.เอส. โปรโมชั่น อีก 2 เพลง คือ "คนปลูกต้นไม้" และ "อยู่ที่เธอแล้ว"

ลำดับการแสดงและการออกอากาศ[3]

[แก้]
วันที่เวลา เวที จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เวที อาร์.เอส. โปรโมชั่น
ศิลปินสถานีโทรทัศน์ศิลปิน
17 สิงหาคม พ.ศ. 2545 17:00 น. สทท.11 ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
18:00 น. ไม่มี
18:30 น.
19:00 น. ททบ.5
19:15 น.
19:30 น. ไม่มี
20:00 น. ไม่มี
20:30 น. สทท.11
21:00 น.
22:30 น. ช่องไอทีวี
22:40 น.
18 สิงหาคม พ.ศ. 2545

อ้างอิง

[แก้]

หมวดหมู่:ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 หมวดหมู่:คอนเสิร์ตในประเทศไทย

The Bone เก่งเข้ากระดูก

[แก้]

The Bone เก่งเข้ากระดูก เป็นรายการโทรทัศน์ไทยประเภทเรียลลิตีการแข่งขันเกมโชว์และควิซโชว์ด้านศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ ระหว่างนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สร้างรายการโดยภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ

[แก้]

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงชนกาธิเบศรดำริ เป็นศูนย์การวิจัยและพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง บนที่ดินจำนวน 24 ไร่ 9 ตารางวา ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ติดกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์

ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น และพระราชทานนามศูนย์วิจัย ฯ ว่า “ชนกาธิเบศรดำริ” มีความหมายว่า เป็นศูนย์รวมการวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สืบสาน รักษา และต่อยอด ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่สร้างประโยชน์ทั้งแก่ประชาชนบนพื้นที่สูง ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ และประชาชนโดยรวมของประเทศ ประกอบด้วย อาคารทำการ 7 อาคาร ได้แก่

1. อาคารอำนวยการ

2. อาคารปฏิบัติการ 1

3. อาคารปฏิบัติการ 2

4. อาคารอารักขาพืช

5. อาคารเมล็ดพันธุ์และแปรรูปสมุนไพร

6. อาคารเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช

7. อาคารดาต้า เซ็นเตอร์ (DATA CENTER)

  ศูนย์วิจัย ฯ แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปี 2563 โดยความร่วมมือของกองพลพัฒนาที่ 3 กองทัพภาคที่ 3 แล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 การดำเนินงานภายใต้ศูนย์วิจัย ฯ ชนกาธิเบศรดำริ มีความครบถ้วนทั้งด้านการศึกษา ค้นคว้า การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช อย่างครบวงจร การวิจัยและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าการบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว รวมทั้งยังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของการวิจัย การบุกเบิกองค์ความรู้ใหม่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 53 ปี เผยแพร่แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาพื้นที่สูง และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ สืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อให้งานของโครงการหลวง ยังประโยชน์ต่อทั้งชาวเขา ชาวเรา และชาวโลก ให้เป็นที่ประจักษ์สืบไป