การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2564

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2564 เป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอีก 9 คน รวม 10 คน โดยได้เสนอญัตติเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564[1] และสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดกรอบการอภิปรายไว้ 4 วัน คือวันที่ 16, 17, 18, 19 กุมภาพันธ์ และลงมติในวันที่ 20 กุมภาพันธ์[2]

เบื้องหลัง[แก้]

การยื่นญัตติขอเปิดการอภิปราย[แก้]

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงถึงภารกิจหลักของฝ่ายค้านในสมัยประชุมสามัญว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีข้อมูลที่จะอภิปรายคือเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส รวมถึงเรื่องถุงมือยางขององค์การคลังซึ่งเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายคน[3] จากนั้นในวันที่ 15 ธันวาคม ปีเดียวกัน สุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้เปิดเผยอีกว่า พรรคฝ่ายค้านได้รวบรวมข้อมูลและประเด็นน่าสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล และสรุปหาประเด็นที่เข้าเกณฑ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเพิ่มเติม[4] ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564 ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็ได้เปิดเผยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านตกลงยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 27 มกราคม และต้องการให้ฝ่ายค้านได้ใช้เวลาอภิปรายอย่างเต็มที่[5] แต่แล้วเมื่อวันที่ 25 มกราคม สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 6 พรรค ได้ยื่นญัตติขออภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 10 คน (จากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน และอิสระอีก 3 คน) ประกอบด้วย

รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
ลำดับที่ ชื่อ / ตำแหน่ง ประเด็นการอภิปราย[1]
1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวย มั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
  • ล้มเหลวในการบริหารสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
  • ไม่มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ
  • สร้างความแตกแยกในสังคม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์และทำลายผู้เห็นต่าง
  • ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนและสื่อมวลชน
  • ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
  • แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดิน
2 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี
  • ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล
  • ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเอง
  • ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
3 อนุทิน ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • ล้มเหลวในการควบคุมการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย จนส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำอีกครั้งเป็นรอบที่สอง
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
4 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • แต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ เข้ามาเพียงเพื่อแสวงหาประโยชน์
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
5 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้อง
  • ปล่อยปละละเลยให้องค์กรในกำกับมีการทุจริตอย่างกว้างขวาง
6 ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
  • ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ
  • ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตอย่างกว้างขวาง
7 สุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงาน
  • ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบ
  • ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้อง
8 ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาดในการดำเนินกิจการของรัฐ
  • ปล่อยปละละเลยให้องค์กรในกำกับมีการทุจริตอย่างกว้างขวาง
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
9 นิพนธ์ บุญญามณี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
  • ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้อง
10 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง
  • ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เปิดเผย ปกปิดการกระทำความผิดของตนเองและพวกพ้อง
  • ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง
  • ไม่มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ
  • ปกปิดข้อมูลความจริงในการยื่นหรือการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
  • ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
  • ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล
  • เสนอให้มีการแต่งตั้งคู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภรรยาเป็นข้าราชการการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวุฒิภาวะและความเหมาะสม

การเตรียมการ[แก้]

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564 ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน และตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันถึงแนวทางการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเบื้องต้น โดยให้เปิดอภิปรายระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ และลงมติวันที่ 20 กุมภาพันธ์[6] จากนั้นในวันที่ 29 มกราคม ชวนก็ได้บรรจุญัตติไว้ในระเบียบการประชุม ก่อนจะประสานงานไปยังคณะรัฐมนตรีให้กำหนดวันอภิปราย ซึ่งก็ได้ข้อสรุปให้อภิปรายตามที่สภาสรุปไว้ก่อนหน้า[2] ซึ่งก่อนหน้านี้ ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ได้ตรวจสอบญัตติแล้วพบถ้อยคำที่น่าจะทบทวน แต่ฝ่ายค้านตัดสินใจคงญัตติไว้อย่างเดิมทั้งหมด[7]

ผู้อภิปราย[แก้]

ในการอภิปรายครั้งนี้ วิปฝ่ายค้านได้เปิดเผยสัดส่วนการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคต่าง ๆ ออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะมี ส.ส. อภิปรายทั้งหมด 38 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 15 คน, พรรคก้าวไกล 13 คน และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ พรรคละ 1 คน โดย ส.ส. 1 คน สามารถอภิปรายรัฐมนตรีได้ทุกคน แต่จะอภิปรายรัฐมนตรีให้จบเป็นรายบุคคล[8]

ส่วนวิปรัฐบาลก็ได้จัดเตรียมผู้ประท้วงไว้จำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน เนื่องจากในญัตติของฝ่ายค้านมีเนื้อหาบางส่วนที่พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญาฐานความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย และพรรคพลังประชารัฐได้มอบหมายให้ ส.ส. ค้นหาข้อมูลสนับสนุนผลงานของรัฐบาลในเรื่องที่ถูกอภิปรายด้วย[9]

เนื้อหา[แก้]

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาอภิปรายต่อนอกสภาภายหลังจากที่หัวข้อของตนถูกขัดขวางไม่ให้มีการได้พูดขึ้นภายในสภา[10] โดยระบุว่ามีการฝากตำแหน่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งเปิดเผย "ตั๋วช้าง" หรือจดหมายฝากตำแหน่งที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติส่งถึงสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 ในปี พ.ศ. 2562[11] ส่งผลให้เกิดการชุมนุมประท้วงที่แยกราชประสงค์ และการเดินขบวนไปประท้วงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติของกลุ่มราษฎรในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564[12] นอกจากนี้พรรคก้าวไกลยังออกมาเปิดโปงปฏิบัติการสงครามสารสนเทศ (IO) ของกองทัพเพิ่มเติม เช่น ระบุว่าบัญชีชื่อ "เฮียตือ สนามเป้า" และ "เสือขาว" เป็นบุคลากรในกองทัพ, เปิดเผยคำสั่งโดยมีข้อความว่า "ให้เหมือนเราไปม็อบ แล้วบอกว่าการ์ดอาชีวะ กินเหล้า ทำพฤติกรรมรุนแรง ไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายของม็อบ"[13]

ผลการลงมติ[14][แก้]

รายนามรัฐมนตรี ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ งดออกเสียง ไม่ลงคะแนน ผู้เข้าร่วมประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 272 206 3 - 481
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 274 204 4 - 482
นายอนุทิน ชาญวีรกูล 275 201 6 - 482
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 268 207 7 - 482
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 272 205 3 - 482
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 258 215 8 - 482
นายสุชาติ ชมกลิ่น 263 212 5 1 482
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ 268 201 12 1 482
นายนิพนธ์ บุญญามณี 272 206 4 - 482
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 274 199 5 1 482

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ยื่นแล้ว! ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี". ประชาชาติธุรกิจ. 2021-01-25. สืบค้นเมื่อ 2021-02-16.
  2. 2.0 2.1 "ครม.ไฟเขียววันซักฟอกรัฐบาล 16-19 ก.พ." เดลินิวส์. 2021-02-02. สืบค้นเมื่อ 2021-02-16.
  3. "เพื่อไทย จองอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ประยุทธ์" ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว". ประชาชาติธุรกิจ. 2020-11-10. สืบค้นเมื่อ 2021-02-16.
  4. "'สุทิน' เผยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.ค.64 อัด 'ประยุทธ์' เหมือนตายด้านเรื่องความเดือดร้อน ปชช". มติชน. 2020-12-15. สืบค้นเมื่อ 2021-02-16.
  5. "โอ้โห!พท.ขอจองกฐินซักฟอกรัฐ7วัน จ่อยื่นญัตติ27ม.ค." เดลินิวส์. 2021-01-06. สืบค้นเมื่อ 2021-02-16.
  6. "'วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาล' เคาะแล้ว เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 16-19 ก.พ. ประชุมร่วมแก้ รธน. 24-25 ก.พ." มติชน. 2021-01-19. สืบค้นเมื่อ 2021-02-17.
  7. ""ชวน" บรรจุวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านไม่แก้ญัตติสถาบัน". ประชาชาติธุรกิจ. 2021-01-29. สืบค้นเมื่อ 2021-02-19.
  8. ""โจ้-ยุทธพงศ์"ลั่น มีทีเด็ดเยอะเตรียม 38 ขุนพล เวียนอภิปรายนายกฯ-รัฐมนตรี". คมชัดลึก. 2021-02-14. สืบค้นเมื่อ 2021-02-19.
  9. ""ญัตติฝ่ายค้าน" ร้อนแรง องครักษ์พิทักษ์ "ประยุทธ์" ย้อนศร ม.112". ประชาชาติธุรกิจ. 2021-02-04. สืบค้นเมื่อ 2021-02-19.
  10. "'โรม' แฉโยกย้ายตร. สภาฯป่วน-ประท้วงวุ่น พ้ออีก 3 เดือนไม่รู้ได้เป็นผู้แทนปชช.หรือไม่". ข้าวสดออนไลน์. 19 February 2021. สืบค้นเมื่อ 20 February 2021.
  11. "โรม อารมณ์ค้าง เปิดเวทีอภิปรายนอกห้องประชุม เปิดปมตั๋วตำรวจ 'ตั๋วช้าง'". มติชนออนไลน์. 19 February 2021. สืบค้นเมื่อ 19 February 2021.
  12. "#ม็อบ23กุมภา เริ่มลงถนนแยกราชประสงค์ ชูธงชุมนุมเพื่อตำรวจ ขณะตำรวจเตรียมรถน้ำสกัด". สนุก.คอม. 2021-02-23. สืบค้นเมื่อ 2021-02-23.
  13. ""ก้าวไกล" เปิดคลิปอ้างเป็นปฏิบัติการไอโอภาค 2 ผลาญงบ สร้างความแตกแยก-สังคมขัดแย้ง". ผู้จัดการออนไลน์ (ภาษาอังกฤษ). 19 February 2021. สืบค้นเมื่อ 19 February 2021.
  14. ไทยพีบีเอส (20 February 2021). "ไว้วางใจ! "พล.อ.ประยุทธ์ -9 รัฐมนตรี" ผ่านฉลุยศึกซักฟอก". www.thaipbs.or.th. สืบค้นเมื่อ 20 February 2021.
ก่อนหน้า การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2564 ถัดไป
การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2563 2leftarrow.png Seal of the Parliament of Thailand.svg
การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2564
(16-20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563)
2rightarrow.png ยังไม่มี