นางพญาแม่ท้าวคำปิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระนางคำปินมหาเทวี
เจ้าผู้ครองนครน่าน
องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ภูคา
ราชาภิเษกพ.ศ. 1848
ครองราชย์พ.ศ. 1848 - พ.ศ. 1849
รัชกาล7 เดือน
ก่อนหน้าพญาเก้าเกื่อน
ถัดไปนางพญาปัว(อั้วสิม)
พระสวามีพญาเก้าเกื่อน
พระราชบุตรพญาผานอง
ราชวงศ์ราชวงศ์ภูคา
ประสูติเมืองวรนคร
พิราลัยราวปี พ.ศ. 1862 ณ เมืองพะเยา[1]

นางพญาแม่ท้าวคำปินมหาเทวี ทรงเป็นกษัตริย์น่าน พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ภูคา ครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 1848 สืบต่อจากพญาเก้าเกื่อน ผู้เป็นพระสวามี ที่ทรงย้ายไปครองเมืองย่าง แทนพญาภูคา ผู้เป็นปู่ และทรงเป็นพระชนนีใน พญาผานอง กษัตริย์น่าน พระองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ภูคา (พ.ศ. 1866 - พ.ศ. 1896)

พระประวัติ[แก้]

พญาเก้าเกื่อนหลังจากมอบให้ ชายาคือ นางพญาแม่ท้าวคำปินซึ่งทรงครรภ์อยู่ ปกครองดูแลรักษาเมืองวรนคร (เมืองปัว) แทน เมื่อพญาภูคาถึงแก่พิราลัย พญาเก้าเถื่อนจึงครองเมืองย่างแทน

ในช่วงที่เมืองวรนคร (เมืองปัว) ว่างจากผู้นำ เนื่องจากพญาเก้าเถื่อนไปครองเมืองย่าง แทนพระอัยกา(ปู่) คือพญาภูคาพญางำเมืองเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา จึงได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองบ้านเมืองปัวทั้งหมด นางพญาแม่เท้าคำปินพร้อมด้วยบุตรในครรภ์ ได้หลบหนีไปอยู่บ้านห้วยแร้ง จนคลอดได้บุตรชายท่ามกลางท้องไร่บ้านห้วยแร้งนั้น ครั้นถึงรุ่งเช้ามีชาวบ้าน ได้ยินเสียงพระกุมารร้อง จึงตามหาเสียงร้องของพระกุมาร แล้วนายบ้านผู้นั้น ก็ได้เจอกับนางพญาแม่ท้าวคำปิน แล้วก็ก้มลงกราบนางพญา แล้วก็ถามว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ นางพญาก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้นายบ้านผู้นั้นฟัง นายบ้านผู้นั้นก็คือพ่อครัวของพญาเก้าเกื่อนมาก่อน จึงรับนางพญาแม่ท้าวคำปิน เด็กหญิงผู้ติดตาม และพระกุมารไปเลี้ยงดู จนพระกุมารเติบใหญ่ อายุได้ 16 ปี ก็นำไปไหว้สาพญางำเมือง เมื่อพญางำเมืองเห็น ก็มีใจรักเอ็นดูจึงรับเลี้ยงดูไว้ และทรงตั้งนามว่า ''เจ้าขุนใส่'' รับใช้พญางำเมืองจนเป็นที่โปรดปราน พญางำเมืองจึงโปรดให้สร้างบ้านหลังหนึ่ง และข้าวของเงินทอง ให้แก่พระมารดา เจ้าขุนใส่ (นางพญาแม่ท้าวคำปิน) และต่อพญางำเมืองก็สถาปนาให้เป็น "เจ้าขุนใสยศ"[2]เป็นเจ้าเมืองปราดครองเมืองปราด

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า นางพญาแม่ท้าวคำปิน ถัดไป
พญาเก้าเกื่อน
รัชกาลที่ 2
2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครน่าน
รัชกาลที่ 3 ราชวงศ์ภูคา

(พ.ศ. 1848 - พ.ศ. 1849)
2rightarrow.png พญาผานอง
รัชกาลที่ 4