บาคี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
มาห์มุด อับดุลบาคิ
محمود عبد الباقى
กวี
Mahmud Abdülbâkî.jpg

บาคี
เชื้อชาติ ชาวตุรกี
อาชีพ กวี
ข้อมูลส่วนตัว
เกิด ค.ศ. 1526
เสียชีวิต ค.ศ. 1600
นักเขียนชาวตุรกี

บาคี (อาหรับ: باقى‎, อังกฤษ: Bâkî หรือ Mahmud Abdülbâkî ) (ค.ศ. 1526 - (ค.ศ. 1600) บาคีเป็นนามแฝงของกวีคนสำคัญชาวตุรกีที่มีนามจริงว่า มาห์มุด อับดุลบาคิ (อาหรับ: محمود عبد الباقى‎) บาคีถือกันว่าเป็นกวีคนสำคัญของกวีนิพนธ์ออตโตมันผู้ได้รับสมญานามว่า “สุลต่านแห่งกวี” (อาหรับ: سلطان الشعرا‎)

บาคีมาจากครอบครัวที่ยากจนในอิสตันบุลผู้เป็นบุตรของผู้ประกาศเรียกชาวมุสลิมทำพิธีละหมาดในสุเหร่าอยู่ที่มัสยิดฟาติย์ (Fatih Mosque) ครอบครัวตั้งใจจะฝึกให้บาคีเป็นช่างทำอานม้าแต่บาคีมักจะหนีไปเรียนหนังสืออยู่ในมาดราซาห์หรือโรงเรียนอิสลาม ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนหนังสืออย่างเป็นทางการ บาคีเรียนเก่งและมักจะหาโอกาสเข้าฟังคำบรรยายของนักปาฐกคนสำคัญๆ ของยุคนั้น ขณะที่ร่ำเรียนอยู่บาคีก็เริ่มแสดงความสามารถในการเขียนกวีนิพนธ์โดยเฉพาะจากการช่วยเหลือของกวีซาตี (อาหรับ: ذاﺕﯽ‎) เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ไปทำงานเป็นครูอยู่ระยะหนึ่งแต่ต่อมาชื่อเสียงที่ได้รับก็เริ่มแพร่ขยายกว้างขึ้นและทำให้รับรับตำแหน่งต่างๆ โดยทั่วไปในฐานะ Qadi (อาหรับ: ﻗﺎﺽﯽ‎) หรือผู้พิพากษาของอิสลาม ในระบบราชการของออตโตมัน บาคีเสียชีวิตในอิสตันบุลในปี ค.ศ. 1600

บาคีมักจะมีความใกล้ชิดและความสัมพันธ์อันดีกับราชสำนักของจักรวรรดิออตโตมันโดยเฉพาะในรัชสมัยของสุลต่านสุลัยมาน และต่อมาในรัชสมัยของสุลต่านองค์ต่อมาสุลต่านเซลิมที่ 2 และ สุลต่านมูรัดที่ 2

งาน[แก้]

บาคีมีชีวิตอยู่ในระหว่างจุดสูงสุดของจักรวรรดิออตโตมันซึ่งมีอิทธิพลต่องานที่เขียนเป็นอันมาก ความรัก ความยินดีในการมีชีวิต และธรรมชาติเป็นหัวข้อหลักของงานเขียนของบาคี แต่งานเขียนไม่แสดงว่ามีอิทธิพลจากลัทธิซูฟี (Sufism) เท่าใดนัก ซึ่งต่างจากกวีในยุคเดียวกัน แต่ความคิดเกี่ยวกับความรักที่แสดงในงานเขียนของบาคีก็มิได้แยกอย่างสิ้นเชิงจากความคิดในหัวข้อนี้ของลัทธิซูฟี[1]

งานเขียนของบาคีมีเพียงจำนวนไม่กี่ชิ้น งานชิ้นสำคัญที่สุดคืองานชื่อ บทไว้อาลัยแก่ข่านสุลัยมาน (مرشيه ﺣﻀﺮت سليمان خان) ซึ่งเป็นงานเขียนไว้อาลัยชิ้นที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของวรรณกรรมตุรกี

อ้างอิง[แก้]

  1. Alan Godlas. Sufism's Many Paths: Sufism, Remembrance (dhikr), and Love[1]