พระตำหนักคะสึระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คะสึระริคีว)
เรือนคะสึระอิมพิเรียลวิลล่า

พระตำหนักคะสึระ (อังกฤษ: Katsura Imperial Villa; ญี่ปุ่น: 桂離宮; โรมะจิ: Katsura Rikyū; คะสึระ ริเคียว) เป็นที่ประทับพร้อมสวนและสิ่งปลูกสร้างภายนอกอาคาร ในบริเวณชานเมืองของเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่น (อยู่ในเขต นิชิเกียว) อีกทั้งพระตำหนักคะสึระเป็นหนึ่งในสมบัติวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีความสำคัญอย่างมาก

สวนในพื้นที่นี้จัดเป็นผลงานชิ้นเอกของการจัดสวนแบบญี่ปุ่น และเรือนอาคารที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จอย่างสูงของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ตัววังนั้นประกอบด้วยโชะอิน (ห้องเขียน), เรือนชงชา และสวนสำหรับการเดินเล่น ทั้งนี้ยังมีหน้าต่างอันล้ำค่าในเรือนพักของเจ้าชายในยุค เอโดะโดยดั้งเดิมตัววังนั้นเคยเป็นของเจ้าชายแห่งตระกูล ฮะจิโจ โนะ มิยะ ปัจจุบันนั้นอยู่ภายใต้การดำเนินการของกรม Imperial Household Agency ซึ่งรับผู้เยี่ยมเยียนผ่านการนัดล่วงหน้า

ประวัติศาสตร์[แก้]

เขตคะสึระในเมืองเคียวโตะมีประวัติอันเป็นที่นิยมสำหรับเรือนพักมาจนถึงปัจจุบัน และในยุคเฮอัง ฟุจิวะระ โนะ มิชินะกะเคยมีเรือนพักในบริเวณเช่นกัน สมาชิกของราชสำนักเฮอันเห็นว่าเป็นสถานที่ที่งดงามและเหมาะสำหรับการชมพระจันทร์

เจ้าชายฮะจิโจ โทชิฮิโตะ (智仁; 1579–1629) ซึ่งเป็นคนแรกของสายตระกูลฮะจิโจ โนะ มิยะ และผู้สืบสกุลจากจักรพรรดิโอกิมะจิ และเป็นน้องชายของจักรพรรดิโกโยเซอิ นั้นได้สถาปนาเรือนพักที่คะสึระเช่นกัน เจ้าชายโทะชิฮิโตะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมโดยโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ หากแต่ยกเลิกการถูกรับเลี้ยงเมื่อฮิเดะโยะชิมีลูกชายตัวจริง และออกมาก่อตั้งราชวงศ์ฮะจิโจ¬ โนะ มิยะ

ห้องโชอิน หรือห้องเขียนแบบญี่ปุ่นภายในเรือนพักคะสึระอิมพีเรียล นั้นแบ่งออกมาเป็นสามส่วน: โชอินโบราณ, โชอินส่วนกลาง และ ตัววังใหม่ โชอินโบราณนั้นได้สร้างขึ้นในราวๆปี 1615 A.D. การก่อสร้างของโชอิน, เรือนชงชาและสวน ดำเนินไปถึงยุคของเจ้าชายองค์ที่สอง โทชิทาดะ (智忠; 1619–1662) และเสร็จสิ้นหลังจากไม่กี่ทศวรรษ เรือนพักฮะจิโจ โนะ มิยะได้เปลี่ยนชื่อเป็นโทกิไว โนะ มิยะ (常磐井宮), ต่อด้วยเคียวโกคุ โนะ มิยะ, และจบด้วยคะสึระ โนะ มิยะ ก่อนที่สายตระกูลนั้นสิ้นสุดลงในปี1881 กรม Imperial Household ได้เข้าควบคุมต่อในปี 1883 และต่อมาถึงปัจจุบันนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

เรือนอาคารและสวน[แก้]

สวนและบ่อน้ำคะสึระ

โชอินโบราณ, โชอินส่วนกลาง และ ตัววังใหม่แต่ละเรือนนั้นถูกออกแบบตามไสตล์โชอิน พร้อมกับหลังคาแบบอิริโมะยะ โคะเคะระบุกิ (柿葺) ส่วนโชอินโบราณนั้นบ่งบอกถึงการออกแบบไสตล์ซุกิยะที่เห็นได้ชัดในส่วนระเบียง ซึ่งมีชานที่ยื่นออกมาไว้สำหรับการชมพระจันท์ และแสดงให้เข้าใจถึงประเภณีการชมพระจันท์ที่เป็นมโนคติหลักๆของวังคะสึระ กำแพงของโชอินส่วนกลางและตัววังใหม่นั้นมีภาพวาดหมึกจากโรงเรียนของคาโนะ ทันยุ (狩野 探幽 นักวาดภาพดังยุคเอโดะ) อีทั้งการออกแบบและจัดวางของหิ้งในห้องบนของเรือนโชอินส่วนกลางนั้นถือว่าเป็นจุดที่น่าจดจำอย่างยิ่ง บริเวณสวนสำหรับเดินเล่นนั้นมีบ่อกลางที่ได้น้ำมาจากลำธารคะสึระ และถูกร้อมลอบไปด้วย โชคินเต โชคะเต โชอิเคน เก็ปปะโร เรือนชงชา, เนินเขา, ทราย, สะพาน, และโคมไฟ อีกทั้งมีสถานที่ศาสนาพุทธ , อนรินโด

การเดินทาง[แก้]

ตัวเรือนพักนั้นตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของเคียวโตะ จากสถานีเคียวโตะ ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายคาราซูมะไปสถานืชิโจ และย้ายไปสายฮันกีวเคียวโตะไปยังสถานีคะสึระ และจากสถานีรถไฟใช้เวลาเพียง15นาทีกับการเดินไปถึงเรือนคะสึระ ทั้งนี้ จากสถานีเคียวโตะ มีรถบัสสาย 33 ที่ตรงไปยังคะสึระ ให้ลงที่คะสึระริคิว มาเอะ ซึ่งต่อด้วยการเดินเพียงแค่ห้านาที

อ้างอิง[แก้]

  • Walter Gropius, Kenzo Tange, Yasuhiro Ishimoto (photographs), Katsura: Tradition and Creation in Japanese Architecture (Yale University Press, New Haven, Zokeisha Publications, Tokyo, 1960) is a good (although early) work.
  • Teiji Itoh, Takeji Iwamiya, Imperial Gardens of Japan (Weatherill, New York, 1970) covers the gardens in great detail
  • Scott, Ted, "Imperial Gardens of Japan" (Amazon.com, 2008) describes and illustrates four imperial gardens in Kyoto.
  • Teiji Itoh, Tadashi Yokoyama, Eiji Musha, Makato Suzuki, and Masao Arai and Taisuke Ogawa (photographs), Katsura: A Quintessential Representative of the Sukiya Style of Architecture ( Shinkenchiku-Sha, Tokyo, 1983) gives much internal detail, learned during the refurbishment of 1976-1982.
  • Akira Naito, Takeshi Nishikawa (photographs), (translated Charles S. Terry), Katsura: A Princely Retreat (Kodansha, New York, 1977) is a magnificent book, the definitive work on Katsura in English.
  • Ponciroli, Virginia (2011). Katsura Imperial Villa (Paperback). New York: Phaidon Press. ISBN 978-0-7148-6254-5. . Contains articles by Walter Gropius, Bruno Taut and Kenzo Tange on the impact of the villa.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 34°59′02″N 135°42′34″E / 34.98389°N 135.70944°E / 34.98389; 135.70944