ข้ามไปเนื้อหา

ทะเลสาบวินนิเพก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทะเลสาบวินนิเพก
ฝรั่งเศส: Lac Winnipeg
โอจิบเว: Weenipagamiksaguygun
แผนที่รัฐแมนิโทบาและประเทศแคนาดาที่แสดงตำแหน่งของทะเลสาบวินนิเพก
แผนที่รัฐแมนิโทบาและประเทศแคนาดาที่แสดงตำแหน่งของทะเลสาบวินนิเพก
ทะเลสาบวินนิเพก
สถานที่ตั้งของทะเลสาบในรัฐแมนิโทบา
แผนที่รัฐแมนิโทบาและประเทศแคนาดาที่แสดงตำแหน่งของทะเลสาบวินนิเพก
แผนที่รัฐแมนิโทบาและประเทศแคนาดาที่แสดงตำแหน่งของทะเลสาบวินนิเพก
ทะเลสาบวินนิเพก
ทะเลสาบวินนิเพก (แคนาดา)
แผนที่แสดงรูปร่างและที่ตั้งของทะเลสาบวินนิเพกในรัฐแมนิโทบา
แผนที่ทะเลสาบวินนิเพก
ที่ตั้งรัฐแมนิโทบา, แคนาดา
พิกัด52°7′N 97°15′W / 52.117°N 97.250°W / 52.117; -97.250
ชนิดของทะเลสาบทะเลสาบธารน้ำแข็ง
แหล่งน้ำไหลเข้าหลักแม่น้ำวินนิเพก, แม่น้ำซัสแคตเชวัน, แม่น้ำเรด
แหล่งน้ำไหลออกแม่น้ำเนลสัน
พื้นที่รับน้ำ982,900 km2 (379,500 sq mi)
ประเทศในลุ่มน้ำแคนาดา และ สหรัฐ
ช่วงยาวที่สุด416 km (258 mi)
ช่วงกว้างที่สุด100 km (60 mi) (แอ่งเหนือ)
40 km (20 mi) (แอ่งใต้)
พื้นที่พื้นน้ำ24,514 km2 (9,465 sq mi)
ความลึกโดยเฉลี่ย12 m (39 ft)
ความลึกสูงสุด36 m (118 ft)
ปริมาณน้ำ294 km3 (71 cu mi)[1]
เวลาพักน้ำ3.5 ปี[2]
ความยาวชายฝั่ง11,858 km (1,155 mi)
ความสูงของพื้นที่217 m (712 ft)
เมืองGimli
1 ความยาวแนวชายฝั่งไม่ได้ถูกวัดอย่างละเอียด

ทะเลสาบวินนิเพก (อังกฤษ: Lake Winnipeg; ฝรั่งเศส: Lac Winnipeg) เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่มากในรัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา ปลายด้านใต้ของทะเลสาบอยู่ห่างจากเมืองวินนิเพกไปทางเหนือประมาณ 55 กิโลเมตร ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของแคนาดา[3][4] ทะเลสาบมีลักษณะค่อนข้างตื้น โดยมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 12 เมตร และส่วนที่ลึกที่สุดเป็นช่องน้ำแคบระหว่างแอ่งเหนือกับแอ่งใต้ซึ่งลึกประมาณ 36 เมตร[1][4]

ชื่อ "วินนิเพก" มาจากภาษาครี มีความหมายว่า "น้ำขุ่น" หรือ "น้ำโคลน" และทะเลสาบเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมและการค้าขนสัตว์ที่สำคัญของแคนาดามาเป็นเวลานาน[4] ปัจจุบันทะเลสาบมีความสำคัญทั้งต่อการประมง การท่องเที่ยว การพักผ่อนหย่อนใจ และระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของแมนิโทบา[3][5]

ภาพสีเท็จของทะเลสาบวินนิเพกจากนาซา

ภูมิศาสตร์และอุทกวิทยา

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกทอดตัวยาวจากเหนือจรดใต้ และแบ่งออกเป็นแอ่งหลักสองส่วน ได้แก่ แอ่งเหนือซึ่งมีขนาดใหญ่และลึกกว่า และแอ่งใต้ซึ่งตื้นกว่า โดยมีบริเวณคอคอดหรือเดอะนาร์โรวส์เชื่อมทั้งสองเข้าด้วยกัน[5][2] พื้นที่รับน้ำของทะเลสาบมีขนาดเกือบ 1 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 4 มณฑลของแคนาดาและ 4 รัฐของสหรัฐ ทำให้เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ[3][5]

แม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ ได้แก่ แม่น้ำเรดจากทางใต้ แม่น้ำวินนิเพกจากทางตะวันออกเฉียงใต้ และแม่น้ำซัสแคตเชวันจากทางตะวันตก ขณะที่ทางออกเพียงสายเดียวคือแม่น้ำเนลสันซึ่งไหลออกไปทางเหนือสู่ลุ่มน้ำอ่าวฮัดสัน[4][5] น้ำใช้เวลาหมุนเวียนอยู่ในทะเลสาบโดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับทะเลสาบขนาดใหญ่หลายแห่ง[5][2]

ด้านตะวันออกของทะเลสาบมีแนวป่าไทกาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แม่น้ำหลายสาย และพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ โดยบางส่วนของภูมิประเทศและระบบแม่น้ำในบริเวณนี้เชื่อมโยงกับแหล่งมรดกโลกพีมาชิโอวิน อากี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 2018[6]

แม่น้ำสาขา

[แก้]

นอกจากแม่น้ำสายหลักแล้ว ยังมีลำน้ำสำคัญอีกจำนวนมากที่ไหลลงสู่ทะเลสาบวินนิเพก โดยเฉพาะจากด้านตะวันออกซึ่งอยู่ในเขตแคนาเดียนชิลด์ เช่น แม่น้ำบลัดเวน แม่น้ำเบอเรนส์ แม่น้ำป็อปลาร์ และแม่น้ำมานิโกตาแกน[7] ส่วนทางตะวันตกมีแม่น้ำดอฟินซึ่งระบายน้ำจากทะเลสาบแมนิโทบาและทะเลสาบวินนิเพโกซิสมายังทะเลสาบวินนิเพก[7] ความหลากหลายของแม่น้ำสาขาเหล่านี้ทำให้ทะเลสาบรับอิทธิพลจากภูมิประเทศและการใช้ที่ดินในพื้นที่กว้างมากกว่าทะเลสาบส่วนใหญ่ในแคนาดา[3]

ธรณีวิทยา

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกเป็นซากที่เหลืออยู่ของทะเลสาบแอกัสซิซ ซึ่งเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งขนาดมหึมาในยุคหลังธารน้ำแข็ง พื้นที่รอบทะเลสาบในปัจจุบันจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบต่ำแมนิโทบาและรอยต่อกับแนวแคนาเดียนชิลด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือ[4][5] ลักษณะธรณีสัณฐานนี้อธิบายได้ว่าทำไมทะเลสาบจึงมีพื้นที่ผิวน้ำกว้างมากแต่ค่อนข้างตื้นเมื่อเทียบกับทะเลสาบใหญ่อื่น ๆ[2]

ระบบนิเวศ

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกรองรับถิ่นอาศัยที่หลากหลายทั้งบริเวณน้ำเปิด ชายฝั่ง พื้นที่ตื้น และปากแม่น้ำ ส่งผลให้มีความหลากหลายของปลาและนกน้ำในระดับสูง[8] พื้นที่ทะเลสาบและเกาะต่าง ๆ ใช้เป็นแหล่งหากินและทำรังของนกน้ำจำนวนมาก รวมทั้งนกกระทุงขาวอเมริกัน นกนางนวล และนกนางนวลแกลบ[9]

ทะเลสาบยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดสำคัญ โดยชนิดปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจได้แก่ walleye, sauger และไวต์ฟิชน้ำจืด[3][10]

ปลา

[แก้]

เอกสารด้านประมงของแมนิโทบาระบุว่าทะเลสาบวินนิเพกเป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดจำนวนมาก และมีชนิดปลาพื้นเมืองมากกว่าทะเลสาบอื่นใดในแคนาดาทางตะวันตกของเกรตเลกส์[11] ชนิดปลาที่พบและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ วอลอาย ซอเจอร์ ไวต์ฟิชน้ำจืด ปลาดุกแชนเนล และปลาไพก์เหนือ[11][8] ชนิดปลาที่ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงในระดับประเทศและพบในทะเลสาบ ได้แก่ shortjaw cisco และ bigmouth buffalo[12][13]

นก

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกเป็นพื้นที่สำคัญของนกน้ำในระดับประเทศและระดับทวีป โดยเฉพาะบริเวณเกาะและแนวโขดหินซึ่งใช้เป็นแหล่งทำรังของนกอาณานิคม[9] ไพพ์สโตนร็อกส์ได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่สำคัญระดับโลกสำหรับนกกระทุงขาวอเมริกัน และยังมีความสำคัญต่อประชากรนกนางนวลแกลบชนิดต่าง ๆ อีกด้วย[9] พื้นที่อื่น เช่น กัลล์ไอแลนด์ แซนด์ฮิลล์ไอแลนด์ ลิตเติลจอร์จไอแลนด์ และหลุยส์ไอแลนด์ ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่นกสำคัญเช่นกัน[14][15][16]

นกกระทุงขาวอเมริกันบริเวณชายฝั่งของทะเลสาบวินนิเพก

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกอยู่บนหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาเหนือ และมีบทบาทสำคัญต่อการค้าขนสัตว์ระหว่างบริเวณอ่าวฮัดสันกับพื้นที่ตอนในของทวีป[4] ในสมัยอาณานิคม เส้นทางนี้มีความสำคัญต่อกิจกรรมของบริษัทฮัดสันส์เบย์และการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานในแมนิโทบา[4] ชื่อทะเลสาบยังกลายมาเป็นที่มาของชื่อเมืองวินนิเพก ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็นเมืองสำคัญที่สุดของรัฐแมนิโทบา[4]

เชื่อกันว่าเฮนรี เคลซีย์เป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้เห็นทะเลสาบในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 และต่อมาชื่อนี้ถูกใช้แพร่หลายในเอกสารการค้าของอาณานิคม[4] ในปี ค.ศ. 2016 คณะกรรมการชื่อภูมิศาสตร์ของแคนาดาได้รับรองชื่อพื้นเมือง Weenipagamiksaguygun ซึ่งเป็นชื่อในภาษาแอนิชินาเบตามการใช้ของชุมชน Poplar River First Nation[17]

เศรษฐกิจและการใช้ประโยชน์

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกเป็นทรัพยากรน้ำจืดที่มีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างสูงต่อแมนิโทบา ทั้งในด้านประมงเชิงพาณิชย์ ประมงสันทนาการ การท่องเที่ยว และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ[3][8] รัฐบาลแมนิโทบาระบุว่าทะเลสาบเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าพลังน้ำของรัฐ โดยการควบคุมการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเนลสันช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าในสถานีทางเหนือ[5]

บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของทะเลสาบมีชายหาดและชุมชนพักผ่อนหลายแห่งซึ่งได้รับความนิยมในฤดูร้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เดินทางจากเมืองวินนิเพกได้สะดวก[8][4] เมืองและชุมชนริมทะเลสาบที่สำคัญ เช่น กิมลี วินนิเพกบีช และแกรนด์บีช มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูมิภาค[4]

การประมงเชิงพาณิชย์และประมงสันทนาการ

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกเป็นศูนย์กลางของการประมงเชิงพาณิชย์ในรัฐแมนิโทบา โดยมีสัดส่วนสูงมากของปริมาณสัตว์น้ำที่ขึ้นท่าและมูลค่ารวมของผลผลิตประมงของทั้งรัฐ[10] วอลอายและไวต์ฟิชน้ำจืดเป็นชนิดหลักของการประมงพาณิชย์ และรวมกันคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของผลจับขึ้นท่า[10][8] ขณะเดียวกันทะเลสาบยังเป็นแหล่งตกปลาน้ำแข็งและตกปลาเชิงสันทนาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ โดยเฉพาะสำหรับวอลอาย ซอเจอร์ และปลาดุกแชนเนล[18]

เขตคุ้มครองและนันทนาการ

[แก้]

พื้นที่รอบทะเลสาบมีอุทยานประจำรัฐและพื้นที่นันทนาการจำนวนมาก เช่น Hecla-Grindstone Provincial Park, Grand Beach Provincial Park, Camp Morton Provincial Park และ Winnipeg Beach Provincial Park ซึ่งสะท้อนบทบาทของทะเลสาบในฐานะแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำคัญของแมนิโทบา[19]

ปัญหาสิ่งแวดล้อม

[แก้]

ทะเลสาบวินนิเพกเผชิญปัญหาคุณภาพน้ำจากสารอาหารส่วนเกิน โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและไนโตรเจนที่ไหลมาจากกิจกรรมในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสาหร่ายและไซยาโนแบคทีเรียในทะเลสาบ[3][5] รัฐบาลแมนิโทบาระบุว่าปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1990 ทำให้มวลชีวภาพของแพลงก์ตอนพืชเพิ่มขึ้นอย่างมาก และโครงสร้างของชุมชนแพลงก์ตอนเปลี่ยนไปในทางที่ไซยาโนแบคทีเรียมีบทบาทเด่นขึ้น[5]

นอกจากนั้น ทะเลสาบยังได้รับผลกระทบจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน เช่น หอยม้าลาย ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางนิเวศ กระทบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และเพิ่มความซับซ้อนในการจัดการระบบนิเวศของทะเลสาบ[5] เพื่อตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลแคนาดาและรัฐบาลแมนิโทบาได้ดำเนินโครงการระยะยาวเพื่อลดการรับฟอสฟอรัสเข้าสู่ทะเลสาบและติดตามสุขภาวะของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง[3][20]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "ข้อเท็จจริงอย่างย่อเกี่ยวกับทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  2. 1 2 3 4 "สถานะของทะเลสาบวินนิเพก ค.ศ. 2020: รายงานทางเทคนิค" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 "ภาพรวมลุ่มน้ำทะเลสาบวินนิเพก". Canada Water Agency. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  4. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 "ทะเลสาบวินนิเพก". บริแทนนิกา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  5. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "ทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  6. "พีมาชิโอวิน อากี". ยูเนสโก. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  7. 1 2 "ชื่อภูมิศาสตร์ของทะเลสาบวินนิเพก". Natural Resources Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  8. 1 2 3 4 5 "สถานะของทะเลสาบวินนิเพก ฉบับที่ 2" (PDF). รัฐบาลแคนาดาและรัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  9. 1 2 3 "ไพพ์สโตนร็อกส์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  10. 1 2 3 "ภาพรวมการประมงเชิงพาณิชย์ของรัฐแมนิโทบา" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  11. 1 2 Stewart, Kenneth W.; Watkinson, Douglas A. (2004). ปลาน้ำจืดของรัฐแมนิโทบา. University of Manitoba Press. pp. 249–257. ISBN 0-88755-678-7.
  12. "รายงานประเมินสถานภาพของ shortjaw cisco ในแคนาดา". Species at Risk Public Registry. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  13. "รายงานประเมินสถานภาพของ bigmouth buffalo ในแคนาดา". Species at Risk Public Registry. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  14. "กัลล์ไอแลนด์และแซนด์ฮิลล์ไอแลนด์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  15. "ลิตเติลจอร์จไอแลนด์". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  16. "หลุยส์ไอแลนด์และแนวโขดหินที่เกี่ยวข้อง". Important Bird Areas Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  17. "ชื่อสถานที่พื้นเมืองของแคนาดา". Natural Resources Canada. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  18. "รายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจของการตกปลาน้ำแข็งในทะเลสาบวินนิเพก". Dickinson Press. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  19. "อุทยานประจำรัฐและพื้นที่นันทนาการรอบทะเลสาบวินนิเพก". รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.
  20. "รายงานเป้าหมายธาตุอาหารและการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ ค.ศ. 2024" (PDF). รัฐบาลรัฐแมนิโทบา. สืบค้นเมื่อ 2026-04-06.