ไมเคิล ไครช์ตัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| ไมเคิล ไครช์ตัน | |
ในฮารวาร์ด ปี 2002 |
|
| นามปากกา: | จอห์น เลนจ์, เจฟเฟอรี่ ฮัดสัน, ไมเคิล ดักลาส (ร่วมกับ ดักลาส ไครช์ตัน พี่ชายของตน) |
|---|---|
| เกิด: | 23 ตุลาคม พ.ศ. 2485 ชิคาโก, อิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา |
| ถึงแก่กรรม: | 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 (อายุ 66 ปี) ลอสแอนเจลิส, แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา |
| อาชีพ: | นักเขียน, ผู้อำนวยการสร้าง, ผู้กำกับภาพยนตร์, นายแพทย์ |
| สัญชาติ: | |
| บิดา: | จอห์น เฮนเดอร์สัน ไครช์ตัน |
| มารดา: | ซูล่า มิลเลอร์ ไครช์ตัน |
| ช่วงเวลาในการเขียน: | พ.ศ. 2509 - พ.ศ. 2550 (งานเขียนชิ้นสุดท้าย; พ.ศ. 2551 เป็นงานเขียนที่ยังคั่งค้าง) |
| แนวทางการเขียน: | นิยายวิทยาศาสตร์, ตื่นเต้น, ล้ำยุค, เทคโนโลยี-ระทึกขวัญ |
| รางวัล: | รางวัลเอ็ดการ์ ค.ศ. 1969 |
| เว็บไซต์: | http://www.michaelcrichton.net/ |
นายแพทย์ จอห์น ไมเคิล ไครช์ตัน (อังกฤษ: John Michael Crichton, M.D.; 23 ตุลาคม พ.ศ. 2485 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551) เป็นนักเขียนนวนิยายชาวอเมริกัน รวมถึงเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และนายแพทย์ผู้โด่งดังจากงานเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และงานเขียนเชิงเทคโนโลยี-ระทึกขวัญ ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มากมายหลายเรื่อง ที่โด่งดังที่สุดคือเรื่อง จูราสสิค ปาร์ค, ER (ER เป็นละครโทรทัศน์ที่ไครช์ตันเองเป็นคนคิดขึ้น) เป็นต้น
ไมเคิล ไครช์ตัน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ขณะมีอายุได้ 66 ปี
ผลงานนวนิยาย [แก้]
- 1966 Odds On
- 1967 Scratch One
- 1968 Easy Go, A Case of Need
- 1969 The Andromeda Strain, The Venom Business, Zero Cool
- 1970 Grave Descend, Drug of Choice, Dealing: Or the Berkeley-to-Boston Forty-Brick Lost-Bag Blues
- 1972 The Terminal Man, Binary
- 1975 The Great Train Robbery
- 1976 Eaters of the Dead
- 1980 Congo
- 1987 Sphere
- 1990 Jurassic Park
- 1992 Rising Sun
- 1994 Disclosure
- 1995 The Lost World
- 1996 Airframe
- 1999 Timeline
- 2002 Prey
- 2004 State of Fear
- 2006 Next
- 2009 Pirate Latitudes
ยังมีงานเขียนอีก 1 ชิ้นที่ยังไม่เสร็จและยังไม่ได้ตั้งชื่อ วางแผนจะตีพิมพ์จำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2012