ดาเตะ มาซามูเนะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดะเตะ มะซะมุเนะ)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
ดาเตะ มาซามูเนะ

ดาเตะ มาซามูเนะ (ญี่ปุ่น: 伊達政宗 Date Masamune 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 1567 - 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1636) เป็นไดเมียวในยุคเซงโงะกุจนถึงยุคเอโดะซึ่งเรืองอำนาจอยู่ในภูมิภาคโทโฮกุ เป็นผู้ก่อตั้งเมืองเซ็นได มีฉายาว่า มังกรตาเดียว (ญี่ปุ่น: 独眼竜 Dokuganryū) และเป็นผู้ส่งคณะทูตปีเคโจ (ญี่ปุ่น: 慶長使節 Keichō shisetsu) ไปถึงสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 5ที่ยุโรป

ประวัติ[แก้]

ดาเตะ มาซามูเนะ เกิดในปี ค.ศ. 1567 ที่ปราสาทโยเนซาวะ เมืองโยเนซาวะ จังหวัดยามางาตะในปัจจุบัน เมื่อแรกเกิดมีชื่อว่า บนเทมมารุ (ญี่ปุ่น: 梵天丸 Bontenmaru) เป็นบุตรชายคนโตของดาเตะ เทรูมูเนะ (ญี่ปุ่น: 伊達輝宗 Date Terumune) ไดเมียวเจ้าครองปราสาทโยเนซาวะในแคว้นมุตสึ (ญี่ปุ่น: 陸奥 Mutsu) กับนางโยชิฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 義姫 Yoshihime) ซึ่งเป็นบุตรสาวของโมงามิ โยชิโมริ (ญี่ปุ่น: 最上義守 Mogami Yoshimori) ไดเมียวแห่งปราสาทยามางาตะ (ญี่ปุ่น: 山形 Yamagata) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากปราสาทโยเนซาวะ บนเทมมารูมีน้องชายหนึ่งคนชื่อว่า โคจิโร่ ในค.ศ. 1578 เมื่ออายุสิบเอ็ดปีได้ผ่านพิธีเง็มปุกุได้รับชื่อว่า ดาเตะ โทจิโร่ มาซามูเนะ (ญี่ปุ่น: 伊達藤次郎政宗 Date Tojirō Masamune) และในปีเดียวกันได้สมรสกับนางเมโงฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 愛姫 Megohime) บุตรสาวของทามูระ คิโยอากิ (ญี่ปุ่น: 田村清顕 Tamura Kiyoaki) แต่ทว่ามาซามูเนะเกิดความระแวงว่าตระกูลทามูระจะทำการลอบสังหารตนเอง จึงนำตัวคนรับใช้ของนางเมโงฮิเมะไปสังหาร ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างดาเตะ มาซามูเนะ กับนางเมโงฮิเมะผู้เป็นภรรยาเอกไม่สู้ดีนัก

เมื่ออายุน้อยดาเตะ มาซามูเนะ ป่วยเป็นโรคฝีดาษ ทำให้สูญเสียลูกนัยตาข้างขวา บางตำนานกล่าวว่าดาเตะ มาซามูเนะ ทำการควักลูกตาของตนเองออกมาแล้วกินเข้าไป บางตำนานกล่าวว่ามาซามูเนะให้คนรับใช้คนสนิทคือ คาตากูระ คาเง็ตสึนะ (ญี่ปุ่น: 片倉景綱 Katakura Kagetsuna) เป็นผู้ควักลูกตาออกให้ หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้นางโยชิฮิเมะ มารดาของมาซามูเนะ มีความเห็นว่ามาซามูเนะไม่สมควรที่จะสืบทอดตำแหน่งไดเมียวแห่งโยเนซาวะเนื่องจากเป็นผู้มีลูกตาข้างเดียว และให้การสนับสนุนแก่โคจิโร่ หรือดาเตะ มาซามิจิ (ญี่ปุ่น: 伊達政道 Date Masamichi) ซึ่งเป็นน้องชายของมาซามูเนะให้เป็นไดเมียวคนต่อไป ในปีค.ศ. 1581 มาซามูเนะออกศึกครั้งแรกในการช่วยเหลือเทรูมูเนะผู้เป็นบิดาในการรบกับตระกูลโซมะ (ญี่ปุ่น: 相馬 Sōma)

รวบรวมภูมิภาคโทโฮกุ[แก้]

ในค.ศ. 1584 ดาเตะ เทรูมูเนะ ประกาศสละตำแหน่งไดเมียวแห่งโยเนซาวะให้แก่ดาเตะ มาซามูเนะ ซึ่งเป็นบุตรชายคนโต มาซามูเนะจึงขึ้นเป็นไดเมียวตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปี เมื่อมาซามูเนะขึ้นดำรงตำแหน่งไดเมียว โออูจิ ซาดัตสึนะ (ญี่ปุ่น: 大内定綱 Ōuchi Sadatsuna) ไดเมียวแห่งปราสาทโอบามะ (ญี่ปุ่น: 小浜 Ōbama เมืองนิฮมมัตสึ จังหวัดฟูกูชิมะ) ได้เข้าสวามิภักดิ์ต่อมาซามูเนะและตระกูลดาเตะ แต่ภายในปีเดียวกันโออูจิ ซาดัตสึนะแปรพักตร์ไปเข้ากับตระกูลอาชินะ (ญี่ปุ่น: 蘆名 Ashina) แห่งปราสาทคูโรกาวะ (ญี่ปุ่น: 黒川 Kurokawa ต่อมาคือปราสาทไอซุ) ซึ่งเป็นศัตรูกับตระกูลดาเตะ ทำให้มาซามูนะประกาศสงครามกับโออูจิ ซาดัตสึนะและตระกูลอาชินะเป็นการตอบโต้ มาซามูเนะยกทัพเข้ายึดปราสาทโอเตโมริ (ญี่ปุ่น: 小手森 Otemori) อย่างดุดัน สังหารข้าศึกศัตรูจนหมดสิ้น ทำให้โออูจิ ซาดัตสึนะเกิดความเกรงกลัวต่อความโหดร้ายของดาเตะ มาซามูเนะ จึงละทิ้งปราสาทโอบามะแล้วหลบหนีไป มาซามูเนะจึงเข้ายึดปราสาทโอบามะได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ

ฮาตาเกยามะ โยชิตสึงุ (ญี่ปุ่น: 畠山義継 Hatakeyama Yoshitsugu) ไดเมียวแห่งปราสาทนิฮมมัตสึ (ญี่ปุ่น: 二本松 Nihonmatsu) มีความเกรงกลัวต่อฤทธิอำนาจของดาเตะ มาซามูเนะ จึงเจรจาขอเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับตระกูลดะเตะหลายครั้งแต่มาซามูเนะปฏิเสธทุกครั้ง ฮาตาเกยามะ โยชิตสึงุ จึงหันไปเจรจากับดาเตะ เทรูมูเนะ ผู้เป็นบิดาของมาซามูเนะแทนในค.ศ. 1585 โดยโยชึตสึงุได้เชิญให้เทรูมูเนะมาเข้าร่วมงานเลี้ยง แต่ทว่าในงานเลี้ยงนั้นโยชิตสึงุได้ใช้ดาบจี้เทรูมูเนะเป็นตัวประกัน มาซามูเนะเมื่อรู้เหตุการณ์ที่บิดาของตนถูกตระกูลฮาตาเกยามะจับเป็นตัวประกันจึงประกาศสงครามกับตระกูลฮาตาเกยามะและยกทัพติดตามไปช่วยเหลือบิดาของตน เมื่อพบกับทัพของฮาตาเกยามะที่แม่น้ำอาบูกูมะ (ญี่ปุ่น: 阿武隈 Abukuma) แล้วมาซามูเนะเกิดความลังเลที่จะเข้าโจมทีทัพของศัตรูเนื่องจากเกรงว่าบิดาของตนจะได้รับอันตราย เทรูมูเนะจึงบอกแก่มาซามูเนะบุตรชายของตนว่าให้ทำการสู้รบกับตระกูลฮาตาเกยามะอย่างเต็มทีไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของตน มาซามูเนะจึงยกทัพเจ้าโจมตีฮาตาเกยามะในระหว่างการสู้รบเทรูมูเนะผู้เป็นบิดาถูกสังหารเสียชีวิต ส่วนฮาตาเกยามะ โยชิตสึงุสามารถหลบหนีไปยังปราสาทนิฮมมัตสึอันเป็นฐานที่มั่นได้

เนื่องจากดาเตะ มาซามูเนะ เป็นที่เกรงขามไปทั่วภูมิภาคโทโฮกุ ฮาตาเกยามะ โยชิตสึงุ จึงสามารถเกลี้ยกล่อมไดเมียวต่างๆในภูมิภาคโทโฮกุให้ร่วมกันต่อต้านการขยายอำนาจของตระกูลดาเตะ โดยทั้งตระกูลอาชินะ ตระกูลโซมะ ตระกูลซาตาเกะ และไดเมียวอื่นๆในภูมิภาคต่างส่งทัพเข้าร่วมกับฮาตาเกยามะในการต่อสู้กับมาซามูเนะ กองทัพผสมไดเมียวมีจำนวนมากกว่ากองกำลังของมาซามูเนะถึงสามเท่า เมื่อเสียเปรียบด้านกำลังพลมาซามูเนะจึงเข้าเป็นฝ่ายตั้งรับในปราสาทมิยะโมริ (ญี่ปุ่น: 宮森 Miyamori) ทัพผสมไดเมียวเข้าโจมตีทัพของตระกูลดาเตะในการรบที่สะพานฮิโตโตริ (ญี่ปุ่น: 人取橋の戦い Hitotoribashi-no-tatakai) ทัพของดาเตะสูญเสียกำลังพลมากและสูญเสียแม่ทัพคนสำคัญ ทัพของดาเตะไม่สามาถต่อกรกับทัพผสมไดเมียวได้จึงถอยเข้าไปตั้งหลักในปราสาทมิยะโมริ ในขณะที่ทัพผสมกำลังจะเข้าโจมตีปราสาทนั้น ทัพของตระกูลซาตาเกะได้ถอนทัพออกจากสนามรบอย่างกระทันหันเนื่องจากที่ฐานที่มั่นของตนถูกไดเมียวตระกูลอื่นโจมตี ทำให้จำนวนกำลังของทัพผสมลดลงและทัพผสมต่างถอนทัพแยกย้ายสลายตัวไปในที่สุด

ในค.ศ. 1589 ดาเตะ มาซามูเนะ ยกทัพเข้ายึดปราสาทคูโรกาวะ อันเป็นฐานที่มั่นของตระกูลอาชินะได้สำเร็จ และสามารถเอาชนะกองทัพของตระกูลอาชินะในการรบที่ซูริอาเงฮาระ (ญี่ปุ่น: 摺上原の戦い Suriagehara-no-tatakai) ทำให้ตระกูลอาชินะถึงกาลอวสาน ในปีเดียวกันนั้น นางโยชิฮิเมะมารดาของมาซามูเนะ หรือคือนางโบชุน-อิง (ญี่ปุ่น: 保春院 Bōshun-in) วางยาพิษลอบสังหารมาซามูเนะบุตรชายของตนเองเพื่อยกตำแหน่งไดเมียวให้แก่น้องชายของมาซามูเนะคือ ดาเตะ มาซามิจิ แต่ไม่สำเร็จ มาซามูเนะจึงมีคำสั่งให้ประหารชีวิตมาซามิจิน้องชายของตน เพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมืองและปิดฉากศึกสายเลือดระหว่างพี่น้อง ส่วนมารดาคือนางโบชุน-อิงหลบหนีกลับไปยังปราสาทยามากาตะบ้านเกิด

ไดเมียวแห่งอิวาเดยามะภายใต้การปกครองของโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ[แก้]

ในค.ศ. 1590 โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ แผ่ขยายอำนาจมาทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ยกทัพเข้าล้อมปราสาทโอดาวาระของตระกูลโฮโจ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ออกคำสั่งให้ไดเมียวในภูมิภาคโทโฮกุทั้งหมดเข้าสวามิภักดิ์ต่อตนเองและช่วยเหลือโทโยโตมิในการสู้รบกับตระกูลโฮโจ ดาเตะ มาซามูเนะ มีความลังเลที่จะเข้าสวามิภักดิ์ต่อโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ จนกระทั่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโทโยโตมิจะได้รับชัยชนะในสงครามกับตระกูลโฮโจ คาตากูระ คาเง็ตสึนะ ที่ปรึกษาคนสนิทของดาเตะ มาซามูเนะ จึงแนะนำให้มาซามูเนะเข้าสวามิภักดิ์ต่อโทโยโตมิ ฮิเดโยชิในที่สุด แม้ว่ามาซามูเนะจะมีความลังเลและล่าช้าในการสวามิภักดิ์กับฮิเดโยชิแสดงถึงความไม่จงรักภักดีแต่ฮิเดโยชิยังมีความเมตตาไว้ชีวิตดาเตะ มาซามูเนะ แต่ฮิเดโยชิยึดดินแดนในครอบครองของตระกูลดาเตะทั้งหมด ทั้งปราสาทโยเนซาวะและปราสาทคูโรกาวะ นำไปแจกจ่ายให้แก่ไดเมียวคนอื่นและปลดมาซามูเนะออกจากไดเมียวแห่งโยเนซาวะ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ มอบหมายให้ดาเตะ มาซามูเนะ ไปเป็นไดเมียวแห่งแคว้นอิวาเดยามะ (ญี่ปุ่น: 岩出山 Iwadeyama จังหวัดมิยางิในปัจจุบัน) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอาณาเขตเดิมที่เคยเป็นของมาซามูเนะ ในค.ศ. 1591 นางชินโซ (ญี่ปุ่น: 新造の方 Shinzō-no-kata) ภรรยาน้อยของมาซามูเนะให้กำเนิดบุตรชายคนแรกชื่อว่า เฮโกโร (ญี่ปุ่น: 兵五郎 Heigorō)

ในค.ศ. 1594 ดาเตะ มาซามูเนะ และครอบครัวย้ายไปอาศัยยังนครหลวงเกียวโต ดาเตะ มาซามูเนะ จำต้องส่งบุตรชายคนโตของตนคือเฮโกโรไปเป็นตัวประกันให้แก่โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ที่ปราสาทฟูชิมิ (ต่อมาเฮโกโรได้รับชื่อจากฮิเดโยชิว่า ดาเตะ ฮิเดมูเนะ ญี่ปุ่น: 伊達秀宗 Date Hidemune) ที่เมืองเกียวโตนี่เองซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างมาซามูเนะกับนางเมโงฮิเมะภรรยาเอกดีขึ้น จนนางเมโงฮิเมะให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกคือ นางอิโรฮาฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 五郎八姫 Iroha-hime) ในค.ศ. 1594 และให้กำเนิดบุตรชายคือโทรากิกูมารุ (ญี่ปุ่น: 虎菊丸 Torakiku-maru) ในค.ศ. 1600 ซึ่งต่อมาได้รับชื่อว่าดาเตะ ทาดามูเนะ (ญี่ปุ่น: 伊達忠宗 Date Tadamune) มาซามูเนะได้หมั้นหมายอิโรฮาฮิเมะบุตรสาวของตนให้แก่โทกูงาวะ ทาดาเตรุ (ญี่ปุ่น: 徳川忠輝 Tokugawa Tadateru) ซึ่งเป็นบุตรชายของโทกูงาวะ อิเอยาซุ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง ในค.ศ. 1595 โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ มีคำสั่งให้โทโยโตมิ ฮิเดตสึงุ (ญี่ปุ่น: 豊臣秀次 Toyotomi Hidetsugu) ซึ่งเป็นหลานชายของตนกระทำการเซปปุกุเสียชีวิต และนำภรรยาน้อยและบุตรทั้งหมดของโทโยโตมิ ฮิเดตสึงุ มาประหารชีวิต หนึ่งในภรรยาน้อยของฮิเดตสึงุคือ นางโคมาฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 駒姫 Koma-hime) ซึ่งถูกประหารชีวิตไปในครั้งนี้เป็นบุตรสาวของโมงามิ โยชิอากิ (ญี่ปุ่น: 最上義光 Mogami Yoshiaki) ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของมาซามูเนะ ทำให้มาซามูเนะติดร่างแหทางการเมือง แต่ด้วยความช่วยเหลือของโทกูงาวะ อิเอยาซุ ทำให้มาซามูเนะได้รับการลดโทษ โดยถูกเนรเทศไปยังแคว้นอิโยะ (ญี่ปุ่น: 伊予 Iyo) บนเกาะชิโกกุ

โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ถึงแก่อสัญกรรมในค.ศ. 1598 ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างอิชิดะ มิตสึนาริ และโทกูงาวะ อิเอยาซุ ฝ่ายที่สนับสนุนอิชิดะ มิตสึนาริเรียกว่า ฝ่ายกองทัพตะวันตก ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนโทกูงาวะ อิเอยาซุเรียกว่า ฝ่ายกองทัพตะวันออก ดาเตะ มาซามูเนะเข้าร่วมกับกองทัพฝ่ายตะวันออกให้การสนับสนุนแก่โทกูงาวะ อิเอยาซุ แม้ว่ามาซามูเนะจะไม่ได้เข้าร่วมในยุทธการเซกิงาฮาระแต่ก็มีบทบาทในการสู้รบกับอูเอซูงิ คาเงคัตสึ (ญี่ปุ่น: 上杉景勝 Uesugi Kagkatsu) ไดเมียวแห่งไอซุซึ่งให้การสนับสนุนแก่กองทัพฝ่ายตะวันตก ดาเตะ มาซามูเนะ ร่วมกับโมงามิ โยชิอากิ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องในการทำสงครามกับตระกูลอูเอซูงิ นาโอเอะ คาเนตสึงุ (ญี่ปุ่น: 直江兼続 Naoe Kanetsugu) ขุนพลเอกของตระกูลอูเอซูงิ นำทัพเข้าล้อมปราสาทฮาเซโด (ญี่ปุ่น: 長谷堂 Hasedō) ของตระกูลดาเตะแต่ไม่สำเร็จ มาซามูเนะและโยชิอากิตอบโต้ด้วยการนำทัพเข้ายึดปราสาทฟูกูชิมะของอูเอซูงิ การที่มาซามูเนะคอยป้องกันภูมิภาคโทโฮกุให้แก่อิเอยาซุ ทำให้อิเอยาซุสามารถต่อกรกับอิชิดะ มิตสึนาริในภาคตะวันตกได้อย่างเต็มที่

ก่อตั้งเซ็นได[แก้]

อนุสาวรีย์ของดาเตะ มาซามูเนะ, เขาอะโอะบะ, เซ็นได, ญี่ปุ่น

หลังจากสงครามเซกิงาฮาระ อิเอะยะซุมอบรางวัลให้แก่มาซามูเนะที่ดิน 600,000 โคะกุ แล้วมาซามูเนะก็กลับถิ่นของตนก่อตั้งเมืองเซ็นไดขึ้นมา มาซามูเนะได้ทำการค้ากับชาวคริสต์ หลวงพ่อโซเทโฮะ ต่อมาโซเทโฮะก็ไปที่เมืองนะงะซะกิ และถูกประหารที่นั่น ใน พ.ศ. 2157-58 มาซามูเนะถูกตั้งให้เป็นขุนพลระดับหนึ่งในระหว่างที่อิะเอะยะซุเข้าบุกปราสาทโอซะกะ มาซามูเนะไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับศึกนี้มากมายเท่าไหร่นัก ในปีต่อมา มาซามูเนะได้ไปเข้าพบอิเอะยะซุในวาระสุดท้าย เขาเป็นหนึ่งในไดเมียวที่เยี่ยมยอดจำนวนน้อยที่ยังรอดอยู่ได้มาเข้าพบวาระสุดท้ายของอิเอะยะซุ แต่อิเอะยะซุไม่ได้เชื่อใจเขามากเท่าไหร่นัก

วาระสุดท้าย[แก้]

ใน พ.ศ. 2179 มังกรตาเดียว ดาเตะ มาซามูเนะ ก็ได้ป่วยลง และแต่งตั้งบุตรชายคนโต ดาเตะ ทะดะมุเนะ รับตำแหน่งต่อจากเขา

อ้างอิง[แก้]

  • "Date Masamune". samurai-archives. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2012.