ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2476)
| ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ | |
|---|---|
| กำกับ | ขุนวิจิตรมาตรา |
| เขียนบท | ขุนวิจิตรมาตรา |
| อำนวยการสร้าง | มานิต วสุวัต |
| นักแสดงนำ | เสน่ห์ นิลพันธ์ ปลอบ ผลาชีวะ มณี มุญจนานนท์ องุ่น เครือพันธ์ |
| กำกับภาพ | หลวงกลการเจนจิต |
| ตัดต่อ | กระเศียร วสุวัต |
| ดนตรีประกอบ | เรือโท มานิต เสนะวีณิน (ทำนอง) ขุนวิจิตรมาตรา (คำร้อง) |
| บริษัทผู้สร้าง | ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง แบบวสุวัต |
| วันฉาย | พ.ศ. 2476 |
| ประเทศ | ไทย |
| ภาษา | ไทย |
ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เป็นภาพยนตร์ไทย แนวสยองขวัญ-ผจญภัย ดัดแปลงจากนิทานปรัมปราเกี่ยวกับวิญญาณชายชราผู้มีหน้าที่เฝ้าขุมสมบัติโบราณ
ถ่ายทำระบบ 35 มม. ไวด์สกรีน ขาวดำ ซาวออนฟิล์ม ในนาม ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง แบบวสุวัต พ.ศ. 2476
เรื่องย่อ
[แก้]การผจญภัยตื่นเต้นโลดโผนของพระเอก (เสน่ห์ นิลพันธ์) กับนักวิทยาศาสตร์ (ปลอบ ผลาชีวะ) และสองสหายสาว ที่พบขุมสมบัติโบราณซึ่งมีวิญญาณปู่โสมและบริวารรวมทั้งฝูงงูพิษเฝ้าพิทักษ์รักษา [1]
งานสร้าง
[แก้]เมื่อศรีกรุงสร้างเครื่องถ่ายแบบฟิล์มคู่ (Double System) แบบที่เริ่มใช้ในโรงถ่ายของฮอลลีวู้ด ซึ่งมีกล้องถ่ายเสียงแยกต่างหาก เดินพร้อมกับกล้องภาพด้วยเครื่องไฟฟ้า หลังจากทดลองเป็นผลสำเร็จ เรียกชื่อว่า แบบวสุวัต แล้วได้นำมาใช้ถ่ายทำเรื่องใหม่ที่เตรียมไว้ทันที ขณะนั้นหนังผีหรือวิทยาศาสตร์สยองขวัญ เช่น แฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ของฝรั่งกำลังได้รับความนิยม เพราะความสนุกแปลกใหม่ ศรีกรุงจึงนำนิทานผีไทยมาดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้นเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสังคมหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยริเริ่มให้นักแสดง แต่งตัวแนวสากลนิยมรวมถึงชุดเดินป่าใส่รองเท้าบูท และมี เพลงไทยแนวสากลประกอบเรื่องครั้งแรก (จังหวะรัมบ้า) แทนเพลงไทยเดิมที่เคยใช้ในเรื่อง หลงทาง ก่อนหน้า[2]
มีการใช้ ทริค (Trick) ฉากพระเอกและชาวบ้านสู้กับผีดิบ อีกฉากหนึ่งที่พระเอกต้องเผชิญงูจงอางขนาดใหญ่แผ่พังพานสูงกว่าศีรษะ งูฉกขาตั้งกล้องใหญ่ล้มกระเด็นถึง 2-3 ครั้ง ฉากพระเอกตกลงในบ่อขุมทรัพย์ที่ล้อมรอบด้วยงูเห่าชูคอแผ่พังพานสลอน โดยนายแพทย์สถานเสาวภาคุมตลอด
ฉากพระเอกขับรถคุยกับนางเอก ใช้ถนนราชดำริ (ข้างสนามม้าและสวนลุมพินีในปัจจุบัน) ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพียงทางราดยางแคบ ๆ มีไม้ใหญ่สองข้างทางตัดผ่านทุ่งและสุมทุมพุ่มไม้ ไม่ค่อยมีเสียงอื่นรบกวนเหมาะสำหรับการถ่ายทำหนังเสียง กองถ่ายต้องถอดเครื่องอัดเสียงและกล้องจากโรงถ่ายมาติดตั้งในรถบรรทุกวิ่งนำหน้า ติดไมโครโฟนไว้ที่รถตัวแสดงแล้วโยงสายไฟมาที่รถบรรทุกตลอดทาง ถ่ายเสร็จก็ถอดอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปติดตั้งคืนที่เดิมในห้องอัดเสียงของโรงถ่าย วันหลังจะถ่ายต่อก็ถอดเอามาใส่รถบรรทุกใหม่ (ตอนนั้นศรีกรุงยังไม่มีรถอัดเสียงใช้)[3]
นอกจากนี้ยังมีการทดลองถ่ายฉากลานตึกตอนกลางวันและฉากสวนที่บ้านสะพานขาวตอนกลางคืนด้วย ฟิล์มและล้างน้ำยาพิเศษให้ออกสีได้ ซึ่งเพิ่งเริ่มมีในหนังต่างประเทศ แต่ไม่นิยมเพราะต้องลงทุนสูงกว่าหนังขาวดำถึงเท่าตัวและสียังไม่ดี ต้องพัฒนาอีกมาก
ฉายพร้อมกันที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง และ โรงภาพยนตร์พัฒนากร เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2476 ก่อนฉายทีมงานคิดริเริ่มให้มีการโชว์ตัวนางเอกทั้งคู่ร้องเพลงในเรื่องบนเวทีทุกรอบเป็นครั้งแรกของวงการด้วย ผลปรากฏว่าคนดูแน่นเป็นประวัติการณ์ จนรั้วเหล็กของเฉลิมกรุงด้านถนนเจริญกรุงพังทั้งแถบ ส่วนโรงพัฒนากร ประตูใหญ่ของโรงหลุดจากฝาผนัง ล้มลงมาทั้งกรอบ[4]
สถานที่ถ่ายทำ
[แก้]- โรงถ่ายบ้านสะพานขาว ฉากภายในห้อง กระท่อม สวน/ป่าตอนกลางคืน
- บริเวณวังเพ็ชรบูรณ์ ฉากป่าตอนกลางวัน
- ตึกสร้างใหม่แถววัฒนาวิทยาลัย ฉากลานบ้านของตึกร้าง
- ถนนราชดำริ ฉากพระเอกขับรถคุยกับนางเอก
เพลง
[แก้]- (ลาที) กล้วยไม้ (มณี - องุ่น)
เพลงต้นฉบับ บันทึกลงแผ่นเสียงครั่ง 78 [5] ต่อมาบันทึกใหม่โดย จินตนา สุขสถิตย์ [6]