โรงเรียนสัตยาไส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โรงเรียนสัตยาไส เป็นโรงเรียนประจำ เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535[ต้องการอ้างอิง] โดยเปิดตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนสัตยาไส มี 53 ประเทศทั่วโลก ภายใต้มูลนิธิสัตยาไส ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด ที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียน ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 2 ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่เศษ เป็นธรรมชาติ ป่าเขา หนองบึง สงบ ร่มรื่น มีนักเรียน 352 คน ครู 49 คน อัตราส่วนครูต่อนักเรียน 1 : 6 โดยประมาณ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 จำนวน 12 ห้องเรียน ห้องเรียนละไม่เกิน 30 คน เป็นโรงเรียนประจำ นักเรียนพักค้างภายในโรงเรียน รับประทานอาหารมังสวิรัติของทางโรงเรียน ยกเว้นนักเรียนชั้นอนุบาลไป-กลับ และรับเฉพาะเด็กบ้านใกล้โรงเรียนโรงเรียนสัตยาไส สำหรับในระดับมัธยมปลาย มีสาย วิทย์-คณิต ศิลป์-ภาษา(อังกฤษ,ญี่ปุ่น,จีน) และจะเปิดสอนในสายอื่นๆ ตามลำดับ มี Summer เพื่อให้นักเรียนได้เลือกประเทศที่ต้องการและไปอยู่กับ Hostfamily แลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม

โรงเรียนแห่งนี้อยู่ภายใต้กฎ "ความรัก ความเมตตา" โดยเด็กนักเรียนและคุณครูอยู่ในโรงเรียนเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ ทุกคนดูแลช่วยเหลือกัน มีอาจารย์แลกเปลี่ยนจากต่างประเทศมาสอนภาษา ทางโรงเรียนได้เน้นให้เด็กนักเรียนเป็นคนดี ไม่ได้เน้นให้เป็นคนเก่งเพียงอย่างเดียว เพื่อเด็กจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต สังคมต้องการคนดีและคนเก่งควบคู่กันไป

ปรัชญาของโรงเรียน

“ปลายทางการศึกษา คือ อุปนิสัยที่ดีงาม”

วัตถุประสงค์ของโรงเรียน

เพื่อให้นักเรียนเจริญเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความเป็นเลิศทางคุณธรรม วิชาการและกีฬา สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข

วิสัยทัศน์ของโรงเรียน

เด็กจะได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้มีความรัก ความเมตตากรุณา มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ สุจริต กล้าหาญ กตัญญู มั่นใจในตนเอง รู้จักคิด เสียสละ มีระเบียบวินัย ปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างผู้มีความรับผิดชอบ และรักวัฒนธรรมไทย

สาระสำคัญที่ได้รับ

1. ด้านหลักสูตร

1.1 ใช้หลักสูตรสถานศึกษาโดยยึดมาตรฐานแกนกลาง มีการเรียนรู้สาระครบทั้ง 8 สาระ

1.2 เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้อีก 1 กิจกรรมคือกิจกรรมทักษะชีวิต

2. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

โรงเรียนสัตยาไส ใช้หลัก “Educare” โดยมุ่งดึงสิ่งที่ดีจากนักเรียน ตั้งคำถามที่ดีและสร้างสรรค์ โน้มนำให้สวดมนต์ ปฏิบัติสมาธิ ระลึกถึงบุญคุณของผู้อื่น บุญคุณของสรรพสิ่ง มีความนอบน้อม มีความเคารพ มีความเมตตากรุณา ฯลฯ อยู่เป็นปกตินิสัย

“คุณธรรม 5 ประการ” ซึ่งถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและดำเนินกิจกรรมทั้งหลายในโรงเรียนสัตยาไส คือ 1. เปรมา (ความรักความเมตตา) 2. สัตยา (ความจริง) ((สัตยาไสย = มารดาแห่งความจริง)) 3. ธรรมา (การประพฤติชอบ) 4. สันติ (ความสงบสุข) 5. อหิงสา (การไม่เบียดเบียน)

และมีเป้าหมายในการจัดการศึกษาตามอักษรย่อที่รวมกันเป็นคำว่า “EDUCATION” คือ 1. Enlightenment (การรู้แจ้ง) 2. Duty and Devotion (การปฏิบัติหน้าที่และการเสียสละอุทิศตน) 3. Understanding (ความเข้าใจถ่องแท้) 4. Character (อุปนิสัยที่ดีงาม) 5. Action (การนำความรู้ไปปฏิบัติ) 6. Thanking (การมีใจกตัญญูรู้คุณ) 7. Integrity (ความมีเกียรติ) 8. Oneness (ความมีใจสมาน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) 9. Nobility (ความสง่างาม)

โรงเรียนใช้หลักการ “การเรียนรู้โดยนักเรียนเป็นศูนย์กลาง” และ “การเรียนรู้แบบ บูรณาการ” เช่น ให้นักเรียน (เริ่มแต่ชั้นอนุบาล) ร่วมกำหนดหัวข้อที่จะเรียนรู้ แล้วครูเป็น ผู้เอื้ออำนวย (ไม่ใช่สอน) ให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้จากการได้ปฏิบัติ ได้เห็นได้ฟัง ได้สัมผัส ได้ทดลอง ได้คิด อย่างเหมาะสม ทำให้เด็กเป็นคนเก่งคนดี ในส่วนของการเรียนรู้อย่างบูรณาการก็มีตัวอย่างของการ “บูรณาการการเรียนรู้ เรื่อง สุขกาย สบายใจ” ซึ่งนักเรียนชั้น ม. 1 - 3 เรียนด้วยกัน เริ่มต้นด้วยการนั่งสมาธิร่วมกัน แล้วแบ่งเป็น 4 กลุ่ม แยกย้ายไปเรียนรู้ไปตามฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน กลับมารวมกันในช่วงท้าย แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการเรียนรู้จากแต่ละฐานพร้อมอภิปราย แล้วจบด้วยการทำสมาธิ แผ่เมตตา และทำความเคารพ

สำหรับสาระที่มีการเรียนรู้จากแต่ละฐาน ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม ได้แก่

1. ภาษาไทย (เรียนรู้มารยาทในการสนทนาเพื่อให้ผู้อื่นรู้สึกดี)

2. สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม (เรียนรู้เรื่องคุณธรรมกับการดำรงชีวิต)

3. ดนตรี (ขับร้องเพลง Think good – Speak good – Do good)

4. คณิตศาสตร์ (เรียนรู้เรื่องปริมาณ)

5. วิทยาศาสตร์ (เรียนรู้เรื่องสารเสพติดประเภทต่างๆและผลกระทบต่อระบบในร่างกาย)

6. การงาน อาชีพ และเทคโนโลยี (เรียนรู้การทำน้ำผลไม้ อาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย)

7. สุขศึกษา และพลศึกษา (เรียนรู้ประโยชน์ของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่ดีพร้อมสำหรับวัยที่กำลังเจริญเติบโต)

8. ภาษาต่างประเทศ (เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษจากบทเพลงและกิจกรรมคุณค่าความเป็น มนุษย์)

โรงเรียนสัตยาไสได้นำหลัก “ศีล สมาธิ ปัญญา” มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เน้น “ความรักความเมตตา” และ “คุณธรรม” โดยบูรณาการเข้าไปในการเรียนการสอนและกิจกรรมทั้งหลาย เช่น ก่อนรับประทานอาหาร จะมีการสวดมนต์ ขอบคุณพ่อแม่ ครู ธรรมชาติ โดยมีนักเรียนเป็นผู้นำ นักเรียนทุกคนกล่าวถ้อยคำ “ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง .....” ตามด้วย การพูดเป็นภาษาอังกฤษ (เด็กอนุบาลก็พูดอย่างนี้ ทั้งสองภาษา)

หลักการสอนของโรงเรียน เน้นหลัก 3 H คือ Head = สมอง Heart = หัวใจ Hand = การกระทำ การเรียนการสอนเริ่มจากความคิดดี คิดด้านบวกแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นการกระทำ ที่ดีเวลาพูดก็พูดจากใจ การสอนคุณธรรมสอนผ่านนิทานคุณธรรม

3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จัดกิจกรรมโฮมรูมในห้องจริยธรรม หรือห้องสวดมนต์ เรียกว่า กิจกรรมคุณค่าของความเป็นมนุษย์จัดทุกวัน วันละ 50 นาที ในเวลา 08.00 – 08.50 น. ซึ่งดำเนินการโดย ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ช่วงนี้จัดได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของนักเรียน รายละเอียดของกิจกรรม คือ การไหว้พระ สวดมนต์นั่งสมาธิ ฟังการอบรมคุณธรรมจริยธรรม มีเกมและกิจกรรมต่างๆ หลากหลาย สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมในทุกสาระการเรียนรู้ สอนทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกัน นักเรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพของตน ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมชมรมตามความสนใจ ฝึกให้นักเรียนรู้จักคิด วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล เพื่อเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ นักเรียนจึงกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น เน้นการเรียนการสอนแบบโครงงานตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษา มีแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างเพียงพอต่อนักเรียน มีครู เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เป็นกัลยาณมิตร ให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยครูจะเป็นที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความอบอุ่นมีความรัก ความผูกพันต่อกัน

4. บทบาทของครู เป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ครูไม่เป็นผู้สอน แต่ครูเป็นแบบอย่างและพยายามดึงความดีออกมาจากนักเรียนใช้วิธีจัดการเรียนรู้แบบ “ร่วมมือกัน” ไม่ใช่แบบ “แข่งขันกัน” ให้นักเรียนมีบทบาทในการเลือกว่าจะเรียนอะไร เรียนที่ไหน และเรียนอย่างไร เป็นต้น

ครูของโรงเรียน รวมทั้งผู้บริหาร มีกฎอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกคือ เป็นตัวอย่างที่ดี ข้อสองคือ ถ้าจำข้อหนึ่งไม่ได้ให้กลับไปดูข้อหนึ่งใหม่ ครูจะอยู่ร่วมกับเด็กและปฏิบัติตนประหนึ่งแม่ของเด็กๆที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา

5. ชาวต่างชาติศึกษาดูงาน การศึกษาดูงานจากโรงเรียนสัตยาไส นอกจากคณะครูโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศไทยได้มาศึกษาดูงานแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ เพราะโรงเรียนนี้ได้จัดการเรียนการสอนเป็นสองภาษา จึงทำให้โรงเรียนประสบความสำเร็จ ชาวต่างชาติจึงให้ความสนใจ มาศึกษาดูงาน พักในโรงเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และยังช่วยสอนภาษาอังกฤษและให้การสนับสนุน ในเรื่องของทุนการศึกษาแก่โรงเรียนด้วย

6. ด้านการบริหารจัดการ โรงเรียนมีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย และนโยบายในการจัดการศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เน้นคุณธรรมจริยธรรมนำหน้าวิชาการ รูปแบบการจัดโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำกินนอน มูลนิธิสัตยาไส เป็นผู้บริจาคเงินให้แก่โรงเรียนในการดำเนินกิจการ โรงเรียนไม่เก็บค่าเล่าเรียน แต่เก็บค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน เช่น ค่าอาหาร ค่าซักรีด ฯลฯ คนละ 13,000 บาทต่อเทอม

7. ผลผลิต นักเรียนที่สัตยาไส มีคุณธรรมและความรู้ เพราะนักเรียนโรงเรียนสัตยาไส มีวินัย พึ่งพาตนเอง จากการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ร้อยละ 100 เกินเป้าหมายที่เขตพื้นที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ

การนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโรงเรียน

1. ด้านหลักสูตร ควรจะเพิ่มกิจกรรมทักษะชีวิตเข้าไปทุกกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระ

2. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน สอนแบบบูรณาการ จัดให้การเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น นำหลักการจัดกิจกรรมที่สอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล คิดเป็น พูดเป็น กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควรไปใช้ในโรงเรียน ปลูกฝังให้นักเรียน ฝึกให้เห็นคุณค่าแห่ง ความเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีอุปนิสัยที่ดีงาม ฝึกการเป็นผู้นำให้กับนักเรียน

3. บทบาทของครู เป็นกัลยาณมิตร มีความเอื้ออาทรเป็นแบบอย่างที่ดี การส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนตามศักยภาพอย่างสูงสุด

4. การจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและห้องเรียน ให้เป็นธรรมชาติ และสงบร่มเย็น ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

5. การบริหารจัดการศึกษา ผู้บริหาร ครู และชุมชนต้องร่วมมือกัน

ข้อคิด สิ่งที่ได้จากการศึกษาดูงานและสามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที

1. การนำนิทานคุณธรรมมาพัฒนานักเรียน นิทานที่เรามีอยู่มากมาย ทั้งนิทานพื้นบ้าน นิทานอีสป นิทานชาดก และนิทานร่วมสมัย เราควรนำมาจัดเป็นกลุ่ม ๆ เช่น นิทานสอนกตัญญู นิทานสอนความขยัน การพึ่งพาตนเอง นิทานสอนเรื่องความซื่อสัตย์ นิทานสอนเรื่อง ความเพียร พยายาม ความอดทน แล้วนำเข้าสู่หลักสูตร จัดให้เข้ากับวัยของนักเรียน ชั้นเรียน

2. การฝึกนั่งสมาธิก่อนเรียนทุกกลุ่มสาระ เพื่อให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียน

3. การปฏิบัติ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก ครูทำตนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นแม่เด็ก เป็นครูสอนตลอดเวลา ทำให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงออก

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]