ข้ามไปเนื้อหา

ทรงกรวย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทรงกรวย
ทรงกรวยกลมตั้งฉากที่มีรัศมีของฐาน r, ความสูงตรง h, ความสูงเอียง c และมุม θ
ชนิดรูปทรงตัน
ลักษณะออยเลอร์2
หน้าหน้าวงกลม 1 หน้า และผิวกรวย 1 หน้า
กรุปสมมาตรO(2) (กรุปเชิงตั้งฉาก)
พื้นที่ผิวπr2 + πrℓ
ปริมาตร(πr2h)/3

กรวย (อังกฤษ: cone) คือรูปทรงสามมิติที่มีลักษณะเรียวแหลมจากฐานราบ (ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นรูปวงกลม) ไปยังจุดยอด (apex หรือ vertex) ซึ่งจุดนั้นไม่อยู่ในระนาบเดียวกันกับฐาน

ทรงกรวยเกิดขึ้นจากส่วนของเส้นตรง รังสี หรือเส้นตรง ที่เชื่อมต่อจุดยอดกับจุดทั้งหมดบนฐาน ในกรณีของส่วนของเส้นตรง ทรงกรวยจะไม่ขยายเลยฐาน แต่ในกรณีของรังสี ทรงกรวยจะขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และในกรณีของเส้นตรงที่ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งสองทิศทาง ทรงกรวยจะขยายออกไปได้อย่างไม่สิ้นสุดทั้งสองด้านจากจุดยอด ซึ่งในกรณีนี้บางครั้งเรียกว่า ทรงกรวยสองด้าน (double cone) โดยแต่ละด้านของทรงกรวยที่แบ่งกันที่จุดยอดจะเรียกว่า แนปป์ (nappe)

ฐานของทรงกรวยอาจถูกจำกัดนิยามให้เป็นเพียงเฉพาะรูปวงกลม หรือรูปร่างหนึ่งมิติของสมการกำลังสองใด ๆ ในระนาบ หรือรูปร่างหนึ่งมิติที่ปิดสนิท หรืออย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นพร้อมกับจุดภายในทั้งหมดที่ถูกล้อมรอบไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้เขียน หากฐานรวมถึงจุดภายในทั้งหมด ทรงกรวยจะเป็นวัตถุทึบ แต่ถ้าไม่รวมจุดภายในจะเป็นพื้นผิวเปิด ซึ่งเป็นวัตถุสองมิติในปริภูมิสามมิติ ในกรณีของวัตถุทึบ ขอบเขตที่เกิดจากเส้นหรือเส้นบางส่วนเหล่านี้ เรียกว่า พื้นผิวข้าง (lateral surface) หากพื้นผิวข้างนี้ไม่มีขอบเขต จะเรียกว่า พื้นผิวกรวย (conical surface)

แกนของทรงกรวย คือเส้นตรงที่ผ่านจุดยอดซึ่งทรงกรวยมีสมมาตรแบบวงกลมรอบแกนนี้ โดยทั่วไปในเรขาคณิตขั้นต้น ทรงกรวยจะถูกกำหนดให้เป็นทรวงกรวยวงกลมตั้งฉาก (right circular) คือมีฐานเป็นรูปวงกลมที่ตั้งฉากกับแกน[1] หากเป็นทรวงกรวยวงกลมตั้งฉาก การตัดกันระหว่างระนาบกับพื้นผิวข้างจะได้ภาคตัดกรวย (conic section) อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปฐานอาจมีรูปร่างใดก็ได้[2] และจุดยอดอาจอยู่ตำแหน่งใดก็ได้ (แม้โดยปกติจะถือว่าฐานมีขอบเขตและมีพื้นที่จำกัด และจุดยอดอยู่ภายนอกระนาบฐาน) ต่างจากทรงกรวยตั้งฉากคือทรงกรวยเอียง (oblique cone) ซึ่งแกนจะผ่านศูนย์กลางของฐานโดยไม่ตั้งฉาก[3]

ทรงกรวยวงกลมตั้งฉาก (ทรงกรวยตรง) และทรวงวงกลมเอียง (ทรงกรวยเอียง)
ทรงกรวยสองด้าน ที่ขยายออกไปได้อย่างไม่สิ้นสุด

การวัดและสมการ

[แก้]

ปริมาตร

[แก้]
การพิสูจน์แบบเห็นภาพแสดงให้เห็นว่าปริมาตรของทรงกรวยคือหนึ่งในสามของทรงกระบอกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางและความสูงเท่ากัน
1.ทรงกรวยและทรงกระบอกมีรัศมี r และความสูง h
2.อัตราส่วนของปริมาตรทรงกรวยกับทรงกระบอกจะยังคงที่เมื่อเปลี่ยนความสูงเป็น h' = r π
3.แบ่งรูปทรงออกเป็นชิ้นบาง ๆ
4.ใช้หลักการของคาวาลิเอรี (Cavalieri's principle) โดยเปลี่ยนรูปร่างชิ้นบาง ๆ แต่ละชิ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีพื้นที่เท่าเดิม
5.สร้างพีระมิดซ้ำเพิ่มขึ้นมาอีกสองรูป
6.เมื่อประกอบรูปทรงทั้งสามเข้าด้วยกันเป็นลูกบาศก์ อัตราส่วนปริมาตรคือ 1:3

ปริมาตร ของทรงกรวยใด ๆ มีค่าเท่ากับหนึ่งในสามของผลคูณของพื้นที่ฐาน กับความสูง [4]

ในคณิตศาสตร์สมัยใหม่ สูตรนี้สามารถคำนวณได้ง่าย ๆ โดยใช้แคลคูลัส ซึ่งเป็นปริพันธ์

ทรงกรวยวงกลมตั้งฉาก

[แก้]

ปริมาตร

[แก้]

สำหรับทรงกรวยวงกลมที่มีรัศมี และความสูง ฐานจะเป็นรูปวงกลมที่มีพื้นที่ ดังนั้นสูตรคำนวณปริมาตรคือ[5]

พื้นที่ผิว

[แก้]

พื้นที่ผิวข้าง (lateral surface area หรือย่อว่า LSA) ของทรงกรวยวงกลมตั้งฉากคือ โดยที่ คือรัศมีของรูปวงกลมที่ฐานกรวย และ คือความสูงเอียงของกรวย[4] พื้นที่ผิวของรูปวงกลมของฐานกรวยจะเท่ากับพื้นที่ผิวของวงกลมใด ๆ ดังนั้น พื้นที่ผิวรวมของกรวยวงกลมตั้งฉากสามารถแสดงได้ดังนี้

  • เมื่อกำหนดค่ารัศมีและความสูงตรงมาให้
(พื้นที่ฐานบวกพื้นที่ผิวข้าง ซึ่งพจน์ คือความสูงเอียง)
โดยที่ คือรัศมี และ คือความสูงตรง
พื้นที่ผิวรวมของทรงกรวยวงกลมตั้งฉาก กำหนดให้มีรัศมี 𝑟 และความสูงเอียง ℓ
  • เมื่อกำหนดค่ารัศมีและความสูงเอียงมาให้
โดยที่ คือรัศมี และ คือความสูงเอียง
  • เมื่อกำหนดค่าเส้นรอบวงและความสูงเอียงมาให้
โดยที่ คือค่าเส้นรอบวง และ คือความสูงเอียง
  • เมื่อกำหนดค่ามุมที่จุดยอดและความสูงตรงมาให้
โดยที่ คือมุมที่จุดยอด และ คือความสูงตรง

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. James, R. C.; James, Glenn (1992-07-31). The Mathematics Dictionary. Springer Science & Business Media. pp. 74–75. ISBN 9780412990410.
  2. Grünbaum, Convex Polytopes, second edition, p. 23.
  3. เอริก ดับเบิลยู. ไวส์สไตน์, "Cone" จากแมทเวิลด์.
  4. 1 2 Alexander, Daniel C.; Koeberlein, Geralyn M. (2014-01-01). Elementary Geometry for College Students. Cengage. ISBN 9781285965901.
  5. Blank, Brian E.; Krantz, Steven George (2006). Calculus: Single Variable. Springer. Chapter 8. ISBN 9781931914598.