กรณีพิพาทเปดราบรังกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อธิปไตยเหนือเปดราบรังกา/ปูเลาบาตูปูเตะฮ์, มิดเดิลร็อกส์ และเซาท์เลดจ์ (คดีระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์)
Sovereignty over Pedra Branca/Pulau Batu Puteh, Middle Rocks and South Ledge (Malaysia v. Singapore)
International Court of Justice Seal.svg
สาระแห่งคดี
ข้อพิพาท ให้ศาลฯ ตัดสินว่าอธิปไตยเหนือ (ก) เปดราบรังกา/ปูเลาบาตูปูเตะฮ์ (ข) มิดเดิลร็อกส์ และ (ค) เซาท์เลดจ์ เป็นของมาเลเซียหรือสาธารณรัฐสิงคโปร์
คู่ความ
ผู้ขอ ความตกลงพิเศษระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์
ศาล
ศาล ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
คำวินิจฉัย
คำวินิจฉัย สิงคโปร์มีอธิปไตยเหนือเปดราบรังกา มาเลเซียมีอธิปไตยเหนือมิดเดิลร็อกส์ เซาท์เลดจ์อยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของประเทศใดให้ประเทศนั้นมีอธิปไตยเหนือเกาะดังกล่าว
ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2008
เว็บไซต์
Sovereignty over Pedra Branca/Pulau Batu Puteh, Middle Rocks and South Ledge (Malaysia/Singapore)

กรณีพิพาทเปดราบรังกาเป็นกรณีพิพาทเรื่องอาณาเขตระหว่างประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียเหนือเกาะเล็กหลายเกาะ ณ ปากทางเข้าทิศตะวันออกของช่องแคบสิงคโปร์ อันประกอบด้วยเปดราบรังกา (Pedra Branca) หรือเดิมมาเลเซียเรียก ปูเลาบาตูปูเตะฮ์ (Pulau Batu Puteh) และปัจจุบันเรียก บาตูปูเตะฮ์ (Batu Puteh), มิดเดิลร็อกส์ (Middle Rocks) และเซาท์เลดจ์ (South Ledge) กรณีพิพาทเริ่มต้นในปี 1979 และส่วนใหญ่ระงับโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในปี 2008 ซึ่งวินิจฉัยว่าเปดราบรังกาเป็นของสิงคโปร์ และมิดเดิลร็อกส์เป็นของมาเลเซีย

ต้นปี 1980 สิงคโปร์ยื่นคำประท้วงอย่างเป็นทางการต่อมาเลเซียโดยสนองต่อแผนที่ซึ่งมาเลเซียจัดพิมพ์ในปี 1979 โดยอ้างสิทธิเหนือเปดราบรังกา ในปี 1989 สิงคโปร์เสนอให้ยื่นข้อพิพาทต่อ ICJ มาเลเซียตกลงในปี 1994 ก่อนหน้านั้นในปี 1993 สิงคโปร์ยังอ้างสิทธิ์เหนือเกาะเล็กใกล้เคียงมิดเดิลร็อกส์และเซาท์เลดจ์ด้วย ในปี 1998 สองประเทศตกลงในข้อความของความตกลงพิเศษซึ่งมีความจำเป็นต่อการส่งข้อพิพาทไปยัง ICJ มีการลงนามความตกลงพิเศษในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 และ ICJ ได้รับแจ้งความความตกลงฯ อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน มีการจัดการไต่สวน ณ ICJ เป็นเวลาสามสัปดาห์ในเดือนพฤศจิกายน 2007

สิงคโปร์โต้แย้งว่าเปดราบรังกาเป็นดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ และไม่มีหลักฐานว่าเกาะเคยอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐสุลต่านยะโฮร์ หากว่าศาลฯ ไม่ยอมรับข้อโต้แย้งนี้ สิงคโปร์ต่อสู้ว่าอธิปไตยเหนือเกาะได้ส่งมอบให้แก่สิงคโปร์เนื่องจากสิงคโปร์และเจ้าอาณานิคมคือสหราชอาณาจักรใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องเหนือเกาะ การกระทำรวมถึงการเลือกเปดราบรังกาเป็นที่ตั้งประภาคารฮอร์สเบิร์ก (Horsburgh) และการก่อสร้างประภาคาร การกำหนดให้ข้าราชการมาเลเซียที่ประสงค์เยี่ยมเกาะต้องขอใบอนุญาต การติดตั้งสถานีถ่ายทอดสัญญาณทหารบนเกาะ และการศึกษาโอกาสการถมดินรอบเกาะ มาเลเซียยังคงเงียบเมื่อเผชิญกับกิจกรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ มาเลเซียยังยืนยันในจดหมายปี 1953 ว่ายะโฮร์ไม่ได้อ้างความเป็นเจ้าของเกาะ และจัดพิมพ์รายงานและแผนที่ทางการถือว่าเปดราบรังกาเป็นดินแดนของสิงคโปร์ มิดเดิลร็อกส์และเซาท์เลดจ์ควรถือเป็นเขตสังกัดของเปดราบรังกา

ข้อต่อสู้คดีของมาเลเซียมีว่ายะโฮร์ตั้งชื่อเดิมแก่เปดราบรังกา มิดเดิลร็อกส์และเซาท์เลดจ์ ยะโฮร์มิได้ยกเปดราบรังกาให้แก่สหราชอาณาจักร เพียงแต่อนุญาตให้สร้างและบำรุงรักษาประภาคารบนเกาะเท่านั้น การกระทำของสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์เกี่ยวกับประภาคารฮอร์สเบิร์กและน่านน้ำโดยรอบเกาะมิใช่การกระทำขององค์อธิปัตย์ของเกาะ ยิ่งไปกว่านั้น จดหมายปี 1953 ไม่ได้รับอนุญาต และรายงานและแผนที่ทางการที่ออกในจดหมายดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องหรือไม่มีข้อสรุป

วันที่ 23 พฤษภาคม 2008 ศาลฯ วินิจฉัยว่าเปดราบรังกาอยู่ในอธิปไตยของสิงคโปร์ ส่วนมิดเดิลร็อกส์เป็นของมาเลเซีย สำหรับเซาท์เลดจ์นั้น ศาลฯ สังเกตว่าเกาะอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตที่ดูทับซ้อนกันโดยเกิดจากมาเลเซียแผ่นดินใหญ่ เปดราบรังกาและมิดเดิลร็อกส์ เนื่องจากเกาะดังกล่าวมองเห็นได้เฉพาะเมื่อน้ำลงต่ำเท่านั้น เกาะจึงเป็นของรัฐซึ่งเป็นเจ้าของน่านน้ำอาณาเขตบริเวณนั้น มาเลเซียและสิงคโปร์ตั้งคณะกรรมการเทคนิคร่วมเพื่อปักปันเขตแดนทางทะเลในพื้นที่โดยรอบเปดราบรังกาและมิดเดิลร็กอส์ และเพื่อตัดสินความเป็นเจ้าของเซาท์เลดจ์

พื้นที่พิพาท[แก้]

ตำแหน่งโดยประมาณของเปดราบรังกาในทะเลจีนใต้ และประเทศข้างเคียง

บริเวณพิพาทนี้ประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่

  • เปดราบรังกา (Pedra Branca) ซึ่งเป็นชื่อที่สิงคโปร์ใช้เรียก เป็นคำภาษาโปรตุเกสแปลว่าหินสีขาว หรือ ปูเลาบาตูปูเตะฮ์ (Pulau Batu Puteh) ซึ่งเป็นชื่อที่มาเลเซียใช้เรียก ในภาษามลายูแปลว่าหินสีขาวเช่นกัน มีพื้นที่ประมาณ 137 × 60 เมตร ไม่มีผู้คนอาศัย มีแต่ประภาคาร
  • มิดเดิลร็อกส์ (Middle Rocks) เป็นหินเล็ก ๆ สองก้อน อยู่ห่างไปทางใต้ของเปดราบรังกา 6 ไมล์ทะเล
  • เซาท์เลดจ์ (South Ledge) เป็นก้อนหินที่อยู่ห่างจากเปดราบรังกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2.2 ไมล์ทะเล เห็นเฉพาะเวลาน้ำลง

ข้อกล่าวอ้าง[แก้]

ข้อกล่าวอ้างของมาเลเซียในคดีนี้คือเปดราบรังกาเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิยะโฮร์ จึงต้องเป็นของมาเลเซีย สิงคโปร์เพียงแต่เข้าไปก่อสร้างและรักษาประภาคาร ส่วนสิงคโปร์อ้างว่าการเข้าไปสร้างประภาคารของอังกฤษนั้นได้รับความยินยอมจากรัฐยะโฮร์ และสิงคโปร์ได้สืบทอดสิทธินั้นมาจากอังกฤษ

คำพิพากษา[แก้]

ประเด็นสำคัญในการพิพากษาของศาลโลกนั้น เห็นว่าสนธิสัญญา พ.ศ. 2367 กำหนดให้เปดราบรังกาอยู่ในเขตของอังกฤษ ต่อมาในจดหมายตอบโต้ระหว่างรัฐมนตรีอาณานิคมแห่งสิงคโปร์กับสุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์เมื่อ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2496 ว่าเปดราบรังกาอยู่ในอาณาเขตของฝ่ายใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัฐยะโฮร์ตอบกลับเมื่อ 21 กันยายน พ.ศ. 2496 ว่ายะโฮร์ไม่ได้อ้างสิทธิเหนือเปดราบรังกา หลังจากนั้น พฤติการณ์ของมาเลเซียได้แสดงให้เห็นว่ายอมรับอธิปไตยเหนือเปดราบรังกา เช่น มาเลเซียขออนุญาตสิงคโปร์เข้าไปสำรวจน่านน้ำในเปดราบรังกา และในราว พ.ศ. 2513 สิงคโปร์ประกาศถมทะเลรอบเกาะ ได้มีประกาศให้บริษัทเอกชนเข้ามาประมูลอย่างเปิดเผย มาเลเซียมิได้ประท้วง นอกจากนั้น แผนที่ที่ตีพิมพ์ในมาเลเซียระหว่าง พ.ศ. 2505 – 2518 ยอมรับว่าเปดราบรังกาอยู่ในสิงคโปร์ จึงตัดสินว่าเปดราบรังกาเป็นของสิงคโปร์

ปฏิกิริยาของคู่กรณี[แก้]

ในระหว่างยื่นฟ้องคดีต่อศาลโลก คู่กรณีทั้งสองประเทศได้โจมตีกันอย่างรุนแรง แม้แต่ความคิดเห็นของประชาชนบนเว็บไซต์ก็มีทั้งกระแสชาตินิยมล้วน ๆ จนถึงโต้ตอบด้วยหลักกฎหมายอย่างมีเหตุมีผล เมื่อศาลโลกมีคำตัดสินออกมา ฝ่ายมาเลเซียยอมรับความพ่ายแพ้เป็นอย่างดี ในขณะที่ประชาชนมาเลเซียมีความผิดหวังและโจมตีการทำงานของฝ่ายกฎหมายของมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามิดเดิลร็อกส์จะเป็นของมาเลเซีย แต่รัฐบาลมาเลเซียยังไม่อนุญาตให้ชาวมาเลเซียเดินทางเข้าไป เพราะต้องเจรจากับสิงคโปร์เกี่ยวกับปัญหาน่านน้ำรอบเกาะ และมาเลเซียได้เปลี่ยนชื่อเรียกเปดราบรังกาในภาษามลายูเหลือเพียงบาตูปูเตะฮ์เท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  • พวงทอง ภวัคพันธุ์. กรณีพิพาทระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ กรณีหินสามก้อน ใน อุษาคเนย์ที่รัก. สุเจน กรรพพฤกษ์, สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ, บรรณาธิการ. กทม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน้า 218 – 233

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • Sovereignty over Pedra Branca/Pulau Batu Puteh, Middle Rocks and South Ledge, International Court of Justice, สืบค้นเมื่อ 31 August 2008.
  • International Court of Justice – Case concerning sovereignty over Pedra Branca, Middle Rocks and South Ledge, Ministry of Foreign Affairs (Singapore), 2007.
  • Horsburgh light, Lighthouse Depot, สืบค้นเมื่อ 31 August 2008.


พิกัดภูมิศาสตร์: 1°19′47″N 104°24′27″E / 1.3297°N 104.4076°E / 1.3297; 104.4076