ปฏิบัติการทอนกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ปฏิบัติการทอนกา
เป็นส่วนหนึ่งของ การยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดี
Operation Tonga.jpg
หน่วยชุดเปิดทางของอังกฤษกำลังตั้งเวลาบนนาฬิกาข้อมือพร้อมกันที่อยู่หน้าของเครื่องบิน Armstrong Whitworth Albemarle.
วันที่ 5–7 มิถุนายน ค.ศ. 1944
สถานที่ ก็อง, นอร์ม็องดี, ฝรั่งเศส
ผลลัพธ์ กลยุทธวิธีของฝ่ายสัมพันธมิตรชนะ
คู่ขัดแย้ง
 สหราชอาณาจักร
 แคนาดา
 ไรช์เยอรมัน
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหราชอาณาจักร Richard Nelson Gale นาซีเยอรมนี Josef Reichert
นาซีเยอรมนี Wilhelm Richter
กำลัง
8,500 men[1] Approx 16,000[2]
กำลังพลสูญเสีย
800 dead and wounded[3] estimated 400 dead
estimated 400 captured

ปฏิบัติการทอนกา เป็นรหัสนามที่มอบหมายให้กับปฏิบัติการโดดร่มที่ถูกดำเนินโดยกองพลทหารโดดร่มอังกฤษที่ 6 ในช่วงระหว่างวันที่ 5 มิถุนายน และ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ดและการยกพลขึ้นบกดีเดย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ทหารโดดร่มและเครื่องร่อนของทหารโดดร่มแห่งกองพล ภายใต้การบัญชาการของพลตรี ริชาร์ด เนลสัน เกล ได้ลงจอดบนปีกตะวันออกของพื้นที่การรุกราน ใกล้กับเมืองก็อง ได้รับมอบหมายด้วยวัตถุประสงค์หลายประการ กองพลนี้จะเข้ายึดครองสองสะพานที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ที่คอลก็องและแม่น้ำ Orne ซึ่งจะถูกใช้โดยกองกำลังทางภาคพื้นดินของฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อการเข้ารุก เมื่อการยกพลขึ้นบกจากทางทะเลได้เกิดขึ้น การทำลายสะพานอื่นๆหลายแห่งเพื่อขัดขวางการถูกใช้งานของเยอรมันและการรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านที่สำคัญหลายแห่ง กองพลนี้ได้รับความมอบหมายหน้าที่ในการจู่โจมและเข้าทำลายกองปืนใหญ่เมอวิลลี่(Merville Gun Battery) เป็นกองปืนใหญ่ที่แหล่งข่าวกรองของฝ่ายสัมพันธมิตรเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของปืนใหญ่จำนวนมากหลายกระบอก ซึ่งอาจจะโจมตีถล่มใส่การรุกชายหาด (รหัสนามว่า ซอร์ด) และอาจก่อให้การสูญเสียที่หนักขึ้นต่อทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่กำลังยกพลขึ้นบกนั้น เมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว กองพลก็ได้สร้างและรักษาหัวสะพานที่อยู่บริเวณรอบๆสะพานที่ถูกยึดครองอย่างแน่นหนาจนกระทั่งพวกเขาได้เชื่อมต่อกับการรุกของกองกำลังทางภาคพื้นดินของฝ่ายสัมพันธมิตร

กองพลต้องประสบกับรวมตัวของสภาพอากาศที่เลวร้ายและการนำร่องของนักบินที่แย่ ซึ่งทำให้ทหารโดดร่มจำนวนมากที่จะทำการโดดร่มลงจอดไม่ลงเป้าหมายตลอดพื้นที่การปฏิบัติการของกองพลทำให้เกิดความสูญเสียไปจำนวนมากและทำให้การดำเนินปฏิบัติการนั้นยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองพันทหารโดดร่มที่ 9 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจในการทำลายกองปืนใหญ่เมอวิลลี่ ซึ่งสามารถรวบรวมกองกำลังที่แข็งแกร่งก่อนที่จะมีการโจมตีกองปืนใหญ่ ด้วยผลลัพธ์ที่ได้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก กองปืนใหญ่ได้ถูกโจมตีได้อย่างสำเร็จและปืนภายในได้ปิดตัวลง เป้าหมายอื่นๆของกองพลได้สำเร็จอย่างลุล่วงแม้ว่าจะประสบกับปัญหาต่างๆ กองกำลังขนาดเล็กของทหารเครื่องร่อน จากกองพันที่ 2 ทหารราบเบาอ๊อกฟอร์ดเชอร์และบักกิงแฮมเชอร์ ได้ทำการปกป้องสองสะพานเหนืองคลองก็องและแม่น้ำ Orne ในปฏิบัติการภารกิจหลัก สะพานอื่นได้ถูกทำลายโดยกองพล และหมู่บ้านจำนวนมากถูกยึดครอง หัวสะพานได้ถูกสร้างขึ้นโดยกองพล และประสบความสำเร็จในการผลักดันต่อการโจมตีตอบโต้กลับหลายครั้งของเยอรมันจนกระทั่งกองกำลังทางภาคพื้นดินของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ได้บุกครองหาดได้มาถึงตำแหน่งนี้ ปฏิบัติการของกองพลได้จำกัดความสามารถอย่างหนักของการป้องกันเยอรมันในการติดต่อสือสารและการจัดระเบียบของพวกเขาใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าทหารยกพลขึ้นจะไม่สามารถถูกใจมตีได้ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกที่สำคัญหลังการยกพลขึ้นบกเมื่อพวกเขาอ่อนแอที่สุด

อ้างอิง[แก้]

  1. The Parachute Regiment (26 March 2004). "D-Day – The Normandy Landings". Ministry of Defense. Archived from the original on 1 November 2006. สืบค้นเมื่อ 11 June 2008.
  2. Niklas Zetterling. "German Order of Battle". Archived from the original on 13 July 2008. สืบค้นเมื่อ 24 July 2008.
  3. Ministry of Information 1978, p. 89.