ข้ามไปเนื้อหา

กระติกน้ำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กระติกน้ำสนาม (ขวา) พร้อมหม้อสนาม (ซ้าย)

กระติกน้ำ (อังกฤษ: canteen) คือภาชนะบรรจุน้ำดื่มแบบใช้ซ้ำได้ ออกแบบมาเพื่อใช้งานโดยนักเดินป่า นักตั้งแคมป์ ทหาร เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม โดยทั่วไปจะมีสายสะพายไหล่หรืออุปกรณ์สำหรับยึดติดกับเข็มขัด และอาจมีถุงผ้าหุ้มพร้อมวัสดุบุรองเพื่อป้องกันตัวกระติกและช่วยเป็นฉนวนรักษาอุณหภูมิ หากวัสดุบุรองถูกชุบน้ำ การระเหยของน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิ ทำให้น้ำภายในกระติกเย็นลงได้ กระติกน้ำหลายรุ่นยังมาพร้อมกับถ้วยกระติก (canteen cup) ที่ออกแบบให้ซ้อนเก็บกับตัวกระติกได้

กระติกน้ำในยุคแรกเริ่มบางครั้งทำจากผลน้ำเต้าที่คว้านเนื้อออก เช่น น้ำเต้าคาลาบาช (calabash) หรือเป็นถุงที่ทำจากหนังสัตว์[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมา กระติกน้ำประกอบด้วยขวดแก้วที่หุ้มด้วยตะกร้าสาน โดยมักปิดปากขวดด้วยจุกไม้ก๊อก[ต้องการอ้างอิง]

รูปแบบในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทำจากโลหะ เช่น เหล็กเคลือบดีบุก สเตนเลส หรืออะลูมิเนียม พร้อมฝาเกลียว โดยฝามักยึดติดกับคอขวดด้วยโซ่หรือสายสั้น ๆ เพื่อป้องกันการหลุดหาย กระติกน้ำโลหะเหล่านี้ถือเป็นพัฒนาการที่ดีกว่าขวดแก้ว แต่มีข้อเสียคืออาจเกิดรูรั่วขนาดเล็กได้หากถูกบุบ หล่น หรือกระแทกกับหินแหลมคม[ต้องการอ้างอิง]

กระติกน้ำในปัจจุบันทำจากพลาสติก (โดยเฉพาะพอลิเอทิลีนหรือพอลิคาร์บอเนต) ไทเทเนียม อะลูมิเนียม หรือสเตนเลส กระติกน้ำโลหะแบบผนังสองชั้นสามารถรักษาอุณหภูมิของของเหลวให้ร้อนหรือเย็นได้นาน ขณะที่กระติกน้ำโลหะแบบผนังชั้นเดียวมักมีน้ำหนักเบากว่า และมีข้อดีคือสามารถนำไปตั้งบนกองไฟหรือเตาเพื่อฆ่าเชื้อน้ำหรือเตรียมเครื่องดื่มร้อนได้

กลุ่มนักล่าสัตว์–เก็บของป่าในทะเลทรายคาลาฮารีใช้เปลือกไข่นกกระจอกเทศเป็นภาชนะใส่น้ำ โดยเจาะรูเพื่อให้สามารถใช้งานเป็นกระติกน้ำได้ การค้นพบเปลือกไข่ลักษณะดังกล่าวซึ่งมีอายุย้อนไปถึงสมัยโฮวีซอนส์พอร์ต (Howiesons Poort) ในยุคหินกลาง ที่แหล่งโบราณคดีไดพ์โคลฟ์ร็อกเชลเตอร์ (Diepkloof Rock Shelter) ประเทศแอฟริกาใต้ ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ใช้กระติกน้ำมาแล้วอย่างน้อยเมื่อประมาณ 60,000 ปีก่อน[ต้องการอ้างอิง]