ทะเลสาบวินนิเพก
| ทะเลสาบวินนิเพก | |
|---|---|
| ฝรั่งเศส: Lac Winnipeg โอจิบเว: Weenipagamiksaguygun | |
แผนที่ทะเลสาบวินนิเพก | |
| ที่ตั้ง | รัฐแมนิโทบา, แคนาดา |
| พิกัด | 52°7′N 97°15′W / 52.117°N 97.250°W |
| ชนิดของทะเลสาบ | ทะเลสาบธารน้ำแข็ง |
| แหล่งน้ำไหลเข้าหลัก | แม่น้ำวินนิเพก, แม่น้ำซัสแคตเชวัน, แม่น้ำเรด |
| แหล่งน้ำไหลออก | แม่น้ำเนลสัน |
| พื้นที่รับน้ำ | 982,900 km2 (379,500 sq mi) |
| ประเทศในลุ่มน้ำ | แคนาดา และ สหรัฐ |
| ช่วงยาวที่สุด | 416 km (258 mi) |
| ช่วงกว้างที่สุด | 100 km (60 mi) (แอ่งเหนือ) 40 km (20 mi) (แอ่งใต้) |
| พื้นที่พื้นน้ำ | 24,514 km2 (9,465 sq mi) |
| ความลึกโดยเฉลี่ย | 12 m (39 ft) |
| ความลึกสูงสุด | 36 m (118 ft) |
| ปริมาณน้ำ | 294 km3 (71 cu mi)[1] |
| เวลาพักน้ำ | 3.5 ปี[2] |
| ความยาวชายฝั่ง1 | 1,858 km (1,155 mi) |
| ความสูงของพื้นที่ | 217 m (712 ft) |
| เมือง | Gimli |
| 1 ความยาวแนวชายฝั่งไม่ได้ถูกวัดอย่างละเอียด | |
ทะเลสาบวินนิเพก (อังกฤษ: Lake Winnipeg; ฝรั่งเศส: Lac Winnipeg) เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่มากในรัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา ปลายด้านใต้ของทะเลสาบอยู่ห่างจากเมืองวินนิเพกไปทางเหนือประมาณ 55 กิโลเมตร ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของแคนาดา[3][4] ทะเลสาบมีลักษณะค่อนข้างตื้น โดยมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 12 เมตร และส่วนที่ลึกที่สุดเป็นช่องน้ำแคบระหว่างแอ่งเหนือกับแอ่งใต้ซึ่งลึกประมาณ 36 เมตร[1][4]
ชื่อ "วินนิเพก" มาจากภาษาครี มีความหมายว่า "น้ำขุ่น" หรือ "น้ำโคลน" และทะเลสาบเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมและการค้าขนสัตว์ที่สำคัญของแคนาดามาเป็นเวลานาน[4] ปัจจุบันทะเลสาบมีความสำคัญทั้งต่อการประมง การท่องเที่ยว การพักผ่อนหย่อนใจ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของแมนิโทบา[3][5]

ภูมิศาสตร์และอุทกวิทยา
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกทอดตัวยาวจากเหนือจรดใต้ และแบ่งออกเป็นแอ่งหลักสองส่วน ได้แก่ แอ่งเหนือซึ่งมีขนาดใหญ่และลึกกว่า และแอ่งใต้ซึ่งตื้นกว่า โดยมีบริเวณคอคอดหรือเดอะนาร์โรวส์เชื่อมทั้งสองเข้าด้วยกัน[5][2] พื้นที่รับน้ำของทะเลสาบมีขนาดเกือบ 1 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 4 มณฑลของแคนาดาและ 4 รัฐของสหรัฐ ทำให้เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ[3][5]
แม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ ได้แก่ แม่น้ำเรดจากทางใต้ แม่น้ำวินนิเพกจากทางตะวันออกเฉียงใต้ และแม่น้ำซัสแคตเชวันจากทางตะวันตก ขณะที่ทางออกเพียงสายเดียวคือแม่น้ำเนลสันซึ่งไหลออกไปทางเหนือสู่ลุ่มน้ำอ่าวฮัดสัน[4][5] น้ำใช้เวลาหมุนเวียนอยู่ในทะเลสาบโดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับทะเลสาบขนาดใหญ่หลายแห่ง[5][2]
ด้านตะวันออกของทะเลสาบมีแนวป่าไทกาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แม่น้ำหลายสาย และพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ โดยบางส่วนของภูมิประเทศและระบบแม่น้ำในบริเวณนี้เชื่อมโยงกับแหล่งมรดกโลกพีมาชิโอวิน อากี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 2018[6]
แม่น้ำสาขา
[แก้]นอกจากแม่น้ำสายหลักแล้ว ยังมีลำน้ำสำคัญอีกจำนวนมากที่ไหลลงสู่ทะเลสาบวินนิเพก โดยเฉพาะจากด้านตะวันออกซึ่งอยู่ในเขตแคนาเดียนชิลด์ เช่น แม่น้ำบลัดเวน แม่น้ำเบอเรนส์ แม่น้ำป็อปลาร์ และแม่น้ำมานิโกตาแกน[7] ส่วนทางตะวันตกมีแม่น้ำดอฟินซึ่งระบายน้ำจากทะเลสาบแมนิโทบาและทะเลสาบวินนิเพโกซิสมายังทะเลสาบวินนิเพก[7] ความหลากหลายของแม่น้ำสาขาเหล่านี้ทำให้ทะเลสาบรับอิทธิพลจากภูมิประเทศและการใช้ที่ดินในพื้นที่กว้างมากกว่าทะเลสาบส่วนใหญ่ในแคนาดา[3]
ธรณีวิทยา
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกเป็นซากที่เหลืออยู่ของทะเลสาบแอกัสซิซ ซึ่งเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งขนาดมหึมาในยุคหลังธารน้ำแข็ง พื้นที่รอบทะเลสาบในปัจจุบันจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบต่ำแมนิโทบาและรอยต่อกับแนวแคนาเดียนชิลด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือ[4][5] ลักษณะธรณีสัณฐานนี้อธิบายได้ว่าทำไมทะเลสาบจึงมีพื้นที่ผิวน้ำกว้างมากแต่ค่อนข้างตื้นเมื่อเทียบกับทะเลสาบใหญ่อื่น ๆ[2]
ระบบนิเวศ
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกรองรับถิ่นอาศัยที่หลากหลายทั้งบริเวณน้ำเปิด ชายฝั่ง พื้นที่ตื้น และปากแม่น้ำ ส่งผลให้มีความหลากหลายของปลาและนกน้ำในระดับสูง[8] พื้นที่ทะเลสาบและเกาะต่าง ๆ ใช้เป็นแหล่งหากินและทำรังของนกน้ำจำนวนมาก รวมทั้งนกกระทุงขาวอเมริกัน นกนางนวล และนกนางนวลแกลบ[9]
ทะเลสาบยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดสำคัญ โดยชนิดปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจได้แก่ walleye, sauger และไวต์ฟิชน้ำจืด[3][10]
ปลา
[แก้]เอกสารด้านประมงของแมนิโทบาระบุว่าทะเลสาบวินนิเพกเป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดจำนวนมาก และมีชนิดปลาพื้นเมืองมากกว่าทะเลสาบอื่นใดในแคนาดาทางตะวันตกของเกรตเลกส์[11] ชนิดปลาที่พบและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ วอลอาย ซอเจอร์ ไวต์ฟิชน้ำจืด ปลาดุกแชนเนล และปลาไพก์เหนือ[11][8] ชนิดปลาที่ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงในระดับประเทศและพบในทะเลสาบ ได้แก่ shortjaw cisco และ bigmouth buffalo[12][13]
นก
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกเป็นพื้นที่สำคัญของนกน้ำในระดับประเทศและระดับทวีป โดยเฉพาะบริเวณเกาะและแนวโขดหินซึ่งใช้เป็นแหล่งทำรังของนกอาณานิคม[9] ไพพ์สโตนร็อกส์ได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่สำคัญระดับโลกสำหรับนกกระทุงขาวอเมริกัน และยังมีความสำคัญต่อประชากรนกนางนวลแกลบชนิดต่าง ๆ อีกด้วย[9] พื้นที่อื่น เช่น กัลล์ไอแลนด์ แซนด์ฮิลล์ไอแลนด์ ลิตเติลจอร์จไอแลนด์ และหลุยส์ไอแลนด์ ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่นกสำคัญเช่นกัน[14][15][16]
ประวัติศาสตร์
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกอยู่บนหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาเหนือ และมีบทบาทสำคัญต่อการค้าขนสัตว์ระหว่างบริเวณอ่าวฮัดสันกับพื้นที่ตอนในของทวีป[4] ในสมัยอาณานิคม เส้นทางนี้มีความสำคัญต่อกิจกรรมของบริษัทฮัดสันส์เบย์และการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานในแมนิโทบา[4] ชื่อทะเลสาบยังกลายมาเป็นที่มาของชื่อเมืองวินนิเพก ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็นเมืองสำคัญที่สุดของรัฐแมนิโทบา[4]
เชื่อกันว่าเฮนรี เคลซีย์เป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้เห็นทะเลสาบในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 และต่อมาชื่อนี้ถูกใช้แพร่หลายในเอกสารการค้าของอาณานิคม[4] ในปี ค.ศ. 2016 คณะกรรมการชื่อภูมิศาสตร์ของแคนาดาได้รับรองชื่อพื้นเมือง Weenipagamiksaguygun ซึ่งเป็นชื่อในภาษาแอนิชินาเบตามการใช้ของชุมชน Poplar River First Nation[17]
เศรษฐกิจและการใช้ประโยชน์
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกเป็นทรัพยากรน้ำจืดที่มีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างสูงต่อแมนิโทบา ทั้งในด้านประมงเชิงพาณิชย์ ประมงสันทนาการ การท่องเที่ยว และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ[3][8] รัฐบาลแมนิโทบาระบุว่าทะเลสาบเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าพลังน้ำของรัฐ โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเนลสันช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าในสถานีทางเหนือ[5]
บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของทะเลสาบมีชายหาดและชุมชนพักผ่อนหลายแห่งซึ่งได้รับความนิยมในฤดูร้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เดินทางจากเมืองวินนิเพกได้สะดวก[8][4] เมืองและชุมชนริมทะเลสาบที่สำคัญ เช่น กิมลี วินนิเพกบีช และแกรนด์บีช มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูมิภาค[4]
การประมงเชิงพาณิชย์และประมงสันทนาการ
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกเป็นศูนย์กลางของการประมงเชิงพาณิชย์ในรัฐแมนิโทบา โดยมีสัดส่วนสูงมากของปริมาณสัตว์น้ำที่ขึ้นท่าและมูลค่ารวมของผลผลิตประมงของทั้งรัฐ[10] วอลอายและไวต์ฟิชน้ำจืดเป็นชนิดหลักของการประมงพาณิชย์ และรวมกันคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของผลจับขึ้นท่า[10][8] ขณะเดียวกันทะเลสาบยังเป็นแหล่งตกปลาน้ำแข็งและตกปลาเชิงสันทนาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ โดยเฉพาะสำหรับวอลอาย ซอเจอร์ และปลาดุกแชนเนล[18]
เขตคุ้มครองและนันทนาการ
[แก้]พื้นที่รอบทะเลสาบมีอุทยานประจำรัฐและพื้นที่นันทนาการจำนวนมาก เช่น Hecla-Grindstone Provincial Park, Grand Beach Provincial Park, Camp Morton Provincial Park และ Winnipeg Beach Provincial Park ซึ่งสะท้อนบทบาทของทะเลสาบในฐานะแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำคัญของแมนิโทบา[19]
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
[แก้]ทะเลสาบวินนิเพกเผชิญปัญหาคุณภาพน้ำจากสารอาหารส่วนเกิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและไนโตรเจนที่ไหลมาจากกิจกรรมในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสาหร่ายและไซยาโนแบคทีเรียในทะเลสาบ[3][5] รัฐบาลแมนิโทบาระบุว่าปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1990 ทำให้มวลชีวภาพของแพลงก์ตอนพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก และโครงสร้างของชุมชนแพลงก์ตอนเปลี่ยนไปในทางที่ไซยาโนแบคทีเรียมีบทบาทเด่นขึ้น[5]
นอกจากนั้น ทะเลสาบยังได้รับผลกระทบจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เช่น หอยม้าลาย ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางนิเวศ กระทบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และเพิ่มความซับซ้อนในการจัดการระบบนิเวศของทะเลสาบ[5] เพื่อตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลแคนาดาและรัฐบาลแมนิโทบาได้ดำเนินโครงการระยะยาวเพื่อลดการรับฟอสฟอรัสเข้าสู่ทะเลสาบและติดตามสุขภาวะของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง[3][20]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "ข้อเท็จจริงอย่างย่อเกี่ยวกับทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 4 "สถานะของทะเลสาบวินนิเพก ค.ศ. 2020: รายงานทางเทคนิค" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 "ภาพรวมลุ่มน้ำทะเลสาบวินนิเพก". Canada Water Agency. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 "ทะเลสาบวินนิเพก". บริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "ทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "พีมาชิโอวิน อากี". ยูเนสโก. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 "ชื่อภูมิศาสตร์ของทะเลสาบวินนิเพก". Natural Resources Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 4 5 "สถานะของทะเลสาบวินนิเพก ฉบับที่ 2" (PDF). รัฐบาลแคนาดาและรัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 "ไพพ์สโตนร็อกส์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 3 "ภาพรวมการประมงเชิงพาณิชย์ของรัฐแมนิโทบา" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- 1 2 Stewart, Kenneth W.; Watkinson, Douglas A. (2004). ปลาน้ำจืดของรัฐแมนิโทบา. University of Manitoba Press. pp. 249–257. ISBN 0-88755-678-7.
- ↑ "รายงานประเมินสถานภาพของ shortjaw cisco ในแคนาดา". Species at Risk Public Registry. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "รายงานประเมินสถานภาพของ bigmouth buffalo ในแคนาดา". Species at Risk Public Registry. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "กัลล์ไอแลนด์และแซนด์ฮิลล์ไอแลนด์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "ลิตเติลจอร์จไอแลนด์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "หลุยส์ไอแลนด์และแนวโขดหินที่เกี่ยวข้อง". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "ชื่อสถานที่พื้นเมืองของแคนาดา". Natural Resources Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "รายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจของการตกปลาน้ำแข็งในทะเลสาบวินนิเพก". Dickinson Press. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "อุทยานประจำรัฐและพื้นที่นันทนาการรอบทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
- ↑ "รายงานเป้าหมายธาตุอาหารและการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ ค.ศ. 2024" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.