ข่าวหลอก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ข่าวหลอกเป็นหนังสือพิมพ์เหลือง (yellow journalism) หรือการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งประกอบด้วยสารสนเทศผิดหรือเรื่องหลอกลวงอย่างจงใจผ่านสื่อข่าวตีพิมพ์และแพร่สัญญาณตามปกติหรือสื่อสังคมออนไลน์[1][2] ข่าวหลอกนี้เขียนและพิมพ์เผยแพร่โดยมีความประสงค์เพื่อชักนำบุคคลในทางที่ผิดเพื่อสร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน นิติบุคคลหรือบุคคล และ/หรือ ได้ประโยชน์ทางการเงินหรือการเมือง[3][4][5] มักใช้พาดหัวเร้าอารมณ์ หลอกลวงหรือกุขึ้นทั้งหมดเพื่อเพิ่มยอดผู้อ่าน การแบ่งปันออนไลน์และรายได้จากคลิกอินเทอร์เน็ต ซึ่งในกรณีหลัง คล้ายกับพาดหัว "คลิกเบต" ออนไลน์เร้าอารมณ์และอาศัยรายได้จากการโฆษณาจากกิจกรรมนี้ แม้ว่าเรื่องที่พิมพ์นั้นถูกต้องหรือไม่ ข่าวหลอกที่จงใจชักจูงในทางที่ผิดและหลอกลวงแตกต่างจากการเสียดสีหรือการล้อชัดเจน ซึ่งตั้งใจสร้างความตลกขบขันไม่ใช่ชักจูงผู้ชมให้เข้าใจผิด

ข่าวหลอกมีความใกล้ตัวมากขึ้นในการเมืองภายหลังความจริง สำหรับสื่อ ความสามารถในการดึงดูดผู้ชมเข้าเว็บไซต์มีความจำเป็นต่อรายได้การโฆษณาออนไลน์โดยรวม หากเผยแพร่เรื่องที่มีเนื้อหาหลอกดึงดูดผู้ใช้ ก็อาจคุ้มค่าการผลิตเพื่อเรียกบริษัทโฆษณาและเรตติง การเข้าถึงรายได้โฆษณาออนไลน์อย่างง่าย การเพิ่มการแบ่งแยกทางการเมือง และความนิยมของสื่อสังคม[1] โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟีดข่าวเฟซบุ๊กล้วนมีส่วนในการแพร่ระบาดของข่าวหลอก[3][6] ซึ่งมาแข่งขันกับเรื่องข่าวที่ถูกต้อง ตัวการรัฐบาลของศัตรูก็เข้ามาเกี่ยวข้องในการสร้างและโฆษณาข่าวหลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการเลือกตั้ง[7]

ข่าวหลอกยังบั่นทอนการทำข่าวของสื่อจริงจังและทำให้นักหนังสือพิมพ์เขียนข่าวสำคัญได้ยากขึ้น[8] บัซฟีดวิเคราะห์พบว่าเรื่องข่าวหลอกสูงสุด 20 อันดับเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ พ.ศ. 2559 ได้รับผู้ชมบนเฟซบุ๊กมากกว่าเรื่องข่าวสูงสุด 20 อันดับเกี่ยวกับการเลือกตั้งจากสื่อใหญ่อีก 19 แห่ง[9] เว็บไซต์ข่าวหลอกที่บุคคลนิรนามเป็นเจ้าของซึ่งขาดผู้จัดพิมพ์เผยแพร่เท่าที่ทราบถูกวิจารณ์ เพราะทำให้การดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาททำได้ยาก[10]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "It's the (Democracy-Poisoning) Golden Age of Free Speech". https://www.wired.com/story/free-speech-issue-tech-turmoil-new-censorship?CNDID=50121752. 
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ NYT-20170623
  3. 3.0 3.1 Hunt, Elle (December 17, 2016). "What is fake news? How to spot it and what you can do to stop it". The Guardian. สืบค้นเมื่อ January 15, 2017. 
  4. Schlesinger, Robert (April 14, 2017). "Fake News in Reality". U.S. News & World Report.
  5. "The Real Story of 'Fake News': The term seems to have emerged around the end of the 19th century". Merriam-Webster. Retrieved October 13, 2017.
  6. Woolf, Nicky (November 11, 2016). "How to solve Facebook's fake news problem: experts pitch their ideas". The Guardian. สืบค้นเมื่อ January 15, 2017. 
  7. "Fake news busters" (ในภาษาen-US). September 14, 2017. http://www.politico.eu/article/fake-news-busters-germany-ben-scott/. 
  8. Carlos Merlo (2017), "Millonario negocio FAKE NEWS", Univision Noticias 
  9. Chang, Juju; Lefferman, Jake; Pedersen, Claire; Martz, Geoff (November 29, 2016). "When Fake News Stories Make Real News Headlines". Nightline. ABC News.
  10. Callan, Paul. "Sue over fake news? Not so fast". CNN. สืบค้นเมื่อ January 15, 2017.