การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (อังกฤษ: plant tissue culture) เป็นกลุ่มของเทคนิคที่ใช้เพื่อรักษาหรือเพาะเลี้ยงเซลล์พืชภายใต้สภาวะปลอดเชื้อบนอาหารสังเคราะห์ที่ทราบองค์ประกอบที่แน่นอน เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง อาศัยคุณสมบัติสามารถโททิโพเทนซี totipotency ที่เซลล์ใดเซลล์หนึ่งของพืชสามารถพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะละต้นที่สมบูรณ์ได้ โดยมีวัตถุวัตถุประสงค์ต่างๆกัน


เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช[แก้]

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดย Gottlieb Haberlandt นักพันธุศาสตร์ชาวออสเตรีย ในปี ค.ศ. 1902 เทคนิคดังกล่าวถูกพัฒนามาตลอดช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มจากการเพาะเลี้ยงบางส่วนของพืช เช่น เอมบริโอ และเนื้อเยื่อเจริญบริเวณปลายยอดและปลายราก ขณะที่การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชอย่างแท้จริงเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1934 โดย Roger J. Gautheret สามารถเพาะต้น Sycamore บนอาหารสังเคราะห์สูตร Knop's solution แข็งที่เติมน้ำตาลและวุ้นที่ได้จากสาหร่าย อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการพัฒนากลับพบปัญหาในการทำให้เนื้อเยื่อพืชมีการพัฒนาเป็นยอด ราก หรือลำต้นตามต้องการ จึงเริ่มนำสารควบคุมการเจริญเติบโตพืชมาใช้โดยตอนแรกมีการใช้น้ำมะพร้าวมาผสมกับอาหารสังเคราะห์ ต่อมาจึงเริ่มปรับใช้สารสังเคราะห์ในการชักนำให้เนื้อเยื่อพืชมีการเจริญและพัฒนาเป็นต้นอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่มีการปรับใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตพืชมาใช้ ก็มีการปรับปรุงอาหารสังเคราะห์ โดยการศึกษาคุณสมบัติของธาตุอาหารพืชหลายๆชนิด สูตรที่เป็นที่นิยมกันได้แก่ Murashige and Skoog (MSO)

ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนั้นต้องทำภายใต้สภาพปลอดเชื้อ โดยทำงานในตู้ปลอดเชื้อที่มีการกรองผ่านแผ่นกรองเฮป้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในอากาศไปเจริญเติบโตบนอาหารเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อจะมีการเจริญเติบโตบนอาหารสังเคราะห์ในภาชนะปิด ภายในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิและแสง อาหารเพาะเลี้ยงอาจมีการเติบสารควบคุบการเจริญเติบโตพืชและ[วิตามิน]บางชนิด


ประโยชน์[แก้]

  • การขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนพืชอย่างรวดเร็ว เป็นประโยชน์ทางการค้า พืชที่ได้ปลิดจากโรคและแมลง และมีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ
  • การเก็บรักษาสายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์สายพันธุ์พืชที่ใกล้สูญพันธุ์
  • การคัดเลือกเพื่อพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ สามารถทำได้รวดเร็วกว่าพืชที่ปลูกด้วยวิธีปกติ
  • การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดที่มีอัตราการงอกหรืออัตราการรอดชีวิตต่ำ
  • การเพาะเลี้ยงคัพภะที่ไม่มีเปลือกหุ้มเมล็ด หรือการกู้ชีวิตคัพภะ
  • การชักนำให้พืชผลิตสารทุติยภูมิ
  • การศึกษาลักษณธทางสรีระวิทยา เคมีต่างๆ รวมทั้งการกลายพันธุ์จากการฉายรังสีและการถ่ายยีน
  • การสร้างสายพันธุ์แท้

อ้างอิง[แก้]