กู้วิกฤติมหานครใต้พิภพ
| กู้วิกฤติมหานครใต้พิภพ | |
|---|---|
โปสเตอร์ภาพยนตร์ | |
| กำกับ | กิล เคนัน |
| เขียนบท | Caroline Thompson |
| สร้างจาก | เดอะซิตีออฟเอ็มเบอร์ โดย Jeanne DuPrau |
| อำนวยการสร้าง |
|
| นักแสดงนำ | |
| กำกับภาพ | Xavier Pérez Grobet |
| ตัดต่อ | Adam P. Scott Zach Staenberg |
| ดนตรีประกอบ | Andrew Lockington |
| บริษัทผู้สร้าง | |
| ผู้จัดจำหน่าย | 20th Century Fox (สหรัฐ) Summit Entertainment (นานาชาติ)[1] |
| วันฉาย |
|
| ความยาว | 96 นาที |
| ประเทศ | สหรัฐ |
| ภาษา | อังกฤษ |
| ทุนสร้าง | 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] |
| ทำเงิน | 17.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] |
กู้วิกฤติมหานครใต้พิภพ (อังกฤษ: City of Ember) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีวิทยาศาสตร์สัญชาติอเมริกันใน ค.ศ. 2008 ที่อิงจากนิยายเดอะซิตีออฟเอ็มเบอร์ใน ค.ศ. 2003 โดย Jeanne DuPrau กำกับโดยกิล เคนัน และแสดงนำโดย Saoirse Ronan, Harry Treadaway, Mary Kay Place, Bill Murray, Martin Landau, Toby Jones และ Tim Robbins
กู้วิกฤติมหานครใต้พิภพ ออกฉายในวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2008 โดยได้รับเสียงวิจารณ์ผสมจากนักวิจารณ์ และถือเป็นบอกซ์ออฟฟิศบอมบ์ โดยทำรายได้ไป 17.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อต้นทุน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เรื่องย่อ
[แก้]นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ทำการสร้างมหานครใต้พิภพ เพื่อให้มนุษย์สามารถอาศัยและรอดจากภัยพิบัติน้ำท่วมโลกเนื่องจากภาวะโลกร้อน แต่ใต้ผิวโลกไม่มีแสง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีแสงในใต้พิภพแห่งนี้ แต่เครื่องกำเนิดไม่สามารถมีอายุนานกว่า 200 ปีได้ หีบเตือนภัยจึงถูกสร้างขึ้น และก็ถูกมอบให้นายกเทศมนตรีต่อไปเรื่อยๆ จนหีบนั้นสูญหายไป ต่อมาเมื่อเครื่องให้กำเนิดไฟฟ้าที่มีอายุมากกว่าสองร้อยปีนั้นได้เสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าประชาชนต่างเริ่มที่จะกังวลกับอนาคตของเมืองอันเป็นที่รัก แต่เหล่านักเรียนในเมืองเอมเบอร์ก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญหน้ากับก้าวใหม่ในชีวิตของพวกเขา นั่นก็คือวันสำเร็จการศึกษา ซึ่งเป็นวันที่นายกเทศมนตรีจะยืนอยู่เหนือเหล่านักเรียนที่เพิ่งเรียนจบ และมอบหมายงานให้พวกเขาโดยการสุ่มหยิบรายชื่อ ซึ่งก็จะเป็นงานที่พวกเขาต้องทำไปตลอดชีวิต ขณะเดียวกัน ลีน่า เองนั้น ก็ภาวนาด้วยพลังใจทั้งหมดให้เธอได้รับหน้าที่เป็นคนส่งข่าว แต่กลับกลายเป็นว่าเธอได้รับมอบหมายเป็นคนดูแลระบบท่อ ในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมชั้นของเธอ ดูน ฮาร์โรว ก็ภาวนาว่าอยากจะได้ทำงานในห้องเครื่องให้กำเนิดไฟ ก็ต้องตกใจเมื่อเขาหยิบได้งานส่งข่าว ทั้งสองจึงตัดสินใจแลกเปลี่ยนงานกัน ซึ่งมันก็ทำให้ ลีน่า รู้สึกตื่นเต้นและซึ้งใจกับสิ่งที่เธอได้รับ และมันก็ทำให้มิตรภาพได้ก่อตัวขึ้น ซึ่งต่อมามันก็จะเติบโตและเบ่งบาน และสุดท้ายแล้วมันก็จะเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของพวกเขาในเมืองเอมเบอร์ไปตลอดกาล ลีน่า มีความสุขกับงานที่ได้รับ ซึ่งมันทำให้เธอได้เดินทางไปทั่วทุกซอกทุกมุมของเมืองแอมเบอร์ เธอส่งข้อมูลสำคัญให้กับคนที่สำคัญยิ่งกว่า ซึ่งก็รวมถึงนายกเทศมนตรีด้วย ในบ้านนั้น เธอต้องคอยดูแลคุณยายที่แก่ชราและขี้หลงขี้ลืม รวมถึง ป๊อปปี้ น้องสาวคนเล็กของเธอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอค้นพบหีบเหล็กที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้า ยายของเธอก็รู้สึกดีใจจนผิดปกติ และก็เชื่อมั่นว่าในหีบนั้นบรรจุอะไรบางอย่างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งอยู่
แต่ปัญหาก็คือเธอได้สูญเสียความทรงจำไปว่ามันสำคัญอย่างไร ในที่สุด ลีน่า ก็สามารถเปิดกล่องได้ เธอพบว่ามีปริศนาที่เขียนอยู่บนกระดาษบรรจุอยู่ในกล่อง ถึงแม้ว่าเธอจะมั่นใจว่ามันเป็นของสำคัญ แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่ เธอจึงเสาะหาความช่วยเหลือจาก ดูน ซึ่งปรากฏการณ์ไฟดับเกิดขึ้นมากครั้งขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าข้อมูลที่บรรจุอยู่ในกล่องใบนี้ อาจจะช่วยเมืองของพวกเขาและพลเมืองในแอมเบอร์ให้พ้นภัย ทั้งสองต้องพยายามหาทางให้กับปริศนาต่าง ๆ ในเวลาที่จำกัด อีกทั้งต้องเผชิญหน้ากับกลอุบายของผู้ปกครองเมืองและคนต่างๆ ที่ไม่น่าคบหา ที่ต่างหวังจะกันให้พวกเขาออกไปจากจุดมุ่งหมาย นั่นก็คือการกู้วิกฤติของเมืองเอมเบอร์
นักแสดง
[แก้]- Saoirse Ronan รับบท ลีน่า เมย์ฟลีต
- Harry Treadaway รับบท ดูน แฮร์โรว์
- Bill Murray รับบท นายกเทศมนตรีโคล
- Martin Landau รับบท ซูล
- Mary Kay Place รับบท คุนนายเมอร์โด
- Toby Jones รับบท บาร์ตัน สโนต
- Tim Robbins รับบท ลอริส "แบร์โรว์" แฮร์โรว์
- Marianne Jean-Baptiste รับบท คลารี เลน
- Mackenzie Crook รับบท ลูเปอร์
- Liz Smith รับบท แกรนนีย์ เมย์ฟลีต
- Amy Quinn and Catherine Quinn รับบท ป็อปปี เมย์ฟลีต
- Lucinda Dryzek รับบท ลิซซี บิสโก
- Matt Jessup รับบท จอสส์
- Simon Kunz รับบท กัปตันเฟลอรี
- Ian McElhinney รับบท คนก่อสร้าง
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Hunter, Allan (October 10, 2008). "City of Ember". Screen International. สืบค้นเมื่อ September 14, 2021.
- 1 2 "City of Ember". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ June 9, 2009.