เวสโต สลิเฟอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวสโต เมลวิน สลิเฟอร์
V.M. Slipher.gif
เกิด 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1875(1875-11-11)
มัลเบอรี่ อินเดียน่า สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969 (93 ปี)
แฟลกสตัฟฟ์ อริโซนา สหรัฐอเมริกา
เชื้อชาติ ชาวอเมริกัน
ผลงาน การขยายตัวของเอกภพ

เวสโต เมลวิน สลิเฟอร์ (อังกฤษ: Vesto Melvin Slipher; 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1875 - 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969) เป็นนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน[1] น้องชายของเขาคือ เอิร์ล ซี. สลิเฟอร์ ก็เป็นนักดาราศาสตร์เช่นกันและเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวโลเวลล์[1]

สลิเฟอร์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า ในปี ค.ศ. 1909[1] และเข้าทำงานที่หอดูดาวโลเวลล์ ที่แฟลกสตัฟฟ์ อริโซนา ตราบจนตลอดชีวิต เขาได้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการหอดูดาวในปี ค.ศ. 1915 รักษาการผู้อำนวยการในปี ค.ศ. 1916 และเป็นผู้อำนวยการในปี ค.ศ. 1926 ตราบจนกระทั่งเกษียณอายุในปี ค.ศ. 1952[1] สลิเฟอร์ใช้วิธีสเปกโตรสโกปีในการสำรวจหาคาบการหมุนของดาวเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบของบรรยากาศดาวเคราะห์ ปี ค.ศ. 1912 เขาเป็นคนแรกที่สังเกตพบการเคลื่อนตัวของเส้นสเปกตรัมของดาราจักร ทำให้เขาเป็นผู้ค้นพบการเคลื่อนไปทางแดงของดาราจักร[2] เขายังเป็นผู้ว่าจ้าง ไคลด์ ทอมโบ (Clyde Tombaugh) และเป็นผู้กำกับการทำงานที่นำไปสู่การค้นพบพลูโต ในปี ค.ศ. 1930[1]

โดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า เอ็ดวิน ฮับเบิล เป็นผู้ค้นพบการเคลื่อนไปทางแดงของดาราจักร แต่อันที่จริงการตรวจวัดเช่นนี้กับการตีความได้มีการทำความเข้าใจมาก่อนแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1917 โดยนักดาราศาสตร์จากหอดูดาวต่างๆ คือ เจมส์ เอ็ดเวิร์ด คีลเลอร์ (หอดูดาวลิคแอนด์อัลเลเกนี) เวสโต สลิเฟอร์ (หอดูดาวโลเวลล์) และ วิลเลียม วอลเลซ แคมป์เบล (หอดูดาวลิค)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Nesto Slipher, 93, Astronomer, Dies", The New York Times (Flagstaff, AZ, published November 10, 1969), November 9, 1969: 47, ISSN 1452424 Check |issn= value (help) 
  2. สลิเฟอร์รายงานการตรวจวัดปรากฏการณ์ดอพเพลอร์นี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กันยายน 1912 ในรายงาน The radial velocity of the Andromeda Nebula ซึ่งอยู่ในหนังสืออนุทินประจำหอดูดาวโลเวลล์ (Lowell Observatory Bulletin) หัวข้อ 2.56-2.57 ในรายงานของเขาได้บันทึกไว้ว่า "แม็กนิจูดของความเร็วซึ่งมีค่าสูงสุดเท่าที่เคยสังเกตมา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าระยะห่างที่คล้ายคลึงกับความเร็วไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น แต่ผมเชื่อว่า ณ ปัจจุบันเรายังไม่สามารถแปลความออกมาได้" สามปีต่อมา สลิเฟอร์เขียนบทรีวิวในวารสาร Popular Astronomy, Vol. 23, น. 21-24 Spectrographic Observations of Nebulae เขาระบุว่า "การค้นพบก่อนหน้านี้ว่าแขนก้นหอยของแอนดรอเมดาใหญ่ มีความเร็วที่แปลกประหลาด คือ -300 km(/s) แสดงถึงความเป็นไปได้ว่า ผลการเฝ้าสังเกตมิใช่เพียงสเปกตรัมของแขนก้นหอย แต่เป็นความเร็วของมัน" สลิเฟอร์รายงานค่าความเร็วของเนบิวลาชนิดก้นหอย 15 แห่ง ทั้งหมดได้ค่าความเร็วเป็นบวก มีเพียง 3 แห่งที่ได้ค่าตรงกันข้าม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]