ดาฟต์พังก์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดาฟต์พังก์
DaftAlive.jpeg
ในปี 2007
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
แนวเพลง ดนตรีเฮาส์
ช่วงปี 1993-ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Soma, Virgin (อดีต)
Columbia (ปัจจุบัน)
ส่วนเกี่ยวข้อง Darlin'
Stardust
Together
Le Knight Club
Crydajam
เว็บไซต์ www.daftpunk.com
www.daftalive.com
สมาชิก Thomas Bangalter
Guy-Manuel de Homem-Christo

ดาฟต์พังก์ หรือ ดาฟท์ พั้งก์[1] (อังกฤษ: Daft Punk) เป็นชื่อกลุ่มดนตรีแนวเทคโนแดนซ์ ประกอบด้วยนักดนตรีชาวฝรั่งเศส 2 คน Thomas Bangalter และ Guy-Manuel de Homem Christo

ประวัติ[แก้]

ในปี 1987 ถึง 1993[แก้]

Thomas Bangalter และ Guy-Manuel de Homem-Christo เริ่มพบกัน ในปี 1987 ที่เมืองปารีส ที่โรงเรียนLycée Carnot ใน เมืองปารีส ต่อมา Thomas Bangalter กับ Guy-Manuel de Homem-Christo ก็ได้ตั้งวงที่มีชื่อ Darlin' โดยสมาชิกเป็นเพื่อนอีกคนคือ Laurent Brancowitz, เข้าเป็นสมาชิก ในปี 1992 เป็นวงดนตรีแนวอินดี้ร็อก แต่ต่อมาได้ถูกนิตยสารชื่อดังได้วิจารณ์เขาว่า "A daft punk thrash" หรือเศษขยะนั่นเอง จึงทำให้เขาได้กลับไปปรับปรุงแนวเพลงและเปลี่ยนชื่อวงใหม่เป็น Daft punk

ดาฟต์พังก์[แก้]

Thomas Bangalter และ Guy-Manuel de Homem-Christo ก็ได้ตั้งวงที่มีชื่อ ดาฟต์พังก์ ในปี 1993 โดย ดาฟต์พังก์ ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดแรก ที่มีชื่อ Homework ก่อนจะออกอัลบั้มอัลบั้มชุดนี้ เริ่มการบันทึกเสียง ในปี 1993 จนถึง ปี 1996 และ ออกจำหน่ายใน 25 มีนาคม ค.ศ. 1997 และ ประสบความสำเร็จกับซิงเกิล "Da Funk" และ "Around the World" ขึ้นชาร์ตที่อันดับ 1 บนบิลบอร์ด ชาร์ท Hot Dance Club Play chart, ต่อมา ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดที่สอง คือ Discovery 13 มีนาคม ค.ศ. 2001 โดยมีมิวสิกวิดีโอแบบแอนิเมชัน ผลิตโดย โทเอแอนิเมชัน โดยอาจารย์ เลย์จิ มัตสึโมโต้ และ ได้ทำมิวสิกวิดีโอ ให้กับ เพลง "One More Time" "Aerodynamic" "Digital Love" และ "Harder, Better, Faster, Stronger" ซึ่งเพลงทั้งหมดมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น โดยเรียงกันตามลำดับ จนกลายเป็นแอนิเมชั่นที่มีชื่อว่า "Interstella 5555" ชื่อเต็มคือ (The 5tory of the 5ecret 5tar 5ystem) ได้ประสบความสำเร็จ อัลบั้มชุดนี้ มียอดขายอัลบั้มกว่า 2.6 ล้านชุด ต่อมา ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดที่สาม คือ Human After All ออกจำหน่ายใน 14 มีนาคม ค.ศ. 2005 โดย อัลบั้มชุดนี้ ได้หยิบซาวนด์มาทดลองใช้ซาวนด์ของอิเล็กทรอนิกส์ จึงเกิดกระแสเกี่ยวกับวงนี้ขึ้นอย่างมาก จนเกิดเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า "Electroma"

แรนดอม แอคเซค แมมโมรี่ (แรม)[แก้]

มกราคม 2013, ดาฟต์พังก์ ได้เซ็นสัญญากับ Columbia Records ภายใต้การดูแลของ โซนี่มิวสิก "Get Lucky" เป็นซิงเกิ้ลแรก และได้ Pharrell Williams มาร่วมแจม ได้ที่ 1 UK single ถึง 4 สัปดาห์ และท๊อป 5 ของหลายประเทศทั่วโลก และเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของ ดาฟต์พังก์ เองด้วย ที่มีซิงเกิ้ลไต่ชาร์ตดีที่สุดเท่าที่ทั้ง 2 ทำมาด้วยกัน

ในอัลบั้มแรนดอม แอคเซค แมมโมรี่ ทำให้ดาฟต์พังก์ ได้รางวัลแกรมมี่ถึง 10 รางวัล เพลงประจำปี, เพลงป๊อบ คู่/กลุ่ม, อัลบั้มประจำปี, อัลบั้มแดนซ์/อีเล็กทรอกนิค, อัลบั้มระบบดนตรี (ไม่ใช่คลาคสิก) แรม ติดอันดับอัมบั้มที่ดีสุดในโลกในปี 2013 ถึง 3.8 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก และ ซิ้งเกิ้ล "Get Lucky" ถึง 10 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก[2]

ดาฟต์พังก์ มียอดขายอัลบั้มทั่วโลก กว่า 5 ล้านก๊อปปี้

อวิซิได้รีมิกซ์ เพลง "Derezzed" และ เดอะเจเปนป๊อบสตาร์ได้รีมิกซ์ เพลง "Fall" เพลงประกอบภาพยนตร์ Tron: Legacy ที่ดาฟต์พังก์ทำเองทั้งอัลบั้ม ได้บรรจุในอัลบั้มรีมิกซ์ของดิสนี่ย์ชื่อ Dconstructed

สตูดิโอ อัลบั้ม[แก้]

ซาวน์แทร็ก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สะกดตามเว็บ อีเอ็มไอมิวสิก ไทยแลนด์ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย[ลิงก์เสีย]
  2. http://www.ifpi.org/downloads/Digital-Music-Report-2014.pdf

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]