นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก
NKOTB 2008-11-06.jpg
ปี 2008
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิด บอสตัน,สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง ป็อป
ช่วงปี ค.ศ. 1986-1994
พ.ศ. 2008-ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Sony BMG Music Entertainment
Columbia Records
สมาชิก จอร์แดน ไนท์
โจนาธาน ไนท์
โจอี้ แมกอินไทร์
ดอนนี่ วอล์เบิร์ก
แดนนี่ วูด
อดีตสมาชิก มาร์ก วาห์ลเบิร์ก
ไจม์ เคลลีย์

นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก (อังกฤษ: New Kids on the Block ต่อมาเป็น NKOTB) เป้นวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จช่วงปลายยุค 80 ถึงต้นยุค 90 เริ่มรวมตัวกันในบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 1984 โดยโปรดิวเซอร์ เมอไรส์ สตารร์ (Maurice Starr) สมาชิกประกอบด้วย จอร์แดน ไนท์ (Jordan Knight) โจนาธาน ไนท์ (Jonathan Knight), โจ แมกอินไทร์ (Joe McIntyre), ดอนนี่ วอล์เบิร์ก (Donnie Wahlberg), และ แดนนี่ วูด (Danny Wood)

นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก มียอดขายอัลบั้มทั่วโลกมากกว่า 70 ล้านแผ่น และได้ปูทางให้วงรุ่นน้องอย่าง เอ็นซิงค์, แบ็คสตรีท บอยส์ ในเวลาต่อมา

ประวัติ[แก้]

ช่วงเริ่มแรก[แก้]

ในช่วงต้นปียุค 80 เมอไรส์ สตารร์ ประสบความสำเร็จกับการปั้นวงเด็กอย่าง นิว เอดิชัน (New Edition) เขาได้เกิดความคิดที่จะทำวงเด็กผิวขาวขึ้น จึงได้ทำการเปิดออดิชันในบอสตัน โดยได้ทำการออดิชันเด็ก 500 คน โดยในกลุ่มเด็กเหล่านี้ก็ได้สมาชิกคนแรกคือ ดอนนี่ วอล์เบิร์ก ซึ่งอายุ 15 ปีในขณะนั้น ดอนนี่ได้ช่วยในการหาสมาชิกวง โดยดอนนี่ได้ชักชวนน้องชาย มาร์คและเพื่อนสนิท แดนนี่ วูด และเขาก็ได้ชักชวนเพื่อนร่วมชั้น โจนาธาน ไนท์ และ จอร์แดน ไนท์ ในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้ง มาร์ค วอล์เบิร์ก ได้ขอออก และได้ ไจม์ เคลลีย์ (Jaime Kelley) มาแทนแต่ตัวเคลลีย์ ขาดบ่อย บกพร่องในหน้าที่จึงได้ โจอีย์ แมกอินไทร์ ซึ่งอายุ 12 ปีในขณะนั้นมาแทน

เมษายน ค.ศ. 1986 นิวคิดส์ออนเดอะบล็อกได้ออกอัลบั้มแรกที่มีชื่อเหมือนชื่อวง โดยซิงเกิ้ลแรก "Be My Girl" ได้รับความสนใจระดับนึงตามสถานีวิทยุบอสตัน และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในวงกว้าง ตัวอัลบั้มนี้ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ได้อนุญาตจากทางค่ายเพลงให้ทำอัลบั้มที่ 2

Hangin' Tough[แก้]

หลังจากล้มเหลวกับอัลบั้มแรก ก็ได้กลับเข้าสู่สตูดิโอเป็นเวลาเกือบ 2 ปี อัลบั้มที่ 2 ชื่อว่า "Hangin' Tough" ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรก "Please Don't Go Girl" ในช่วงแรกได้รับกระแสตอบรับไม่มาก แต่เมื่อสถานีวิทยุในฟลอริด้าเริ่มเล่นเพลงของเขา และทางต้นสังกัดก็เริ่มดันเพลงพวกเขา ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จขึ้นชาร์ทบิลบอร์ดที่อันดับ 10 ซิงเกิ้ลที่ 2 "You Got It (The Right Stuff)" ขึ้นชาร์ทสูงสุดที่อันดับ 3 ในอเมริกา (อันดับ 1 ในอังกฤษ) ถัดมาซิงเกิ้ลที่ 3 "I'll Be Loving You (Forever)" ก็ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาในที่สุด "Hangin' Tough" ซิงเกิ้ลต่อไปก็ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา และยังมีเพลงฮิตอีกอย่าง "Cover Girl" และ "Didn't I (Blow Your Mind)" อัลบั้ม "Hangin' Tough" ติดอยู่ในชาร์ทนาน 132 สัปดาห์และ ยังได้รางวัลอเมริกัน มิวสิก อวอร์ดส สาขา "Best Pop/Rock Album" และ "Best Pop/Rock Group"

ในช่วงปลายปี พวกเขาได้ออกอัลบั้มคริสต์มาสชุด "Merry, Merry Christmas" มีเพลงฮิตติดท็อปเท็นอย่าง "This One's for the Children" ยอดขายบริจาคให้กับมูลนิธิ United Cerebral Palsy

Step by Step[แก้]

ในช่วงต้นยุค 90 นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก ประสบความสำเร็จไปแล้วทั่วโลก อัลบั้ม "Step by Step" ที่มีสมาชิกบางคนร่วมแต่งเพลง มีเพลงเปิดตัวคือ Step by Step ก็ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา ตามมาด้วยเพลงฮิต "Tonight" อัลบั้มนี้ขายได้มากกว่า 20 ล้านชุดทั่วโลก พวกเขาได้ทัวร์คอนเสิร์ตนานกว่า 1 ปี กว่า 200 รอบ ในทัวร์ที่ชื่อว่า "The Magic Summer Tour" สปอนเซอร์โดยโค้ก และพวกเขาได้ออกผลิตภัณฑ์สำหรับสะสมมากมายเช่น กล่องอาหารกลางวัน,เสื้อยืด,การ์ตูน,ตุ๊กตา,ปลอกหมอน เป็นต้น ในช่วงปลายปีทางต้นสังกัดได้ออกอัลบั้มรีมิกซ์ "No More Games/The Remix Album"

ในปี 1991 พวกเขาไม่ได้ออกผลงานอะไร แต่ได้ทัวร์ในยุโรปและเอเชีย ดอนนี่ได้โปรดิวซ์เพลงให้น้องชาย มาร์ค กับอัลบั้ม Marky Mark and the Funky Bunch ซึ่งมีเพลงฮิตอันดับ 1 ในอเมริกาอย่าง "Good Vibration"

Face the Music[แก้]

พวกเขากลับมาในชื่อใหม่ NKOTB ในช่วงเดือน มกราคม ค.ศ. 1994 มีเพลงแรก "Dirty Dawg" มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกแบนในแคนาดา แต่ก็ถึงจุดอิ่มตัว โดยโจนาธาน ไนท์ได้ขอออกจากวงระหว่างการทัวร์ สมาชิกที่เหลือตัดสินใจที่จะยกเลิกทัวร์ที่เหลือด้วย จากนั้นก็ถึงเวลาแตกวง

ชีวิตหลัง นิวคิดส์ออนเดอะบล็อก[แก้]

  • โจนาธาน ไนท์

ออกจากวงการบันเทิง แล้วหันไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  • จอร์แดน ไนท์

ในปี 1999 ได้ออกผลงานเดี่ยวกับสังกัด Interscope Records มีเพลงฮิตติดท็อปเท็นอย่าง "Give It To You" เขาได้เป็นวงเปิดให้ เอ็นซิงค์ เขาได้ปรากฏตัวในรายการ VH-1's The Surreal Life ในปี 2004, และรายการ Trust Me - I'm A Holiday Rep และรายการตลกในอังกฤษ Syd Little นอกจากนั้นยังได้ออกอัลบั้ม Love Songs ในปี 2006 [1]

  • โจอี้ แมกอินไทร์

ในปี 1999 ได้ออกผลงานเดี่ยวมีเพลงฮิตอย่าง Stay The Same และเขาได้ออกอัลบั้มผลงานเดี่ยวแล้ว 5 อัลบั้ม ในปี 2002 ได้ร่วมแสดงในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง Boston Public เขายังได้ร่วมแสดงละครบรอดเวย์เรื่อง Wicked และยังได้เป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการเรียลลิตี้โชว์Dancing with the Stars

  • แดนนี่ วูด

ได้ทำงานเบื้องหลัง โปรดิวซ์เพลง และเขาได้ฟอร์มวงในรายการ Totally Boyband ทางช่องเอ็มทีวี ชื่อวงว่า "Upper Street"

  • ดอนนี่ วอล์เบิร์ก

ได้เข้าสู่วงการแสดงตามน้องชายของเขา อย่างภาพยนตร์เรื่องซิกซ์เซ้นส์...สัมผัสสยอง และเขายังได้บทนำในเรื่อง Saw II ในขึ้นอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิส

การกลับมารวมตัวอีกครั้ง[แก้]

กับสมาชิกดั้งเดิมทั้ง 5 หนุ่มครบเซ็ทได้แก่ Joey McIntyre, Danny Wood, Donnie Wahlberg, Jordan Knight และJonathan Knight กลับมารวมตัวใหม่ภายใต้สังกัด Universal Music โดยทั้ง 5 ปรากฏตัวในการแจกรางวัล The Much Music Awards ที่มาโชว์เพลงฮิตเมดเล่ห์ในอดีตอย่าง Step By Step, Right Stuff และเพลงใหม่ล่าสุด Summertime ที่มีผู้ชมรายการกว่า 7.8 ล้านคน[2] และออกอัลบั้มที่ชื่อว่าชุด The Block

ผลงานอัลบั้ม[แก้]

  • New Kids on the Block (1986)
  • Hangin' Tough (1988)
  • Step by Step (1990)
  • Face the Music (1994)
  • The Block (2008)
  • 10 (2013)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]