การบันทึกภาพบนแผ่นดีบุก
บทความนี้ได้รับแจ้งให้ปรับปรุงหลายข้อ กรุณาช่วยปรับปรุงบทความ หรืออภิปรายปัญหาที่หน้าอภิปราย |

การบันทึกภาพบนแผ่นดีบุก (อังกฤษ: Tintype process)
ประวัติ
[แก้]ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1856 Hamilton Smith ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการผลิต Tintype process Smith สนใจงาน Daguerreotype เป็นอย่างมากจึงนำหลักการดาแกมาพัฒนา Tintype เป็นที่นิยมมากตั้งแต่ปี 1856 ในช่วงสงครามโลกได้มีการถ่ายภาพแล้วส่งทางไปรษณีย์ไปหากันอย่างมาก ไปจนถึงปี 1950 Tintype ได้เริ่มหายไป เพราะการใช้ฟิมเริ่มเป็นที่นิยมมากกว่า แต่ในปัจจุบันยังมีช่างภาพที่ยังชอบและยังมีศิลปินนิยมอยู่ Tintype (ทินไทพ์ tin ที่แปลว่าดีบุก) มีอีกชื่อเรียกหนึ่งเรียกว่า ferrotype (เฟอร์โรไทพ์ ferro ที่แปลว่าเหล็ก) และ melainotype (มิเลนโนไทพ์) จริง ๆ แล้ว ชื่อเดิมคือ Melainotype ที่เรียกว่า Tintypes เพราะ วัสดุที่ใช้เป็นแผ่นดีบุก ภาษาอังกฤษแปลว่า tin
Peter Neff ได้สืบช่วงต่อจาก Smith ซึ่ง Neff ได้เป็นผู้พัฒนาและเป็นผู้คิดค้นร่วมกับ Smith ได้ตั้งชื่อกระบวนการนี้ในตอนแรกว่า Melainotype ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1856 แต่ไม่ได้จดสิทธิบัตรไว้ ในตอนหลัง Neff ได้คิดค้น Ferrotype และ Papertype ทำให้ราคาถูกลงไปอีก เพราะวัสดุที่ใช้เป็นกระดาษแทนแผ่นเหล็กในตอนแรกนิยมเรียกกันว่า Ferrotype ในปลายปี 1860 เริ่มเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Tintype
Tintype มีเป็นล้านรูปในอเมริกาเพราะเป็นที่นิยมมาก tintype จะนิยมใช้กันมากในหมู่นักถ่ายภาพตามท้องถนน และนักท่องเที่ยว tintype จะนิยมใช้สำหรับพวกงานถ่ายภาพคน เนื่องจากมีราคาค่อนข้างถูก และมีขบวนการสำเร็จรวจเร็ว ภาพปรากฏไว แต่เรื่องคุณภาพของความละเอียดภาพไม่ดีเท่าวิธีการถ่ายภาพอื่น ๆ tintype นิยมทำเป็นล็อกเก็ต จี้ห้อยคอ เพราะมีขนาดเล็กมากเราจึงเรียกภาพขนาดนี้ว่า Gem size
Dating the Tintype
[แก้]- 1856-1860 Neff เรียก process นี้ว่า Melainotype
- 1861-1863 Civil war ได้มีการใช้ Tintype เป็นอย่างมากเนื่องด้วยวัสดุไม่พังง่ายไม่แตกหัก ทำให้มีการส่งรูปทางไปรษณีย์เป็นจำนวนมาก
- 1870-1885 ได้มีบริษัท Phonix Plate Co.ได้ทำเพลทสีน้ำตาลนิยมใช้เพื่อให้ background ดูเหมือนหินหรือต้นไม้
- 1863-1890 ยุค GEM ภาพมีขนาดเล็กเท่าแสตมป์หรือเท่า cartes di visite นิยมใส่ไว้ในสมุดภาพและนิยมนำไปตกแต่งเครื่องประดับพวกล็อกเก็ต กระดุม แหวน
- 1875-1930 สตูดิโอตามที่ต่าง ๆ ได้เริ่มมีการตกแต่งฉากหลังเพื่อให้ภาพที่ได้ดูสนุกสนานและมีอารมณ์มากยิ่งขึ้น
ขนาดของภาพที่เป็นที่นิยม
[แก้]- Full plate 6 ½" x 8 ½"
- Half plate 4 ½" x 5 ½"
- ¼ plate 3 1/8" x 4 1/8"
- 1/6 plate 2 ½" x 3 ½" ขนาดเท่า carte-de-visite
- 1/9 plate 2" x 2 ½"
- Gem ½" x 1"
กระบวนการผลิต Tintype
[แก้]Tintype จะมีวิธีการผลิตเหมือน ambrotype และ daguerreotypes เปลี่ยนจากแผ่นเพลทกระจกเป็นแผ่นเพลทเหล็ก หรือแผ่นดีบุกสีดำ
ขั้นตอนทำในห้องมืด เตรียมแผ่นเพลทขนาดพอดีกล้องนำเพลทไปเคลือบสีดำ ใช้สเปรย์พ่นทั่วทั้งแผ่นสีจะเป็นดำด้านหรือดำเงาก็ได้ เสร็จแล้วนำเพลทมาฉาบในห้องมืด แล้วจึงนำเพลทไปบรรจุลงกล้องเพื่อถ่ายภาพ
ขั้นตอนการล้าง
[แก้]ขั้นตอนทำในห้องมืด นำไปล้างเพื่อสร้างภาพด้วยน้ำยา (Develop) แช่ 15-25 วินาที แล้วไปล้างน้ำเปล่า ประมาณ 30 วินาที แช่ในสต็อบ ประมาณ 15-25 วินาที หลังจากนั้นแช่ลง (Fix) เพื่อคงสภาพ 30 วินาที แล้วจึงล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง นำแผ่นเพลทไปตาก เมื่อเพลทแห้งแล้วค่อยนำมาเคลือบน้ำยาเคลือบผิว
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Robb Kendrick, Master Tintypist ศิลปินที่ทำงานด้าน Tintype process