บานพับกงสุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
บานพับกงสุล
Consular diptych
Diptych Areobindus Louvre OA9525.jpg
“บานพับกงสุล” แผ่นหนึ่งของOne of the consular diptychs of อโรบินดัส ดากาลาอิฟัส อโรบินดัส, กงสุลปี ค.ศ. 506 เป็นภาพเหมือนล้อมกรอบ (พิพิธภัณฑ์ลูฟร์, ปารีส)

บานพับกงสุล (อังกฤษ: Consular diptych) เป็นบานพับภาพสอง (ซึ่งเป็นแผงเชื่อมต่อกัน) ชนิดหนึ่ง ที่มักจะทำด้วยงาช้าง, ไม้ หรือ โลหะ และตกแต่งด้วยการแกะสลักอย่างดงาม บานพับกงสุลใช้ในการรองเขียนและเป็นสิ่งของที่จ้างให้สร้างขึ้นเนื่องในวาระการเฉลิมฉลองโดยกงสุลโรมัน และใช้แจกจ่ายเป็นรางวัลให้แก่ผู้สนับสนุนการได้รับเลือกให้เข้ารับหน้าที่ หรือ อาจจเป็นการออกเมื่อได้รับตำแหน่ง

ประวัติ[แก้]

บานพับกงสุลของแม็กนัสผู้เป็นกงสุลแห่งเมืองคอนสแตนติโนเปิลในปี ค.ศ. 518 แม็กนัสนั่งอยู่ระหว่างบุคลาธิษฐานของโรมและคอนสแตนติโนเปิล, (พิพิธภัณฑ์ลูฟร์, ปารีส)

ลำดับเหตุการณ์ของการสร้างบานพับกงสุลเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 384 เมื่อจักรพรรดิธีโอโดเซียสที่ 1 ทรงตัดสินพระทัยให้เป็นวัตถุที่ใช้สำหรับผู้มีตำแหน่งเป็นกงสุลเท่านั้น นอกเสียจากว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานสิทธิพิเศษ และมายุติลงเมื่อตำแหน่งกงสุลหายไปในรัชสมัยของจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 541 แต่กระนั้นชนชั้นสูงและข้าราชสำนักบางคนก็ยังขัดขืนพระบรมราชโองการห้ามของจักรพรรดิธีโอโดเซียส และสร้าง บานพับกงสุลขึ้นเพื่อฉลองโอกาสอันไม่สำคัญเท่ากับโอกาสการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกงสุล เช่นเมื่อควินทัส ออเรลิอัส ซิมมาคัสแจกจ่ายบานพับกงสุลเนื่องในโอกาสการกีฬาที่จัดขึ้นโดยบุตรชายในปี ค.ศ. 393 และปี ค.ศ. 401

บานพับที่เก่าแก่ที่สุดที่ควรจะเรียกว่าเป็นบานพับกงสุลที่รักษาไว้ในสังฆทรัพยคูหาของมหาวิหารที่อาออสตาเป็นชิ้นที่จ้างโดยอนิชิอัส เพโทรนิอัส โพรบัสกงสุลของจักวรรดิโรมันตะวันตกในปี ค.ศ. 406 – ไม่แต่จะเป็นงานชิ้นที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นงานชิ้นเดียวที่มีภาพเหมือนของจักรพรรดิโฮโนริอัส ซึ่งเป็นผู้ที่บานพับอุทิศให้โดยมีคำจารึกที่เต็มไปด้วยความถ่อมตน โดยโพรบัสกล่าวถึงตนเองว่าเป็น “famulus” หรือ “ทาส” แทนที่จะเป็นกงสุล

ต่อมาบานพับกงสุลก็จะมีภาพเหมือนอันหรูหราของตัวกงสุลเองหรือคำจารึกอุทิศแก่ตนเอง หรือภายในลวดลายตกแต่งแบบเรขาคณิตหรือพืชพันธุ์ งานบานพับกงสุลที่ไม่หรูหราอาจจะสร้างจากแบบจำลองที่ทำไว้ล่วงหน้า และ อันที่สร้างอย่างวิจิตรจะจำกัดใช้เฉพาะในวงของขุนนางชั้นสูงของโรมัน ห้องสร้างงานบานพับกงสุลตั้งอยู่ที่เมืองหลวงของจักรวรรดิที่โรมและคอนสแตนติโนเปิล การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกในปี ค.ศ. 476 อาจจะเป็นสาเหตุของการหยุดชะงักการผลิตบานพับกงสุลทางตะวันตกเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ฉะนั้นงานที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 6 จึงเป็นงานที่ทำขึ้นที่คอนสแตนติโนเปิล ลวดลายบานพับกงสุลที่เป็นที่นิยมกันของคริสต์ศตวรรษที่ 6 ของคอนสแตนติโนเปิลเป็นภาพกงสุลยืนเป็นประธานกีฬากงสุล ที่เป็นโอกาสงานเฉลิมฉลองการได้รับตำแหน่งเป็นกงสุล

คุณสมบัติดังกล่าวทำให้บานพับกงสุลเป็นเครื่องมืออันมีค่าในการศึกษาชีวประวัติของบุคคลจากหลักฐานข้างเคียง (prosopography) ในปลายสมัยโรมัน และ ในการศึกษาศิลปะในช่วงเดียวกันนี้ บานพับกงสุลยังคงมีเหลืออยู่เป็นจำนวนมากจนถึงปัจจุบันนี้ อาจจะเป็นเพราะได้รับการนำมาใช้เป็นหน้าปกหนังสือของหนังสือศาสนาของยุคกลาง หรือหนังสือรายชื่อพระสังฆราชหรือหลักฐานประเภทเดียวกัน[1]บานพับกงสุลงาช้างบาร์แบรินี” เป็นงานหลวงชิ้นที่หายากที่อาจจะเป็นภาพของจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 เอง

ระเบียงภาพ[แก้]

ตามลำดับเวลาที่สร้าง:

อ้างอิง[แก้]

  1. Google books Medieval Italy, an Encyclopedia, p. 566, Christopher Kleinhenz ed. Routledge, 2004, ISBN 0415939305, 9780415939300
  • Alexander Kazhdan (editor), The Oxford Dictionary of Byzantium, 3 vols., Oxford University Press, 1991 (ISBN 0195046528), s. v. "Diptych", vol. 1, 636-637.
  • Bente Kiilerich, Late Fourth Century Classicism in the plastic Arts : studies in the so-called Theodosian Renaissance, Odense University Classical Studies 18, Odense University Press, 1993.
  • (ฝรั่งเศส) Danièle Gaborit-Chopin, "Les ivoires du Ve au VIIIe siècle" in J. Durant (éd.), Byzance, l'art byzantin dans les collections publiques françaises (catalogue of an exhibition at the Louvre, 3 November 1992-1 February 1993), Paris, 1993, 42-45.
  • (เยอรมัน) Richard Delbrück, Die Consulardiptychen : und verwandte Denkmäler, Berlin, 1929.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ บานพับกงสุล