คงโงกูมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คอนโก กุมิ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พนักงานของคอนโกกุมิในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

บริษัท คงโงกูมิ จำกัด (ญี่ปุ่น: 株式会社金剛組 โรมาจิKabushiki Gaisha Kongō Gumi) คือบริษัทก่อสร้างสัญชาติญี่ปุ่นและเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องและเป็นอิสระมายาวนานที่สุดในโลก เป็นเวลาประมาณ 1,400 ปี จนกระทั่งถูกแปรกิจการให้เป็นบริษัทลูกของบริษัทก่อสร้างที่ใหญ่กว่า คงโงกูมิมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอซะกะ เป็นบริษัทก่อสร้างที่มีเพียงตระกูลเดียวเป็นเจ้าของกิจการ มีจุดกำเนิดในปี พ.ศ. 1121[1][2] เมื่อวิศวกรคนหนึ่งที่เจ้าชายโชโตกุทรงนำมาจากแพคเจเพื่อสร้างวัดชินเท็นโนะตัดสินใจที่จะสร้างกิจการของตัวเอง[1] ตลอดเวลานานนับศตวรรษที่คอนโกกุมิ ได้สร้างสิ่งก่อสร้างสำคัญ ๆ หลายแห่งรวมทั้งปราสาทโอซะกะ[ต้องการอ้างอิง]และวัดโฮริว[1] ด้วย

ประวัติ[แก้]

Kongō Gumi (คงโงกูมิ) เป็นบริษัทรับจ้างก่อสร้างวัดและศาลเจ้า ก่อตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 1121 โดยช่างไม้ชื่อ Shigemitsu Kongo จุดเริ่มต้นคือเขาได้รับว่าจ้างจากราชสำนักให้สร้างวัดพุทธขึ้นเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาก็ได้สร้างวัด Shitennō-ji ในจังหวัดโอซาก้าขึ้นมา และผลงานเป็นที่ชื่นชมมาก เขาจึงตัดสินใจก่อตั้งบริษัท Kongō Gumi เพื่อรับงานสร้างวัดอย่างจริงจัง

นับจากวันนั้น ศาสนาพุทธก็แพร่หลายในญี่ปุ่น ธุรกิจ Kongō Gumi จึงมีงานสร้างวัด ศาลเจ้า และปราสาทต่าง ๆ เข้ามาอยู่ตลอด ด้วยความที่ผลงานเป็นที่ประจักษ์ Kongō Gumi เลยมีงานให้ทำไม่หยุดหย่อน ยิ่งคนญี่ปุ่นมีศรัทธาแรงกล้าในพุทธศาสนามากขึ้นเท่าไร ธุรกิจของ Kongō Gumi ก็ยิ่งเจริญเติบโตมากขึ้นเท่านั้น วัดชื่อดังหลายแห่งในญี่ปุ่นก็เป็นผลงานของพวกเขา รวมถึงปราสาทโอซาก้าที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตด้วย

Kongō Gumi ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน สืบทอดมาถึง 40 รุ่น มีการคัดเลือกทายาทที่เหมาะสม มีทั้งผู้สืบทอดที่เป็นลูกชาย ลูกสาว ลูกเขย ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านการพิจารณาว่ามีภาวะผู้นำที่ดี และบริษัทยังมีการปรับตัวในยุควิกฤต เช่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่คนไม่สนใจจะสร้างวัด บริษัทก็หันมาต่อหีบศพขายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด พอเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ พวกเขาก็เริ่มสร้างวัดด้วยคอนกรีตแทนไม้ โดยยังคงความงามของศิลปะดั้งเดิมไว้อยู่

ช่วงปี พ.ศ. 2523 เกิดวิกฤตฟองสบู่แตก ทำให้บริษัทมีหนี้มหาศาล และที่สำคัญคือพุทธศาสนาในญี่ปุ่นไม่ได้งอกงามอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเสื่อมถอยลงจนน่าใจหาย ความต้องการสร้างวัดใหม่ ๆ แทบไม่มี ในเมื่อพวกเขาเชี่ยวชาญการสร้างวัดมากที่สุด ทำมาเป็นพันปี จะให้เปลี่ยนไปสร้างอย่างอื่นก็สู้ไม่ไหว สุดท้ายบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกก็ต้องปิดตำนานลงในปี พ.ศ. 2549 อายุรวม 1,429 ปี ปัจจุบันถูกขายให้กับบริษัท Takamatsu

ตระกูลคอนโก และสาเหตุแห่งความยั่งยืน[แก้]

แผนผังตระกูลคอนโกมีความยาวถึง 10 ฟุตและมีอายุถึง 17 ศตวรรษบรรจุรายชื่อสมาชิกตระกูลถึง 40 ชั่วคนตั้งแต่เมื่อบริษัทเริ่มก่อตั้ง[ต้องการอ้างอิง] ตระกูลคอนโกแตกต่างไปจากตระกูลอื่น ๆ ในญี่ปุ่นคือลูกเขยเมื่อแต่งงานแล้วมักจะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของตระกูลคอนโก[2] ด้วยเหตุนี้ผังตระกูลจึงถูกเขียนผ่านทั้งสมาชิกชายและหญิง และด้วยความยืดหยุ่นนี้เองคือกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้บริษัทคงโงกูมิยั่งยืนมาได้ถึงพันสี่ร้อยปี[2] นอกจากนี้ ผู้นำตระกูลในแต่ละรุ่นนั้น แทนที่จะยกกิจการทั้งหมดให้แก่ลูกชายคนโตดั่งที่มักจะปฏิบัติกันในญี่ปุ่น หรือในสังคมศักดินา ตระกูลคอนโกกลับเลือกคนที่เก่งที่สุดของตระกูลขึ้นเป็นผู้นำโดยไม่เกี่ยงเพศหรือลำดับอาวุโสซึ่งจัดได้ว่านี่คืออีกกุญแจสำคัญที่สร้างความยั่งยืนให้แก่บริษัทเช่นกัน [2]

ถูกกลืนกิจการ[แก้]

มกราคม พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) บริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและสินทรัพย์ถูกซื้อโดยบริษัท ทะกะมัตสึ[3][1] ก่อนที่บริษัทจะประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง บริษัทมีพนักงาน 100 คนและมีผลประกอบการประจำปี 7,500 ล้านเยนใน พ.ศ. 2548[1] เนื่องด้วยการถูกซื้อกิจการ บริษัทคอนโกกุมิ จำกัด จึงถูกแปรสภาพเป็นบริษัทลูกของบริษัท ทะกะมัตสึตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 เป็นการปิดฉากบริษัทของตระกูลที่ยาวนานถึง 1,428 ปี

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "End of the Road for World's Oldest Firm" Digital Chosunilbo (ภาษาอังกฤษ), 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "The End of a 1,400-Year-Old Business". Business Week.
  3. Announcement of business transfer from Kongō Gumi Takamatsu Corporation IR Topics, 14 December 2005. (ญี่ปุ่น)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]