ไมลีย์ ไซรัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมลีย์ ไซรัส
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด เดสทินี โฮป ไซรัส
วันเกิด 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (22 ปี)
แนวเพลง ป็อป, อาร์แอนด์บี, คันทรี, ร็อก
อาชีพ นักร้อง, นักแต่งเพลง, นักแสดง
ปี 2003–ปัจจุบัน
ค่าย ฮอลลิวูดเรคคอร์ด, อาร์ซีเอเรคคอร์ด
ส่วนเกี่ยวข้อง บิลลี เรย์ ไซรัส, โจนัส บราเทอส์
เว็บไซต์ MileyCyrus.com

ไมลีย์ เรย์ ไซรัส[1] (อังกฤษ: Miley Ray Cyrus) หรือชื่อเกิด เดสทินี โฮป ไซรัส (อังกฤษ: Destiny Hope Cyrus) เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992[2][3] เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดงชาวอเมริกัน ไซรัสเป็นที่รู้จักในบทนำเป็น ไมลีย์ สจ๊วต/ฮันนาห์ มอนทานา ในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง ฮันนาห์ มอนทานา ทางช่องดิสนีย์

ไซรัสเป็นที่สนใจหลังจากฮันนาห์ มอนทานา เมื่อเดือนมีนาคม 2006 หลังจากประสบความสำเร็จจากรายการ ต่อมาในเดือนตุลาคม 2006 ออกซีดีเพลงประกอบซีรีส์ที่มีเธอร้องเพลงประกอบโชว์นี้ 8 เพลง ไซรัสออกผลงานเดี่ยวชุดแรก Meet Miley Cyrus เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2007 จากนั้นออกผลงานอัลบั้มที่ 2 Breakout เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ถือเป็นอัลบั้มแรกที่ไม่เกี่ยวกับซีรีส์ ฮันนาห์ มอนทานา ซึ่งทั้งสองอัลบั้มก็ประสบความสำเร็จขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ในชาร์ทบิลบอร์ด 200[4] ในปี 2008 ภาพยนตร์เรื่อง Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert ออกฉายด้วยรายได้สูงสุดในสัปดาห์ด้วยจำนวนโรงฉาย 1000 โรง เธอยังบันทึกเสียงในเพลง "I Thought I Lost You" เป็นเพลงประกอบ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอีกด้วย จากนั้นเธอเสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Hannah Montana, titled Hannah Montana: The Movie ที่ออกฉายวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2009[5][6][7]

ในปี 2008 ไซรัสได้อยู่ในรายชื่อท่ามกลางศิลปิน นักแสดง และเหล่าเอนเทอร์เทนเนอร์ จากนิตยสารไทม์ ในการจัดอันดับ 100 อันดับ คนที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก[8] ฟอร์บ ยังจัดอันดับเธออยู่อันดับ 35 ในหัวข้อ "100 คนดัง" ด้วยเธอมีรายได้มากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2008[9]

ไซรัสมีส่วนสูง 163 ซม.


ชีวิตและครอบครัว[แก้]

ไมลี่ ไซรัส เกิดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 ในเมือง แนทวิล รัฐเทนเนสซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา , แม่ของเธอชื่อ เลติเซีย "ทิช" (นี ฟินเล่น) และ พ่อของเธอเป็นนักร้องคันทรี ชื่อว่า บิลลี่ย์ เรย์ ไซรัส , ไมลี่ ไซรัส มีพี่น้องจำนวน 5 คน แต่ยังมีพี่ที่ติดมากับแม่ของเธอ ที่ชื่อว่า เทรซ และ แบรนดี้ ซึ่ง 2 คนนี้ เป็นลูกที่มาจากความสัมพันธ์ในครั้งก่อน ที่จะมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่กัน บิลลี่ เรย์ ไซรัส , เทรซ เป็นนักร้องเสริม และ นักเล่นกีตาร์ในวง Metro Station ส่วน แบรนดี้ ยังเคยเล่นกีตาร์เสริมให้กับคอนเสิร์ตของ ไมลีย์ และยังเป็นหนึ่งในวงดนตรี The Secret Life of the American Teenager star Megan Park , ไมลี่ย์ ยังมีพี่ชายอีกคน ที่ตามติดพ่อของเธอมา จากความสัมพันธ์ครั้งเก่า ชื่อว่า คริสโตเฟอร์ โคดี้ แต่เธอยังมีพี่น้องแท้ๆ อีก 2 คน ที่มาจากความสัมพันธ์ ของ พ่อและแม่ของเธอ นั่นคือ ไบรสัน และ โนอา ที่มีแววจะได้เป็นนักแสดงอีกคน , ไมลี่ย์ ยังเป็นหลานสาวของนักการเมืองชื่อดัง รอน ไซรัส และเธอยังใช้ชื่อ รอนนี่ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Last Song ในปี 2553 ที่มาจากชื่อ รอน ไซรัส

พ่อแม่ของไมลี่ย์ ตั้งชื่อเธอว่า เดสตินี่ โฮป ไซรัส เพราะว่า เขาเชื่อโชคชะตา ว่าเธอจะพบแต่สิ่งที่ดีๆ , ไมลี่ย์ มีชื่อเล่นว่า "สไมลี่" แต่ตอนหลัง ถูกเรียกให้สั้นลง เป็น ไมลี่ย์ เพราะ สไมลี่ ถูกใช้ไว้เรียก ตอนเป็นทารก , ไมลี่ย์ เรียนที่ Heritage Middle School และเธอยังเป็น เชียร์ ลีดเดอร์ ประจำโรงเรียนด้วย

ชีวิตด้านการงาน[แก้]

ไมลี่ย์ ไซรัส เข้ามาโดยการพากย์เสียงเรื่อง Daisy Rock Guitars ในปี2004, เมื่อเธอได้แสดงงานของเธอในการพากย์เสียงนั้น The Stardust Series Acoustic Electric Pink Sparkle Disney ได้ปล่อยคลอเลคชั่นเสื้อผ้าของHannah Montana ในช่วงซัมเมอร์ปี 2007, ไมลี่ย์ได้ช่วยออกแบบเสื้อผ้าบางชุดในคลอเลคชั่นนี้ด้วย ในเดือนธันวาคม 2007 นั้นเธอได้อันดับที่ 17 การจัดอันดับ Top Twenty Superstars ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี และมีรายได้ 3.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปีของนิตยสารForbes ในเดือนเมษายน 2008 ได้มีการทำหุ่นขี้ผึ้งของไมลี่ย์ที่มาดามทุซโซ ในนิวยอร์ก และไมลี่ย์ได้เซ็นสัญญา เขียนอัตชีวประวัติของเธอจนมาถึงตอนที่เธออายุ 16 คือ “Miles To Go” เขียนกับ Hilary Liftin และได้วางจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ Disney-Hyperion Books ในเดือน มีนาคม 2009, ในหนังสือนั้นมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อกับเธอ, ความคิดเห็นของเธอกับสื่อ, เรื่องด้านความรัก, อนาคตที่เธอใฝ่ฝัน เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาจนกระทั่งมีเธอในวันนี้ “Miles To Go” คว้าอันดับหนึ่งหนังสือขายดีของ New York Times children’s ครั้งแรกที่ได้จัดพิมพ์ไป 1 ล้านเล่มตามที่วางแผน ในเดือนสิงหาคม 2009, ไมลี่ย์ได้ร่วมกับMax Azria ออกแบบเสื้อผ้าสาววัยรุ่น สามารถหาซื้อได้ที่ Walmart เท่านั้น และไมลี่ย์ได้ปล่อย EP: The Time of Our Lives ออกมาร่วมกับเดอะ ลายน์ และ เวลมาร์ท The Line จะมีเสื้อผ้าลายมัดย้อม, ลายปัก และ ลายหมากรุก มีการ วิจารณ์เสื้อผ้าพวกนี้ว่า “เสื้อผ้าพวกนี้ไม่รกรุงรัง ดูมีค่า และน่าถะนุดถนอม แต่ยอมรับว่าเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ได้ขายภายใต้แบรนด์ของ Hannah Montana แต่อย่างใด และคาดว่าจะได้คำตอบรับอย่างดี”

ผลงานด้านการแสดง[แก้]

หนังภาพยนตร์[แก้]

ผลงานทางภาพยนตร์
ปี ชื่อเรื่อง แสดงเป็น เพิ่มเติม
2546 Big Fish ( จอมโวผู้ยิ่งใหญ่ ) Ruthie ตัวประกอบ
2550 High School Musical 2 (มือถือไมค์ หัวใจปิ๊งรัก 2) เด็กผู้หญิงที่สระน้ำ ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2551 Bolt ( ซูเปอร์โฮ่ง ฮีโร่หัวใจเต็มร้อย ) เพ็นนี พากย์เสียง
2551 Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert เป็นตัวเธอเอง ภาพยนตร์คอนเสิร์ต
2552 Hannah Montana: The Movie ไมลี่ย์ สจ๊วต ตัวละครหลัก
2553 The Last Song เวอโรนิก้า "รอนนี่" มิเลอร์ ตัวละครหลัก
2553 Sex and The City 5 เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2554 Justin Bieber: Never Say Never เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ
2555 LOL: Laughing Out Loud โลล่า ตัวละครหลัก
2555 So Undercover มอลลี่ย์ ตัวละครหลัก
2555 Wake เจนี่ ตัวละครหลัก

ซีรีส์โทรทัศน์[แก้]

ซีรีส์ในโทรทัศน์
ปี ชื่อเรื่อง รับบทเป็น เพิ่มเติม
2546 Doc เคลี่ นักแสดงรับเชิญ
2549- 2554 Hannah Montana ไมลี่ย์ สจ๊วด / แฮนน่าห์ มอนทาน่า ตัวละครหลัก
2549 That's So Suite Life of Hannah Montana ไมลี่ย์ สจ๊วด ร่วมแสดงซีรีส์ตอนพิเศษกับซีรีส์ That's So Raven และ The Suite Life of Zack & Cody
2550 The Emperor's New School ย้าต้า พากย์เสียง
2550 2007 Disney Channel Games เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ ดิสนี่ ชาแนล
2550 The Replacements ดาราดัง พากย์เสียง
2551 Studio DC: Almost Live เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ ดิสนี่ ชาแนล
2552 Wizards on Deck with Hannah Montana ไมลี่ สจ๊วด ร่วมแสดงซีรีส์ตอนพิเศษกับซีรีส์ The Suite Life on Deck และ Wizards of Waverly Place
2555 Punk'd เป็นตัวเธอเอง 2 ตอน
2556 Miley: The Movement เป็นตัวเธอเอง สารคดีชีวประวัติส่วนตัว
2556 Styled to Rock เป็นตัวเธอเอง ตอน Miley's Sexy Night Out
2557 MTV Unplugged เป็นตัวเธอเอง รายการพิเศษ
2557 Lindsay เป็นตัวเธอเอง ไมลี่ย์ปรากฏเป็นช่วงๆ

ผลงานเพลง[แก้]

อัลบั้มและซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม[แก้]

อัลบั้มสตูดิโอ[แก้]

  • 2550 : Hannah Montana 2 : Meet Miley Cyrus

- Start All Over (2551)

  • 2551 : Breakout

- 7 Things (2551) - See You Again (2551) - Fly on The Wall (2552)

  • 2553 : Can't Be Tamed

- Can't Be Tamed (2553) - Who Owns My Heart (2553)

  • 2556 : Bangerz

- We Can't Stop (2556) - Wrecking Ball (2556) - Adore You (2557) - Drive (2557)

อัลบั้มพิเศษ (EP)[แก้]

  • 2552 : The Time Of Our Lives

- Party in the U.S.A. (2552) - When I Look at You (2553)

อัลบั้มอื่นๆ[แก้]

  • 2549 : Hannah Montana

- The Best of Both Worlds (2549)

  • 2550 : Hannah Montana 2: Meet Miley Cyrus

- Nobody's Perfect (2550) - Life's What You Make It (2550)

  • 2552 : Hannah Montana: The Movie

- The Climb (2551)

  • 2552 : Hannah Montana 3

- Let's Get Crazy (2552) - He Could Be the One (2552)

  • 2553 : Hannah Montana Forever

- Ordinary Girl (2553)

อัลบั้มสด[แก้]

  • 2551 : Hannah Montana & Miley Cyrus: Best of Both Worlds Concert – CD + DVD
  • 2552 : iTunes Live from London (2009) – EP

ทัวร์คอนเสิร์ต[แก้]

  • 2550 - 2551 : Best of Both Worlds Tour
  • 2552 : Wonder World Tour
  • 2554 : Gypsy Heart Tour
  • 2557 : Bangerz World Tour

อ้างอิง[แก้]

  1. Gina Serpe (May 1, 2008). "Miley Turns Her Back On Destiny". E! Online. สืบค้นเมื่อ 2009-01-29. 
  2. David Hiltbrand (May 14, 2006). "Miley Cyrus braced for Disney stardom". The San Diego Union-Tribune. สืบค้นเมื่อ 2006-10-01. 
  3. "Miley Cyrus biography". สืบค้นเมื่อ 2007-10-20. 
  4. Keith Caulfield and Katie Hasty, "Miley Trumps Sugarland To Lead Billboard 200", Billboard.com, July 31, 2008.
  5. Shawn Adler (September 22, 2008). "‘Hannah Montana: The Movie’ Shifts Release Date. Film Set To Open April 10, 2009". Globofan.org. สืบค้นเมื่อ 2008-12-13. 
  6. Pamela McClintock (February 20, 2008). "Disney unveils 2009 schedule". Variety.com. สืบค้นเมื่อ 2008-04-27. 
  7. "States fight for Hannah Montana movie". CNN. November 23, 2007. สืบค้นเมื่อ 2007-12-11. 
  8. The 2008 TIME 100, Time.
  9. http://www.forbes.com/lists/2008/53/celebrities08_The-Celebrity-100_Rank_2.html