โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท
Wolfgang-amadeus-mozart 1.jpg
โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท (วาดโดย บาร์บารา คราฟต์ ในปี ค.ศ. 1819)
เกิด 27 มกราคม ค.ศ. 1756
อาชีพ นักประพันธ์ดนตรี
คู่สมรส วิตนีย์ ฮิวสตัน
บุตร • ไรมุนด์ เลโอโปลด์ โมซาร์ท
• คาร์ล โทมัส โมซาร์ท
• โยฮันน์ โทมัส เลโอโปลด์ โมซาร์ท
• เทเรเซีย คอนสตันเซีย อะเดลไฮด์ ฟรีเดรีเกอ อันนา มาเรีย โมซาร์ท
• อันนา มาเรีย โมซาร์ท
• ฟรันซ์ ซาแวร์ โวลฟ์กัง โมซาร์ท
บิดามารดา เลโอโปลด์ โมซาร์ท
อันนา มาเรีย แพร์ท
ลายมือชื่อ Wolfgang Amadeus Mozart Signature.svg

วอล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท (เยอรมัน: Wolfgang Amadeus Mozart ภาษาเยอรมัน: [ˈvɔlfɡaŋ amaˈdeus ˈmoːtsaʁt]) 27 มกราคม พ.ศ. 2299 - 5 ธันวาคม พ.ศ. 2334 (ค.ศ. 1756 - 1791) เป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก โมซาร์ทเกิดที่เมืองซาลซ์บูร์ก เขามีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้นรวมทั้งโอเปร่า (ดนตรีซึ่งมีเนื้อเรื่อง) ชื่อ ดอน โจวันนี (Don Giovanni) และ ขลุ่ยวิเศษ (Die Zauberflöte) ปัจจุบันผลงานต่าง ๆ ของเขาได้ถูกนำมาจัดจำหน่ายเป็นสื่อต่าง ๆ มากมาย

ประวัติ[แก้]

วัยเด็ก (ค.ศ. 1756 - ค.ศ. 1772)[แก้]

สถานที่เกิดของโมซาร์ท (Getreidegasse 9, Salzburg, Austria)

โมซาร์ทเป็นบุตรของนักประพันธ์เพลงชาวเยอรมัน เลโอโปลด์ โมซาร์ท (ค.ศ. 1719 - ค.ศ. 1787) รองคาเปลล์ไมสเตอร์ในราชสำนักเจ้าชายอาร์ชบิชอปแห่งซาลซ์บูร์ก กับอันนา มาเรีย แพร์ท (Anna Maria Pert) (ค.ศ. 1720 - ค.ศ. 1778) โวล์ฟกัง อามาเด (โมซาร์ทมักจะเรียกตนเองว่า "Wolfgang Amadè Mozart" ไม่เคยถูกเรียกว่า อมาเดอุส ตลอดช่วงเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ ไม่แม้กระทั่งในรายการบันทึกผู้รับศีลล้างบาป โดยได้รับชื่อละตินว่า "Joannes Chrysostomus Wolfgangus Theophilus Mozart" ) ได้แสดงได้เห็นอัจฉริยภาพทางดนตรี ก่อนวัยอันควร ตั้งแต่อายุสามขวบ เขามีทักษะการฟังที่ยอดเยี่ยม และมีความจำที่แม่นยำ ความสามารถพิเศษยิ่งยวด ทำให้เป็นที่น่าฉงนแก่ผู้คนรอบข้าง และเป็นแรงกระตุ้นให้บิดาของเขา ให้สอนฮาร์ปซิคอร์ดแก่เขา ตั้งแต่อายุห้าขวบ โมซาร์ทน้อยเรียนไวโอลินและออร์แกน เป็นเครื่องดนตรีชิ้นต่อมา ตามด้วยวิชาเรียบเรียงเสียงประสาน เขารู้จักการแกะโน้ตจากบทเพลงที่ได้ยิน และเล่นทวนได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่วัยยังไม่รู้จักอ่านเขียนและนับเลข เมื่ออายุหกขวบ (ค.ศ. 1762) เขาก็แต่งเพลงชิ้นแรกได้แล้ว (เมนูเอ็ต KV.2, 4 และ 5 และ อัลเลโกร KV.3)

ครอบครัวโมซาร์ท เดินทางออกตระเวนแสดงคอนเสิร์ต: เลโอโปลด, โวล์ฟกัง, และแนนเนิร์น

ระหว่าง ค.ศ. 1762 ถึง ค.ศ. 1766 เขาได้เดินทางออกตระเวนแสดงคอนเสิร์ตกับบิดา (ที่เป็นลูกจ้างของซีกิสมุนด์ ฟอน ชรัทเทนบัค (Schrattenbach) เจ้าชายอาร์ชบิชอปแห่งซาลซ์บูร์กในขณะนั้น) และมาเรีย อันนา พี่สาวคนโต (มีชื่อเล่นว่า "แนนเนิร์น" เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1751) พวกเขาเปิดการแสดงในนครมิวนิคเป็นแห่งแรก ตามมาด้วยกรุงเวียนนา ก่อนที่จะออกเดินสายครั้งใหญ่ทั่วทวีปยุโรป ซึ่งเริ่มตั้งแต่ มิวนิค ออกสบูร์ก มันน์ไฮม์ แฟรงค์เฟิร์ต บรัสเซล ปารีส ลอนดอน เฮก อัมสเตอดัม ดิจง ลียง เจนีวา โลซาน) การแสดงของเขาประทับใจผู้ชมเป็นอย่างมาก และยังทำให้เขาได้พบกับแนวดนตรีใหม่ๆอีกด้วย เขาได้พบกับนักดนตรีสามคนที่ต้องจดจำเขาไปตลอดชีวิต อันได้โยฮัน โชเบิร์ต ที่กรุงปารีส โยฮันน์ คริสเตียน บาค (บุตรชายคนรองของ โยฮันน์ เซบัสเตียน บัค) ที่กรุงลอนดอน และเบอร์นัว แมร์ล็องผู้ซึ่งไม่เป็นที่รู้จัก ที่เมืองปาดู แมร์ล็องนี่เองที่ทำให้โมซาร์ทได้ค้นพบ เปียโนฟอร์ท ที่ถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 และโอเปร่าในแบบของชาวอิตาเลียน แมร์ล็องยังได้สอนให้เขาแต่งซิมโฟนีอีกด้วย เมื่อปี ค.ศ. 1767โมซาร์ทได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่องแรก ตั้งแต่อายุได้ 11 ปี ชื่อเรื่อง อพอลโล กับ ไฮยาซิน (K.38) เป็นบันเทิงคดีภาษาละติน ที่แต่งให้เปิดแสดงโดยคณะนักเรียน ของโรงเรียนมัธยม ที่ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยแห่งเมืองซัลสบูร์ก เมื่อเขาเดินทางกลับถึงประเทศออสเตรีย เขาได้เดินทางไปยังกรุงเวียนนาบ่อยครั้ง และได้แต่งโอเปร่าสองเรื่องแรก ได้แก่ นายบาสเตียน กับ นางบาสเตียน และ ลา ฟินตา ซ็อมปลิซ ตลอดช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1768 เมื่อมีอายุได้ 12 ปี

ภาพเขียนแสดงโมซาร์ทในวัยเด็ก

ในปีถัดมา เขาได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าชายอาร์คบิชอป ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคอนเสิร์ต บิดาของเขาได้ขอลาพักงาน โดยไม่รับเงินเดือนเพื่อพาเขาไปท่องเที่ยวที่ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1769 ถึง ค.ศ. 1773 โมซาร์ทได้เดินทางไปประเทศอิตาลีหลายครั้งเพื่อไปศึกษาเกี่ยวกับโอเปร่า อันเป็นรูปแบบดนตรีที่เขาใช้ประพันธ์ การแต่งงานของฟิกาโร (Le Nozze di Figaro) ,ดอน โจวานนี ,โคสิ ฟาน ตุตเต้ ,ขลุ่ยวิเศษ (Die Zauberflöte) ฯลฯ เขาสามารถนำเสียงดนตรีอันสูงส่งเหล่านี้ออกมาสู่โลกได้ จากใส่ใจในความกลมกลืนของเสียงร้อง และ ความสามารถในการควบคุมเสียง อันเกิดจากเครื่องดนตรีหลากชิ้น

โชคไม่ดีที่ ในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1771 เจ้าชายอาร์ชบิชอปซีกิสมุนด์ ฟอน ชรัทเทนบัคสิ้นพระชนม์ เจ้าชายอาร์ชบิชอปฮีโรนือมุส ฟอน คอลโลเรโดได้กลายมาเป็นนายจ้างคนใหม่ของเขา

รับใช้ราชสำนักซาลซ์บูร์ก (ค.ศ. 1773 - ค.ศ. 1781)[แก้]

โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท

โมซาร์ทไม่มีความสุขที่บ้านเกิดของเขา เนื่องจากนายจ้างใหม่ไม่ชอบให้เขาออกไปเดินทางท่องเที่ยว และยังบังคับรูปแบบทางดนตรี ที่เขาได้ประพันธ์ให้กับพิธีทางศาสนา เมื่อมีอายุได้ 17 ปี เขาไม่ยินดีที่จะยอมรับข้อบังคับนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาร์ชบิชอป เสื่อมถอยลงในอีกสามปีต่อมา โชคดีที่เขาได้รู้จักกับโยเซฟ ไฮเดิน ซึ่งก็ได้มาเป็นเพื่อนโต้ตอบทางจดหมาย และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดชีวิต

"ข้าต้องการพูดต่อหน้าพระเจ้า ในฐานะชายผู้ซื่อสัตย์ บุตรชายของท่านเป็นคีตกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักเป็นการส่วนตัวหรือรู้จักเพียงในนาม เขามีรสนิยม และนอกเหนือจากนั้น เป็นศาสตร์ทางการประพันธ์ดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"
ในจดหมายที่ โยเซฟ ไฮเดิน เขียนถึง เลโอโปลด์ โมซาร์ท


"มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้จักเคล็ดลับที่จะทำให้ข้าหัวเราะ และสัมผัสจิตวิญญาณส่วนที่อยู่ลึกสุดของข้าเอง"
วอล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท กล่าวถึงโยเซฟ ไฮเดิน


ในปีค.ศ. 1776 โมซาร์ทมีอายุได้ 20 ปี และได้ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองซาลซ์สบูร์ก อย่างไรก็ดีเจ้าชายอาร์ชบิชอปได้ปฏิเสธไม่ให้บิดาของเขาไปด้วย และบังคับให้เขาลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการคอนเสิร์ต หลังจากการเตรียมการเป็นเวลาหนึ่งปี โมซาร์ทได้จากไปพร้อมกับมารดา โดยเดินทางไปยังนครมิวนิคเป็นแห่งแรก ที่ซึ่งเขาหาตำแหน่งงานไม่ได้ จากนั้นจึงไปที่เมืองเอาก์สบูร์ก และท้ายสุดที่มันน์ไฮม์ ที่ซึ่งเขาได้ทำความรู้จักกับนักดนตรีมากมาย อย่างไรก็ดี แผนการที่จะหาตำแหน่งงานของเขาไม่เป็นผลสำเร็จ ในระหว่างนั้นเองที่เขาได้ตกหลุมรักอลอยเซีย วีเบอร์ นักเต้นระบำแคนตาตาสาวอย่างหัวปักหัวปำ ที่ทำให้บิดาของเขาโกรธมาก และขอให้เขาอย่าลืมอาชีพนักดนตรี โมซาร์ทมีหนี้สินล้นพ้นตัว เขาเริ่มเข้าใจว่าจะต้องออกหางานทำต่อไป และออกเดินทางไปยังกรุงปารีสในเดือนมีนาคม ปีค.ศ. 1778

เป็นอิสระที่กรุงเวียนนา (ค.ศ. 1782-ค.ศ. 1791)[แก้]

คอนสแตนซ์ วีเบอร์ ภรรยาของโมซาร์ท

ในปีค.ศ. 1781โมซาร์ทเดินทางไปยังกรุงเวียนนากับเจ้าชายอาร์ชบิชอปฟอน คอลโลเรโด ผู้ได้เลิกจ้างโมซาร์ทที่เวียนนา โมซาร์ทจึงตั้งรากฐานอยู่ที่เวียนนา เมื่อเห็นว่าชนชั้นสูงเริ่มชอบใจในตัวเขา และในปีเดียวกันนั้น โมซาร์ทได้แต่งงานกับคอนสแตนซ์ วีเบอร์ (นักร้อง(โซปราโน) ซึ่งเป็นน้องสาวของ อลอยเซีย วีเบอร์ ซึ่งโมซาร์ทเคยหลงรัก) โดยที่บิดาของโมซาร์ทไม่เห็นด้วยกับงานวิวาห์นี้ โมซาร์ทและคอนสแตนซ์มีลูกด้วยกันถึงหกคน ซึ่งเพียง 2 คนรอดพ้นวัยเด็ก

ปีค.ศ. 1782เป็นปีที่ดีสำหรับโมซาร์ท โอเปร่าเรื่อง Die Entführung aus dem Serail ประสบความสำเร็จอย่างมาก และโมซาร์ทก็ได้แสดงคอนเสิร์ต ชุดที่เขาเล่นในเปียโนคอนแซร์โตของเขาเอง

ระหว่างปีค.ศ. 1782 - ค.ศ. 1783 โมซาร์ทได้รับอิทธิพลจากผลงานของบราค และแฮนเดลผ่านบารอนก็อตตเฟร็ด วอน สวีเทน(Baron Gottfried van Swieten) แนวเพลงของโมซาร์ทจึงได้รับอิทธิพลจากยุคบารอคตั้งแต่นั้นมา อย่างที่เห็นได้ชัดในท่อนฟิวก์ของ ขลุ่ยวิเศษ และซิมโฟนี หมายเลข 41

ในช่วงนี้เองโมซาร์ทได้มารู้จักและสนิทสนมกับโยเซฟ ไฮเดิน โดยทั้งสองมักจะเล่นในวงควอเตทด้วยกัน และโมซาร์ทก็ยังเขียนควอเตทถึงหกชิ้นให้เฮเด้น เฮเด้นเองก็ทึ่งในความสามารถของโมซาร์ท และเมื่อได้พบกับลีโอโปล์ด พ่อของโมซาร์ท ได้กล่าวกับเขาว่า "ต่อหน้าพระเจ้าและในฐานะคนที่ซื่อสัตย์ ลูกของท่านเป็นนักประพันธ์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้พบหรือได้ยิน เขามีรสนิยม และมากกว่านั้น เขามีความรู้เรื่องการประพันธ์" เมื่อโมซาร์ทอายุมากขึ้น เขาก็ได้รับอิทธิพลจากนักปราชญ์แห่งศตวรรษที่ 18 และเป็นฟรีเมสันที่อยู่ในสาขาโรมัน คาทอลิค โอเปร่าสุดท้ายของโมซาร์ทแสดงถึงอิทธิพลฟรีเมสันนี้

ชีวิตของโมซาร์ทมักพบกับปัญหาทางการเงินและโรคภัยไข้เจ็บ โมซาร์ทย่อมไม่ได้รับค่าจ้างสำหรับงานของเขา และเงินที่เขาได้รับนั้นก็ถูกผลาญด้วยวิถีชีวิตที่หรูหราอลังการ

โมซาร์ทใช้ชีวิตในช่วงปีค.ศ. 1786 ที่กรุงเวียนนาในอพาร์ตเมนท์ที่จนถึงวันนี้ยังสามารถเข้าชมได้ที่ดอมกาส 5 (Domgasse 5)หลังโบสถ์เซนต์สตีเฟน (St. Stephen's Cathedral) โมซาร์ทประพันธ์ การแต่งงานของฟิกาโร และ Don Giovanni ณ ที่แห่งนี้

บั้นปลายชีวิต[แก้]

บั้นปลายและการเสียชีวิตของโมซาร์ทยังคงเป็นเรื่องที่หาข้อสรุปยากสำหรับนักวิชาการ เพราะมีทั้งตำนานและเรื่องเล่าแต่ขาดหลักฐาน มีทฤษฏีหนึ่งสันนิษฐานว่าสุขภาพของโมซาร์ทเริ่มแย่ลงทีละเล็กทีละน้อย และโมซาร์ทเองก็รับรู้สภาพนี้ซึ่งปรากฏขึ้นในงานประพันธ์ของเขา แต่นักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยอ้างถึงจดหมายที่โมซาร์ทเขียนถึงครอบครัว ที่ยังมีทัศนะคติที่สดใส และปฏิกิริยาของครอบครัวเมื่อได้ข่าวเรื่องการเสียชีวิตของโมซาร์ท การเสียชีวิตของโมซาร์ทยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ใบมรณภาพของโมซาร์ทบันทึกไว้ว่าเขาเสียชีวิตเพราะ"ไข้ไทฟอยด์" และมีทฤษฎีมากมายที่พยายามอธิบายการเสียชีวิตให้ละเอียดมากขึ้น

โมซาร์ทเสียชีวิตในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 5 เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 1791 ในขณะที่เขากำลังประพันธ์เพลงเรเควียม ที่ประพันธ์ไม่เสร็จ ตามตำนานที่เล่าลือ โมซาร์ทตายโดยที่ไม่เหลือเงินและถูกฝังในหลุมศพของคนอนาถา ร่างของโมซาร์ทถูกฝังอย่างเร่งรีบในที่ฝังศพสาธารณะ เพราะระหว่างที่นำศพไปนั้นเกิดมีพายุแรงและฝน ลูกเห็บตกอย่างหนัก ทำให้หีบศพถูกหย่อนไว้ร่วมกับศพคนยากจนอื่นๆ ไม่มีเครื่องหมายใดว่านี่คือศพของโมซาร์ท

แต่ข้อเท็จจริงก็คือ โมซาร์ทไม่เป็นที่นิยมชมชอบอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป เขายังคงมีงานที่มีรายได้ดีจากราชสำนัก และยังได้รับเงินอุดหนุนจำนวนมากจากส่วนอื่นๆของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรุงปราก ยังมีจดหมายขอความช่วยเหลือทางการเงินของโมซาร์ทหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเขาจนเพราะรายจ่ายเกินรายรับ ศพของเขาไม่ได้ถูกฝังในหลุมฝังศพรวม แต่ในสุสานของชุมชนตามกฎหมายของปีค.ศ. 1783 แม้ว่าหลุมศพดั้งเดิมในสุสานเซนต์มาร์กจะหายไป แต่ก็มีป้ายหลุมศพที่ตั้งไว้เป็นอนุสรณ์สถานในเซนทรัลไฟรด์ฮอฟ

ในปีค.ศ. 1809 คอนสแตนซ์ได้แต่งงานใหม่กับจอร์จ นีโคเลาส์ ฟอน นีสเสน นักการทูตชาวเดนมาร์ก (ชาตะค.ศ. 1761 มรณะค.ศ. 1826) ผู้ซึ่งหลงใหลคลั่งใคล้ในตัวโมซาร์ทอย่างมาก ถึงกับแต่งเรื่องราวเกินจริงจากจดหมายของโมซาร์ท และแต่งชีวประวัติของคีตกวีเอกอีกด้วย

โมซาร์ทมีชีวิตอยู่ตรงกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยอยุธยา และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมัยรัตนโกสินทร์

ผลงานชิ้นเอก[แก้]

คาตาล็อกเคอเชล (Köchel catalogue)[แก้]

ในปีภายหลังการเสียชีวิตของโมซาร์ท ได้มีความพยายามหลายครั้งที่จะจัดเรียงบัญชีผลงานของโมซาร์ท และเป็นลุดวิก ฟอน เคอเชล (Ludwig von Köchel) ที่ประสบความสำเร็จ และในปัจจุบันผลงานของโมซาร์ทมักจะมีตัวเลขของเคอเชลติดกำกับอยู่ อย่างเช่น"เปียโนคอนแชร์โตในบันไดเสียงเอเมเจอร์" มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "K. 488" หรือ "KV 488" ได้มีการดัดแปลงคาตาล็อกนี้เป็นจำนวน 6 ครั้งด้วยกัน

เพลงสวด[แก้]

  • Grande messe en ut mineur KV.427 (1782-83, เวียนนา), แต่งไม่จบ
  • Krönungsmesse (พิธีมิซซาเพื่อขึ้นครองราชย์) en ut majeur KV.317 (1779)
  • Requiem en ré mineur KV.626 (1791, เวียนนา), แต่งไม่จบ
  • Veni sancte spiritus KV.47
  • Waisenhaus-Messe KV.139
  • Ave verum corpus KV.618

อุปรากร[แก้]

  • Die Schuldigkeit des ersten Gebotes (ความผูกมัดของบัญญัติข้อที่หนึ่ง, KV 35, 1767, ซัลสบูร์ก)
  • Apollo et Hyacinthus (อพอลโลและไฮยาซินท์, KV 38, 1767, ซัลสบูร์ก)
  • Bastien und Bastienne (บาสเตียนและบาสเตียนเน่, KV 50, 1768, เบอร์ลิน)
  • La finta semplice (ผู้โง่เขลาจอมปลอม, KV 196, 1775, มิวนิก)
  • Mitridate, re di Ponto (ไมทริตาตี ราชาแห่งปอนตุส, KV 87, 1770, มิลาน)
  • Ascanio in Alba (อัสคานิโอในอัลบา, KV 111, 1771, มิลาน)
  • Il sogno di Scipione (ฝันของสคิปิโอเน่, KV 126, 1772, ซัลสบูร์ก)
  • Lucio Silla (ลูชิโอ ซิลล่า, KV 135, 1772, มิลาน)
  • La finta giardiniera (คนสวนจอมปลอม, KV 196, 1775, มิวนิก)
  • Il re pastore (ราชาแห่งท้องทุ่ง, KV 208, 1775, ซัลสบูร์ก)
  • Thamos, König in Ägypten (ธามอส ราชาแห่งอียิปต์, KV 345, 1776, ซัลสบูร์ก)
  • Zaide (ไซเดอ, KV 344, แต่งไม่จบ)
  • Idomeneo (อิโดเมเนโอ ราชาแห่งครีต, KV 366, 1781, มิวนิก)
  • Die Entführung aus dem Serail (การลักพาตัวจากฮาเร็ม, KV 384, 1782, เวียนนา)
  • L'oca del Cairo (ห่านแห่งไคโร, KV 422, แต่งไม่จบ)
  • Lo sposo deluso (บ่าวผู้ถูกลวง, KV 430, แต่งไม่จบ)
  • Der Schauspieldirektor (ผู้กำกับการแสดง, KV 486, 1786, เวียนนา)
  • Le nozze di Figaro (งานแต่งงานของฟิกาโร, KV 492, 1786, เวียนนา)
  • Don Giovanni (ดอน โจวานนี, KV 527, 1787, ปราก)
  • Così fan tutte (โคสิ ฟาน ตุตเต้, KV 588, 1790, เวียนนา)
  • La Clemenza di Tito (ความเมตตาของติโต, KV 621, 1791, ปราก)
  • Die Zauberflöte (ขลุ่ยวิเศษ, KV 620, 1791, เวียนนา)

ซิมโฟนี[แก้]

  • Symphonie en fa majeur KV.75
  • Symphonie en fa majeur KV.76
  • Symphonie en fa majeur KV.Anh.223
  • Symphonie en ré majeur KV.81
  • Symphonie en ré majeur KV.95
  • Symphonie en ré majeur KV.97
  • Symphonie en si bémol majeur KV.Anh.214
  • Symphonie en si bémol majeur KV.Anh.216
  • Symphonie en sol majeur «Old Lambach» (2e édition) KV.Anh.221
  • Symphonie en ut majeur KV.96
  • Symphonie No 1 en mi b majeur KV.16 (1764-1765)
  • Symphonie No 4 en ré majeur KV.19
  • Symphonie No 5 en si bémol majeur KV.22
  • Symphonie No 6 en fa majeur KV.43
  • Symphonie No 7 en ré majeur KV.45
  • Symphonie No 8 en ré majeur KV.48
  • Symphonie No 9 en ut majeur KV.73
  • Symphonie No 10 en sol majeur KV.74
  • Symphonie No 11 en ré majeur KV.84
  • Symphonie No 12 en sol majeur KV.110
  • Symphonie No 13 en fa majeur KV.112
  • Symphonie No 14 en la majeur KV.114
  • Symphonie No 15 en sol majeur KV.124
  • Symphonie No 16 en ut majeur KV.128
  • Symphonie No 17 en sol majeur KV.129
  • Symphonie No 18 en fa majeur KV.130 (1772)
  • Symphonie No 19 en mi bémol majeur KV.132
  • Symphonie No 20 en ré majeur KV.133
  • Symphonie No 21 en la majeur KV.134 (1772)
  • Symphonie No 22 en do majeur KV.162 (1773)
  • Symphonie No 23 en ré majeur KV.181
  • Symphonie No 24 en si bémol majeur KV.182
  • Symphonie No 25 en sol mineur KV.183 (1773, Salzbourg)
  • Symphonie No 26 en mi bémol majeur KV.184
  • Symphonie No 27 en sol majeur KV.199
  • Symphonie No 28 en ut majeur KV.200
  • Symphonie No 29 en la majeur KV.201 (1774)
  • Symphonie No 30 en ré majeur KV.202
  • Symphonie No 31 en ré majeur «Paris» KV.297
  • Symphonie No 32 en sol majeur KV.318
  • Symphonie No 33 en ré bémol majeur KV.319
  • Symphonie No 34 en ut majeur KV.338
  • Symphonie No 35 en ré majeur «Haffner» KV.385 (1782)
  • Symphonie No 36 en ut majeur «Linz» KV.425
  • Symphonie No 38 en ré majeur «Prague» KV.504 (1786, Vienne)
  • Symphonie No 39 en mi bémol majeur KV.543 (1788, Vienne)
  • Symphonie No 40 en sol mineur KV.550 (1788, Vienne)
  • Symphonie No 41 en do majeur «Jupiter» KV.551 (1788, Vienne)

คอนแชร์โต้[แก้]

  • Concertos pour flûte N°1 et 2 KV. 313 et 314 (1778, Mannheim)
  • Concerto pour flûte et harpe en do majeur KV.299 (1778, Paris)
  • Concerto pour cor No 1 en ré KV.412 (1782)
  • Concerto pour cor No 2 en mi dièse KV.417 (1783)
  • Concerto pour cor No 3 en mi bémol KV.447 (1783-1787)
  • Concerto pour clarinette en la majeur KV.622 (1791, Vienne)
  • Concerto pour basson en si bémol KV.191 (1774)
  • Concerto pour violon et orchestre No 1 en si bémol majeur KV.207
  • Concerto pour violon et orchestre No 3 en sol majeur KV.216
  • Concerto pour violon et orchestre No 5 en la majeur KV.219
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 1 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 37
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 2 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 39
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 3 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 40
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 4 บันไดเสียง จี เมเจอร์ KV 41
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 5 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 175
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 6 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 238
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนสามตัวและวงออเคสตร้า หมายเลข 7 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 242
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 8 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ (Lützow) KV 246
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 9 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ (Jeunehomme) KV 271
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนสองตัวและวงออเคสตร้า หมายเลข 10 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ KV 365
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 11 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 413
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 12 บันไดเสียง เอ เมเจอร์ KV 414
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 13 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ KV 415
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 14 บันไดเสียง อี เมเจอร์ KV 449
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 15 บันไดเสียง บี เมเจอร์ KV 450
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 16 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ KV 451
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 17 บันไดเสียง จี เมเจอร์ KV 453
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 18 บันไดเสียง บี เมเจอร์ KV 456
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 19 บันไดเสียง เอฟ เมเจอร์ KV 459
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 20 บันไดเสียง ดี ไมเนอร์ KV 466
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 21 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ (Elvira Madigan) KV 467
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 22 บันไดเสียง อี แฟลต เมเจอร์ KV 482
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 23 บันไดเสียง เอ เมเจอร์ KV 488
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 24 บันไดเสียง ซี ไมเนอร์ KV 491
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 25 บันไดเสียง ซี เมเจอร์ KV 503
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 26 บันไดเสียง ดี เมเจอร์ (Coronation) KV 537
  • คอนแชร์โต้สำหรับเปียโนและวงออเคสตร้า หมายเลข 27 บันไดเสียง บี แฟลต เมเจอร์ KV 595

แชมเบอร์มิวสิก[แก้]

  • Sonate pour violon et piano en ut majeur KV.296
  • Quatuors dédiés à Haydn :
    • Quatuor en sol majeur KV.387 (1782, Vienne)
    • Quatuor en ré mineur KV.421 (1783, Vienne)
    • Quatuor en mi bémol majeur KV.428 (1783, Vienne)
    • Quatuor en si bémol majeur «la chasse» KV.458 (1784, Vienne)
    • Quatuor en la majeur KV.464 (1785, Vienne)
    • Quatuor en do majeur «les dissonances» KV.465 (1785, Vienne)
  • Quatuors avec piano :
    • Quatuor avec piano n°1 en sol mineur KV.478 (1785)
    • Quatuor avec piano n°2 en mi bémol majeur KV.493 (1786)
  • Trio «Les Quilles» en mi bémol majeur pour piano, clarinette, et violon KV.498 (1786, Vienne)
  • Quintette avec clarinette en la majeur KV.581 (1789, Vienne)
  • Sérénade : Une petite musique de nuit KV.525 (1787, Vienne)

มีเดีย[แก้]

Orchestral

Vocal

Piano

อื่นๆ[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Barry, Barbara R (2000). The Philosopher's Stone: Essays in the Transformation of Musical Structure. Hillsdale, New York: Pendragon Press. ISBN 1-57647-010-5. OCLC 466918491.
  • Deutsch, Otto Erich (1965). Mozart: A Documentary Biography. Peter Branscombe, Eric Blom, Jeremy Noble (trans.). Stanford: Stanford University Press. ISBN 978-0-8047-0233-1. OCLC 8991008.
  • Einstein, Alfred (1965). Mozart: His Character, His Work. Galaxy Book 162. Arthur Mendel, Nathan Broder (trans.) (6th ed.). New York City: Oxford University Press. ISBN 0-304-92483-0. OCLC 456644858.