ครัวซ็อง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ครัวซ็อง
A crescent-shaped pastry
ประเภทเวียนนัวเซอรี่
จานอาหารเช้า
แหล่งกำเนิดออสเตรีย[1][2]
ส่วนผสมหลักยีสต์-แป้งโด, เนย
รูปแบบอื่นครัวซ็องลูกเกด, ครัวซ็องช็อกโกแลต

ครัวซ็อง (ฝรั่งเศส: croissant, ออกเสียง: /kʀwa.sɑ̃/) ครัวซ็องเป็นขนมที่มีส่วนผสมของเนย หรือเป็นที่รู้จักกันดีในขนมปังรูปจันทร์เสี้ยว ครัวซ็องและขนมอบประเภทนี้มีการนำแป้งมาม้วนเป็นชั้น ๆ ก่อนเข้าตู้อบ ส่วนผสมในชั้นของแป้งที่มีส่วนผสมของเนยถูกม้วนและพับไปมาจนกลายเป็นรูปร่างของขนมครัวซ็องในลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนกัน และมีลักษณะเป็นแผ่นเกล็ดเล็ก ๆ หลังจากการเข้าตู้อบแล้ว ขนมรูปจันทร์เสี้ยวเกิดขึ้นในสมัยของช่วงยุคกลาง และเค้กต่าง ๆ ในรูปจันทร์เสี้ยวนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้

ครัวซ็องนั้นกลายมาเป็นอาหารหลักตามร้านขนมต่าง ๆ ของประเทศฝรั่งเศส ในปลายทศวรรษปี ค.ศ. 1970 มีการพัฒนารูปแบบโรงงานการผลิตอาหารแช่แข็ง โดยการนำส่วนผสมต่าง ๆ ของแป้งที่พร้อมอบ แปลงสภาพเป็นอาหารที่สามารถเตรียมได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการทำอาหาร ขนมครัวซ็องจากประเทศฝรั่งเศส เป็นขนมอีกอย่างที่สามารถตอบโจทย์ในรูปแบบอาหารจานด่วนของประเทศอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบันนี้ครัวซ็องจำนวน 30-40% ที่ขายตามร้านขนมในประเทศฝรั่งเศสมาจากการแช่แข็งก่อนนำไปอบ และยังได้รับความนิยมในการรับประทานอาหารเช้าจนถึงทุกวันนี้

ต้นกำเนิดครัวซ็อง[แก้]

Croissant 2.jpg
Cornetti1.JPG

ในศตวรรษที่ 13 ได้มีการบันทึกว่า Kipferl ต้นตำรับของขนมครัวซ็องมีหลายหลายรูปแบบ ขนมชนิดนี้อาจมีส่วนผสมของแป้งเปล่า ๆ หรือมีส่วนผสมของถั่วหรืออื่น ๆ ด้วย ขนมครัวซ็องเกิดขึ้นจากการดัดแปลงของขนม Kipferl ก่อนมีการคิดค้นขนม Viennoiserie ขึ้นในปลายปี ค.ศ. 1839 (บางแห่งอ้างว่า 1838) เมื่อทหารชาวออสเตรีย August Zang เปิดร้านขนมเวียนนาในกรุงปารีส ขนมร้านนี้มีความพิเศษของสูตรแบบฉบับจากเมืองเวียนนา เช่น ขนม Kipferl และ ขนมปังแถวจากเวียนนา ได้รับความนิยมจนเป็นแรงบันดาลใจเกิดขึ้นให้ชาวฝรั่งเศสนำมาเลียนแบบตาม และขนม Kipferl ในแบบฉบับของฝรั่งเศสที่ถูกเรียกตามรูปร่างของจันทร์เสี้ยว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงทำให้กลายเป็นที่รู้จักไปยังทั่วโลก ปัจจุบันนี้ Alan Davidson บรรณาธิการหนังสือ Oxford Companion to Food ยังไม่สามารถค้นพบสูตรของขนมครัวซ็องในตำราสูตรขนมของฝรังเศษก่อนศตวรรษที่ 20 ได้ แหล่งที่มาที่ถูกค้นพบแรกสุดในฝรั่งเศสถูกอ้างอิงมาจากหัวข้อ "fantasy or luxury breads" จากหนังสือของ Payen's Des substances alimentaires ปี ค.ศ. 1853 อย่างไรก็ตามสูตรต้นตำหรับของครัวซ็องในรูปแบบแรกเริ่มถูกค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีแหล่งอ้างอิงที่หนึ่งได้อ้างถึงการกำเนิดของครัวซ็องในฝรั่งเศสไว้เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1850 ในปี ค.ศ. 1848 Zang นายทหารชาวออสเตรียได้เดินทางกลับเพื่อไปทำงานด้านสื่อในประเทศแต่ร้านขนมของเขายังคงได้รับความนิยมและยังเป็นที่กล่าวขานตามสื่อต่าง ๆ อีกด้วย ในปี ค.ศ. 1869 ครัวซ็องกลายเป็นที่รู้จักเมื่อเอ่ยถึงอาหารเช้าและในปี ค.ศ. 1872 Charles Dickens ได้เอ่ยถึงครัวซ็องเป็นอาหารบนโต๊ะอาหารเช้าอีกด้วย เทคนิคการอบขนมในแบบปัจจุบันของการทำครัวซ็องได้ถูกกล่าวถึงในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 เมื่อ La Varenne's Le Cuisinier françois ได้คิดค้นสูตรขึ้นในปี ค.ศ. 1680 หรือก่อนหน้านั้น แต่ไม่ได้มีการเอ่ยถึงกับการทำครัวซ็องจนกระทั่งศตวรรษที่ 20

เรื่องราวต้นกำเนิด[แก้]

เรื่องราวต้นกำเนิดต่าง ๆ ของขนม Kipferl และ ครัวซ็องได้ถูกกล่าวถึงในตำนานการทำอาหารมายาวนานและเป็นที่กว้างขวางตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลแหล่งอ้างอิงที่ร่วมสมัยในปัจจุบัน หรือนักเขียนคนใด กล่าวถึง Kipferl ไว้ในรายชื่อของอาหารเช้าที่หลากหลายไว้ในช่วงปี ค.ศ. 1799 บางตำนานกล่าวว่าขนมชนิดนี้เกิดขึ้นมาในยุโรปเพื่อฉลองชัยชนะของการรบกับกองกำลัง Umayyad ใน Battle of Tours นำทัพโดย Franks in 732 โดยมีรูปซึ่งเป็นสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวของศาสนาอิสลาม ณ เมืองบูดา อีกแหล่งหนึ่งในเวียนนากล่าวว่าในปี ค.ศ. 1683 ขนมชนิดนี้เป็นตัวแทนของจันทร์เสี้ยวในธงของออตโตมัน เพื่อฉลองชัยชนะโดยชาวคริสเตียน เมื่อคนทำขนมปังที่อยู่ในช่วงกลางคืนได้ยินเสียงการขุดอุโมงค์และได้ให้เสียงสัญญาณเตือนเกิดขึ้น จึงส่งผลให้ครัวซ็องเป็นที่ถูกห้ามนำมาใช้ในบางองค์ประกอบของศาสนาอิสลาม

อ้างอิง[แก้]

  1. Hartley, Alto. "A Brief History of the Croissant". Alto Hartley. สืบค้นเมื่อ 16 June 2019.
  2. "Wörterbuchnetz". germazope.uni-trier.de.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]