คิมาริ รอนโซ่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คิมาริ
Kimahriartwork.jpg
คิมาริ, วาดโดยเท็ตซึยะ โนมูระ
เกมตระกูลไฟนอล แฟนตาซี
ชื่อเกมไฟนอลแฟนตาซี 10
ผู้สร้าง สแควร์เอนิกซ์
ผู้ออกแบบตัวละครเท็ตซึยะ โนมูระ
เสียงพากย์อังกฤษ จอห์น ดิแม็กจิโอ
เสียงพากย์ญี่ปุ่น คัตสึมิ โช
ข้อมูลทั่วไป
อาวุธหอก
ความสามารถพิเศษเวทมนตร์น้ำเงิน
โอเวอร์ไดรว์Ronso Rage
บ้านเกิดเทือกเขากากาเซ่
อายุ25
ส่วนสูง204 ซม. (6 ฟุต 9 นิ้ว)

คิมาริ รอนโซ่ (ญี่ปุ่น: キマリ=ロンゾ โรมาจิ: Kimari Ronzo) เป็นตัวละครหนึ่งในเกม ไฟนอลแฟนตาซี X

คิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X[แก้]

คิมาริ เป็นชาวรอนโซ่ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนสิงโต คิมาริมีขนสีน้ำเงินและเป็นผู้คุ้มกันคนแรกและซื่อสัตย์ของยูน่า โดยดูแลยูน่ามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ คิมาริไม่ได้รับการยอมรับจากพวกรอนโซ่เพราะความสูงน้อยกว่าคนอื่นและเขาบนศีรษะซึ่งถูกหักโดยไบรันที่เป็นชาวเผ่ารอนโซ่ด้วยกัน คิมาริเป็นคนพูดน้อยเพราะอายที่มีเขาที่โดนหัก คิมาริเคยสาบานไว้ว่าจะไม่กลับไปที่เทือกเขากากาเซ่บ้านเกิดของเขาอีก แต่ในที่สุดคิมาริก็กลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งระหว่างการเดินทางแสวงบุญของยูน่า

ครั้งแรกที่คิมาริพูดในเกมไฟนอลแฟนตาซี X คือ หลังจากปฏิบัติการที่มิเฮ็น โดยย้ำเตือนกับทีดัสซึ่งตกตะลึงที่ได้ยินคิมาริพูด โดยเขาย้ำเตือนให้ทีดัสให้ยิ้มแย้มและทำตัวสดใสเพื่อช่วยให้ยูน่ารู้สึกร่าเริงในระหว่างการเดินทางแสวงบุญ และหลังจากนั้นคิมาริจะพูดเท่าที่จำเป็นและจะเป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์เสมอ และจะพูดโดยไม่มีการใช้สรรพนามแทนตัวเอง เช่น “คิมาริ (ตัวเขา) บอกการิคหลายครั้งแล้ว กำลังไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาได้”

คิมาริจัดอยู่ในกลุ่มนักรบมังกรตามเกมไฟนอลแฟนตาซีภาคก่อน ๆ เนื่องจากความสามารถทางด้านอาวุธและการโจมตีด้วยการกระโดดและยังจัดอยู่ในกลุ่มนักเวทมนตร์น้ำเงิน โดยคิมาริมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า แลนเซ็ท ทำให้เรียนรู้การโจมตีของศัตรูได้ (เป็นความสามารถของนักรบมังกรในไฟนอลแฟนตาซี V) คิมาริเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวที่ไม่มีตำแหน่งเริ่มต้นที่แน่นอนบนสเฟียร์กริด ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกให้คิมาริมีความสามารถตามที่ต้องการได้ตั้งแต่เริ่มเล่นเกม

คิมาริเริ่มคุ้มครองยูน่าตั้งแต่เธอตัดสินที่จะเป็นผู้อัญเชิญ หลังจากออกจากเทือกเขากากาเซ่เมื่อ 10 ปีก่อนที่เนื้อเรื่องในไฟนอลแฟนตาซี 10 เริ่มขึ้น คิมาริได้พบกับออรอนที่ใกล้ตายที่บีแวลล์หลังจากพยายามออกมาจากซานัคคันด์ ออรอนขอร้องให้คิมาริช่วยทำให้คำสัญญาของเขาต่อผู้อัญเชิญบราสก้าซึ่งเป็นพ่อของยูน่าสำเร็จ โดยให้พายูน่าออกจากบีแวลล์และพาไปที่เกาะบีเสดซึ่งยูน่าจะเติบโตได้อย่างสงบสุข

คิมาริรักษาสัญญาตามที่ออรอนขอร้องและพายูน่าถึงเกาะบีเสดอย่างปลอดภัย เมื่อคิมาริจะจากไป ยูน่าได้ขอร้องให้เขาอยู่กับเธอต่อไปและคิมาริก็ยินยอม เหตุการณ์สำคัญของคิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X คือการต่อสู้ระหว่างคิมาริกับไบรันและเยนเค้ที่เทือกเขากากาเซ่ซึ่งทำให้คิมาริเติบโตขึ้น โดยการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการทดสอบว่าคิมาริมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะผ่านเทือกเขานี้หรือไม่และเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเหมาะที่จะเป็นชาวรอนโซ่โดยเอาชนะทั้งคู่ได้ ไบรันภูมิใจที่เห็นคิมาริเหนือกว่าเขา นอกจากนั้น ชาวรอนโซ่ได้ให้คำปฏิญาณว่าจะไม่ให้ผู้ใดผ่านไปเพื่อตามล่ายูน่าและเพื่อน ๆ ได้ แต่โชคร้ายที่ชาวเผ่ารอนโซ่ได้ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเมื่อพยายามที่จะขัดขวางเซย์มัวร์ (ผู้นำชาวกวาโด้ที่มีความเชื่อว่าความตายเท่านั้นที่จะนำความสงบสุข) ที่กำลังตามล่ายูน่านั่นเอง

คิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X-2[แก้]

หนึ่งปีหลังจากกำจัดซินลงได้ คิมาริก็ได้กลายเป็นผู้นำคนใหม่ของรอนโซ่และยังได้เจอสเฟียร์บนยอดเขากากาเซ่ที่จุดประกายให้ยูน่าออกเดินทางในไฟนอลแฟนตาซี X-2 สำหรับเนื้อเรื่องของคิมาริในไฟนอลแฟนตาซี X-2 เขาต้องเจอกับเหตุการณ์หลายอย่างเนื่องจากการกบฏของหนุ่มรอนโซ่ชื่อ การิค ที่ต้องการล้างแค้นเผ่ากวาโด้ที่ได้ทำร้ายเผ่ารอนโซ่เมื่อสองปีก่อนตามคำสั่งของเซย์มัวร์ คิมาริพยายามสร้างความสงบสุขกับเผ่ากวาโด้และพยายามตามหาการิคเพื่อหยุดการิค อีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ การหายตัวไปของเด็กรอนโซ่สองคนคือ ไลอันและเอดที่ออกผจญภัยและหาวิธีซ่อมเขาของคิมาริ แต่คิมาริก็ไม่ได้ตามหาเด็กทั้งสองเนื่องจากต้องจัดการกับเรื่องการล้างแค้นของการิค และในขณะเดียวกันคิมาริก็ต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการตัดสินใจเลือกวิถีทางใหม่ให้กับชาวรอนโซ่ เมื่อเทือกเขากากาเซ่ไม่ได้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเยวอนและไม่มีผู้อัญเชิญที่จะเดินทางแสวงบุญผ่านกากาเซ่เพื่อไปเมืองซานัคคันด์ที่ล่มสลายอีกต่อไป ชาวรอนโซ่จึงอยู่โดยไม่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องเทือกเขาให้กับเยวอนเหมือนในอดีต ยิ่งกว่านั้น การิคไม่ยอมรับที่จะให้คิมาริทีต้องการสร้างความสงบสุขกับเผ่ากวาโด้เป็นจริงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คิมาริไม่สามารถตัดสินใจเลือกอนาคตใหม่ให้กับชาวรอนโซ่ได้ ด้วยเหตุผลนี้เอง การิคจึงรู้สึกว่าคิมาริไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของรอนโซ่

เมื่อไลอันและเอดเดินทางกลับมาและเล่าประสบการณ์ที่พวกเขาได้พบระหว่างการเดินทาง คิมาริจึงรู้คำตอบสำหรับปัญหาที่เค้าเจอทั้งเรื่องของการิคและรอนโซ่ คิมาริเข้าใจแล้วว่ารอนโซ่ทุกคนควรเอาอย่างไลอันและเอดในความพยายามที่จะหาทางเดินชีวิตของตัวเองเมื่ออยู่ด้วยกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับคนอื่น ๆ ต่อไป และเขาเองก็ไม่สามารถเลือกคำตอบสำหรับอนาคตของชาวรอนโซ่ทั้งหมดได้ เรื่องนี้ทำให้คิมาริและการิคกับมาปรองดองกัน และชาวรอนโซ่ก็สร้างอนุสาวรีย์รูปคิมาริขึ้นเพื่อยกย่องคิมาริว่าเป็นวีรบุรุษของเผ่ารอนโซ่