บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ

บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ หรือ เจินล่าเฟิงถู่จี้ (จีน: 真臘風土記) เป็นหนังสือที่เขียนโดยโจว ต๋ากวาน ขุนนางจีนสมัยราชวงศ์ยฺเหวียนซึ่งพำนักอยู่ในเมืองพระนครระหว่าง ค.ศ. 1296 ถึง ค.ศ. 1297 งานเขียนของโจวไม่ใช่รายงานราชการอย่างเป็นทางการ หากแต่เป็นงานเขียนส่วนตัว[1] ถึงกระนั้นก็มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเป็นบันทึกเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันซึ่งบอกเล่าชีวิตประจำวันในอาณาจักรพระนครจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง ข้อมูลลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่มีเพียงจารึกบนกำแพงวัดเท่านั้น[2][3]
การประพันธ์และต้นฉบับ
[แก้]โจว ต๋ากวาน ผู้ประพันธ์ เดินทางไปเจนละในฐานะผู้ติดตามคณะทูตอย่างเป็นทางการ (真臘招撫随奉使 ซึ่งมีหน้าที่นำพระราชกฤษฎีกาไปมอบให้) ที่โทโมร์ ข่าน (จักรพรรดิยฺเหวียนเฉิงจง) ส่งไปใน ค.ศ. 1296[1] การพำนักครั้งนั้นกินเวลาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1296 ถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1297[4] ไม่แน่ชัดว่าหนังสือเขียนเสร็จเมื่อใด แต่เขียนขึ้นภายใน 15 ปีหลังจากที่โจวเดินทางกลับจีนใน ค.ศ. 1297 อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันเชื่อว่าเป็นฉบับตัดทอน ซึ่งอาจเป็นเพียงประมาณหนึ่งในสามของงานต้นฉบับเท่านั้น
เฉียนเจิง นักสะสมหนังสือในคริสต์ศตวรรษที่ 17 บันทึกไว้ว่าหนังสือเล่มนี้มีฉบับตัดต่อที่แตกต่างกันอยู่ 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นฉบับสมัยราชวงศ์หยวน อีกฉบับหนึ่งอยู่ในรูปที่รวมอยู่ใน 古今説海 (Gǔjīn Shuōhǎi) ปกรณัมที่รวบรวมขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ฉบับหลังนี้มีสภาพที่ "เนื้อความยุ่งเหยิง เนื้อหาส่วนใหญ่ราวร้อยละ 60–70 สูญหายไป เหลือรอดมาได้อย่างหวุดหวิดในฐานะหนังสือเล่มหนึ่ง" ฉบับสมบูรณ์สมัยราชวงศ์หยวนสูญหายไปแล้วในปัจจุบัน ฉบับที่หลงเหลืออยู่ทุกฉบับล้วนอ้างอิงจากฉบับสมัยราชวงศ์หมิงที่มีเนื้อหาลดทอนเป็นหลัก[5]
เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ยังถูกรวบรวมไว้ในปกรณัมอื่น ๆ อีกหลายเล่มในรูปแบบต่างๆ ปกรณัมรวมเรื่องขนาดใหญ่เล่มแรกที่ชำระขึ้นในปลายสมัยราชวงศ์หยวนคือ 説郛 (Shuōfú) ก็มีข้อความคัดลอกจากหนังสือเล่มนี้รวมอยู่ด้วย[6] และยังถูกรวบรวมไว้ในฉบับพิมพ์ที่สองซึ่งตีพิมพ์ในต้นสมัยราชวงศ์ชิงด้วย ส่วนฉบับย่อปรากฏอยู่ใน 古今逸史 (Gǔjīn Yìshǐ) สมัยราชวงศ์หมิง และข้อความชุดเดียวกันนี้ยังปรากฏในปกรณัมรวมเรื่องเล่มอื่น ๆ ด้วย ในบรรดาฉบับพิมพ์จีนสมัยใหม่ ฉบับที่มีการชำระอรรถาธิบายโดยเซี่ยไหน่ ซึ่งอาศัยข้อความจากฉบับพิมพ์ทั้ง 13 ฉบับเป็นฉบับที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด งานชำระนี้เสร็จสิ้นใน ค.ศ. 1980 และตีพิมพ์ใน ค.ศ. 2000[7] เซี่ยไหน่ชี้ให้เห็นว่าฉบับพิมพ์ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 สาย คือสาย 説郛 และสาย 古今説海[8]
หนังสือเล่มนี้เขียนด้วยภาษาจีนวรรณกรรมโบราณ แต่มีบางจุดที่คำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ได้รับอิทธิพลจากภาษาเวินโจว ซึ่งเป็นภาษาถิ่นของโจว ต๋ากวาน[5]
การแปลเป็นภาษาอื่น
[แก้]
บันทึกของโจว ต๋ากวานถูกแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกโดยฌ็อง-ปีแยร์ อาเบล-เรมูซา (Jean-Pierre Abel-Rémusat) ใน ค.ศ. 1819 แต่ไม่ได้รับความสนใจมากนัก[9] ต่อมาใน ค.ศ. 1902 ปอล เปลีโย (Paul Pelliot) แปลเป็นภาษาฝรั่งเศสอีกครั้ง ฉบับแปลนี้ภายหลังได้รับการแก้ไขโดยเปลีโยเอง และตีพิมพ์ซ้ำหลังเขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1951[10] เปลีโยตั้งใจจะใส่อรรถาธิบายโดยละเอียดให้แก่หนังสือเล่มนี้ แต่เสียชีวิตไปก่อนที่จะทำงานนั้นสำเร็จ ฉบับแปลและหมายเหตุประกอบของเปลีโยได้รับการยกย่องอย่างสูง[11] และถูกนำไปแปลต่อเป็นภาษาอื่นอีกหลายภาษาในเวลาต่อมา เช่น ฉบับแปลภาษาอังกฤษโดยจอห์น กิลแมน ดาร์ซี พอล (John Gilman d'Arcy Paul) ใน ค.ศ. 1967 และโดยไมเคิล สมิธีส์ (Michael Smithies) ใน ค.ศ. 2001[12][13]
ใน ค.ศ. 2007 ปีเตอร์ แฮร์ริส (Peter Harris) นักจีนวิทยา ผู้เป็นนักวิจัยอาวุโสแห่งศูนย์ยุทธศาสตร์ศึกษาแห่งประเทศนิวซีแลนด์ (Center for Strategic Studies, New Zealand) แปลหนังสือเล่มนี้จากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษยุคใหม่โดยตรงเป็นครั้งแรก ในชื่อ A Record of Cambodia: the Land and Its People และแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่มีอยู่ในฉบับแปลก่อนหน้า แฮร์ริสซึ่งทำงานในกัมพูชามาอย่างยาวนาน ยังได้บรรจุภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ในปัจจุบันและแผนที่สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับบันทึกของโจวลงในหนังสือเล่มนี้ด้วย[14]
ในภาษาญี่ปุ่น กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแปลไว้ใน ค.ศ. 1940 ในชื่อ 真蠟風土記 แต่ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่[15] จนกระทั่ง ค.ศ. 1989 จึงมีฉบับแปลโดยวาดะ ฮิซาโนริ (和田久徳) ซึ่งมีอรรถาธิบายและคำอธิบายประกอบอย่างละเอียด ตีพิมพ์เป็นเล่มหนึ่งในชุดโทโยบุงโกะ (東洋文庫)[15][16] ฉบับแปลนี้ใช้ 古今説海 เป็นต้นฉบับหลัก และเสริมด้วยเนื้อหาจาก 説郛[16]
ในภาษาไทย มีฉบับแปลโดยเฉลิม ยงบุญเกิด ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1967 และจัดพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์มติชนใน ค.ศ. 2014[17]
ภูมิหลังและลักษณะการบันทึก
[แก้]ในเวลานั้นอาณาจักรพระนครแม้จะเชื่อว่าเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยแล้ว[3] แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่นับได้ว่า "รุ่งเรือง" อยู่[11]
โจว ต๋ากวาน เข้าใจภาษาเขมรอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจาก "คนถัง" ซึ่งหมายถึงชาวจีนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น[18]
เนื้อหาของบันทึกแยกแยะระหว่างสิ่งที่เห็นด้วยตาตนเอง คำบอกเล่า และการคาดเดา ไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีบันทึกถึงสิ่งที่อยากเห็นแต่ไม่ได้เห็นด้วย จึงมีความเป็นภาวะวิสัยสูง[19] มัตสึอุระ ฟุมิอากิ ตั้งข้อสังเกตจากเรื่องนี้ว่า กรณีที่บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละระบุว่า "ไม่มีเรื่องเช่นนี้" แต่จารึกอื่น ๆ กลับบ่งชี้ว่าเรื่องนั้นมีอยู่จริง ควรตีความว่าเรื่องนั้นมีอยู่จริง เพียงแต่โจว ต๋ากวาน ไม่มีโอกาสได้รู้เห็นเท่านั้น[20]
หัวข้อ
[แก้]รายการต่อไปนี้อ้างอิงจากฉบับแปลชุดโทโยบุงโกะ คำในวงเล็บเป็นคำอธิบายโดยวาดะ ฮิซาโนริ ผู้แปล
- 總叙 (บทนำโดยรวม) — 城郭 (นครที่มีกำแพงล้อม) — 宮室 (ที่พำนักอาศัย) — 服飾 (เครื่องแต่งกาย)
- 官屬 (ข้าราชการ) — 三教 (ศาสนาทั้งสาม) — 人物 (ราษฎร) — 産婦 (การคลอดบุตร)
- 室女 (หญิงพรหมจารี) — 奴婢 (ทาส) — 語言 (ภาษา) — 野人 (คนป่าเถื่อน)
- 文字 (ตัวอักษร) — 正朔時序 (ปฏิทินและฤดูกาล) — 爭訟 (การพิพากษาคดี) — 病癩 (โรคภัยและโรคเรื้อน)
- 死亡 (ความตาย) — 耕種 (การเพาะปลูก) — 山川 (ภูมิประเทศธรรมชาติ) — 出産 (ผลผลิต)
- 貿易 (การค้าขาย) — 欲得唐貨 (สินค้าจีนที่ต้องการ) — 草木 (พืชพรรณ) — 飛鳥 (นก)
- 走獸 (สัตว์บก) — 蔬菜 (ผัก) — 魚龍 (ปลา) — 蔟釀 (การหมัก)
- 鹽醋醬麪 (เกลือ น้ำส้มสายชู เต้าเจี้ยว และเส้นบะหมี่) — 蠶絲 (การเลี้ยงไหม) — 器用 (เครื่องมือเครื่องใช้) — 車轎 (รถและเกี้ยว)
- 舟楫 (เรือและไม้พาย) — 屬郡 (เขตปกครองในสังกัด) — 村落 (หมู่บ้าน) — 取膽 (การเก็บถุงน้ำดี)
- 異事 (เรื่องประหลาด) — 澡浴 (การอาบน้ำ) — 流寓 (ผู้พำนักในต่างแดน) — 軍馬 (กองทัพ)
- 國主出入 (การเข้าออกของกษัตริย์)
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "真臘風土記". 改訂新版 世界大百科事典 (ภาษาญี่ปุ่น). 平凡社. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2026.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Cardiff de Alejo Garcia - Passing Notes - Smithsonian Magazine "History & Archaeology"
- 1 2 松浦, 2007, น. 37–38.
- ↑ 松浦, 2007, น. 42.
- 1 2 Zhou Daguan (2007). A Record of Cambodia. แปลโดย Peter Harris. University of Washington Press. ISBN 978-9749511244.
- ↑ Tabish Khair, บ.ก. (2006). Other Routes: 1500 Years of African and Asian Travel Writing. Indiana University Press. น. 114. ISBN 978-0253218216.
- ↑ Xia Nai (บ.ก.). 真臘風土記校注, 西遊錄, 異域志. Zhonghua Book Company. ISBN 9787101020281.
- ↑ 松浦, 2007, น. 44–45.
- ↑ ฌ็อง-ปีแยร์ อาเบล-เรมูซา: Description du royaume de Cambodge par un voyageur chinois qui a visité cette contrée à la fin du XIII siècle, précédée d'une notice chronologique sur ce même pays, extraite des annales de la Chine, Imprimerie de J. Smith, 1819
- ↑ Daguan Zhou; Paul Pelliot (1951). Mémoires sur les coutumes du Cambodge de Tcheou Ta-Kouan. Adrien-Maisonneuve.
- 1 2 "真臘風土記". ブリタニカ国際大百科事典 小項目事典 (ภาษาญี่ปุ่น). ブリタニカ・ジャパン. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2026.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Chou Ta-Kuan, The Customs of Cambodia, transl. by John Gilman d'Arcy Paul, Bangkok: Social Science Association Press, 1967.
- ↑ Zhou Daguan, The Customs of Cambodia, transl. by Michael Smithies, Bangkok: The Siam Society, 2001.
- ↑ Zhou Daguan (2007). A Record of Cambodia. แปลโดย Peter Harris. University of Washington Press. ISBN 978-9749511244.
- 1 2 松浦, 2007, น. 41.
- 1 2 大橋厚子 (1990). "周達観著/和田久徳訳注『眞臘風土記 : アンコール期のカンボジア』(東洋文庫507) : 平凡社 一九八九・八刊 B6 二五六頁". 史学雑誌 (ภาษาญี่ปุ่น). 99 (10). 史学会: 1778–1779.
- ↑ โจวต้ากวาน (2014). บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ. แปลโดย เฉลิม ยงบุญเกิด. ISBN 978-974-02-1326-0. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2022-12-14. สืบค้นเมื่อ 2022-12-14.
- ↑ 松浦, 2007, น. 43.
- ↑ 松浦, 2007, น. 46–47.
- ↑ 松浦, 2007, น. 47–48.
บรรณานุกรม
[แก้]- 松浦史明 (2007). "アンコール王朝末期の史料とその性格――『真臘風土記』の再検討を中心として" [หลักฐานและลักษณะของยุคปลายอาณาจักรพระนคร: ทบทวน "บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ" อีกครั้ง]. 紀尾井史学 (ภาษาญี่ปุ่น) (26): 37–51. NAID 120005877094
