เมเปิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เป็นบทความสำหรับสกุลทางชีววิทยา
เมเปิล
Acer pseudoplatanus (Sycamore Maple)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Sapindales
วงศ์: Sapindaceae
สกุล: Acer
L.
สปีชีส์

ดูบัญชีรายชื่อชนิดของเมเปิล

การกระจายพันธุ์

เมเปิล หรือ ก่วม[1] (Acer มาจากภาษาละตินแปลว่า: แหลม,คม หมายถึงปลายแหลมของใบ) คือสกุลของต้นไม้หรือพุ่มไม้ ซึ่งแบ่งได้หลายประเภทในวงศ์เดียวกัน มีประมาณ 125 สปีชีส์ ส่วนมากเป็นพืชในแถบเอเชีย แต่ก็มีบ้างในแถบยุโรป,ตอนเหนือของทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกาเหนือ

มันถูกจัดเข้าสู่สกุลครั้งแรกโดย โจเชฟ ปีตตอง เดอ ตัวเนฟอร์ต (Joseph Pitton de Tournefort) นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1700

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

Acer saccharum (Sugar Maple)

เมเปิลส่วนมากจะสูง 10-40 เมตร (30-130 ฟุต) อาจมีบางชนิดสูงน้อยกว่า 10 เมตร โดยมีลำต้นแตกเป็นลำเล็กหลายลำ ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ส่วนมากจะมีการผลัดใบแต่มีบางชนิดในเอเชียใต้และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่จะเขียวตลอดทั้งปีโดยไม่ผลัดใบ เมื่อยังเล็กจะเติบโตในที่ร่มและเข้าแทนที่กลายเป็นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงานั้นเสียเองในระบบนิเวศ ระบบรากของเมเปิลจะเป็นเส้นหนาแน่น และบางชนิดอย่าง Acer cappadocicum บ่อยครั้งที่มันจะผลิตรากที่สามารถพัฒนากลายเป็นต้นใหม่ได้[2]

ใบของ Acer circinatum (Vine Maple) ที่แสดงถึงใบรูปมือที่หลายชนิดในสกุลจะมีลักษณะคล้ายกันนี้

ใบเมเปิลส่วนใหญ่เป็นแบบนิ้วมือ(เป็นแฉก) ประมาณ 3-9แฉก (อาจถึง 13 แฉก) มีหนึ่งแฉกตรงกลางเป็นยอด มีไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่ใบไม่ได้เป็นแฉก (เป็นแบบขนนก) ในหลายๆชนิดเช่น Acer griseum (Paperbark Maple) , Acer mandshuricum (Manchurian Maple) , Acer maximowiczianum (Nikko Maple) , และ Acer triflorum (Three-flowered Maple) มีสามใบ อีก 1 ชนิด: Acer negundo (Manitoba Maple) , มีใบแบบขนนกที่ทั่วไปมีสามใบหรืออาจจะมี 5, 7, หรือ 9 ใบย่อย อีก 2-3 ชนิดอย่างเช่น Acer laevigatum และ Acer carpinifolium (Hornbeam Maple) , ทั่วไปมีใบแบบเส้นใบขนนก

ดอกของ Acer rubrum (Red Maple)

ดอกมีห้าส่วนสม่ำเสมอ, และอยู่ในช่อกระจะ, เป็นช่อเชิงหลั่น, หรือช่อซี่ร่ม มีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ กลีบดอก 4-5 กลีบยาวประมาณ 1–6 มม. (ยกเว้นบางชนิด) , มีเกสรเพศผู้ 4-10 เกสรยาวประมาณ 6-10 มม.และมีเกสรเพศเมีย 2 แบบคือมี 2 เกสรหรือเกสรเดียว รังไข่อยู่สูงกว่าและมี 2 คาร์เพลซึ่งมีปีกยืดจากดอกทำให้ทราบโดยง่ายว่าเป็นดอกเพศเมียเมเปิลจะออกดอกปลายฤดูหนาวหรือต้นฤดูใบไม้ผลิส่วนมากจะออกดอกหลักจากเริ่มผลิใบใหม่แต่บางชนิดจะออกดอกก่อน[3] ดอกของเมเปิลมีสีเขียว, เหลือง, ส้มหรือแดง

ผลปีกคู่ของ Acer platanoides (Norway Maple)

ผลของเมเปิลถูกเรียกว่าผลปีกหรือ "maple keys" เมล็ดหนึ่งเมล็ดหุ้มไว้ใน "ส่วนที่เหมือนลูกนัท" ที่ต่อกับปีกแบนเป็นเส้นคล้ายกระดาษ 1 ปีก รูปทรงของมันทำให้เกิดการหมุนเมื่อล่วงจากต้นและที่สำคัญสามารถบรรทุกเมล็ดไปได้ไกลโดยลม เมล็ดจะแก่ใน 2-3 อาทิตย์ถึง 6 เดือนหลังออกดอก เมล็ดจะกระจายอย่างรวดเร็วเมื่อแก่ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้หนึ่งต้นอาจมีเมล็ดถึง 100 เมล็ดใน 1 ครั้งขึ้นกับชนิด เมล็ดอาจมีขนาดเล็กสีเขียวถุงเหลืองหรือเป็นฝักใหญ่หนา เมล็ดสีเขียวจะหล่นเป็นคู่ (ผลปีกคู่) บางครั้งอาจมีกิ่งติดมาด้วย เมล็ดสีเหลืองจะหล่นเดี่ยวๆและไม่มีกิ่งติดมา ส่วนมากต้องการบางอย่างที่ซับซ้อนเช่นช่วงอากาศที่เย็นนานพอ เพื่อที่จะงอกเป็นต้นและบางชนิดต้องอยู่ในดิน 1-2 ปีก่อนจะงอกเป็นต้น[2]

สกุลเมเปิลถูกแบ่งย่อยโดยรูปร่างลักษณะของมันออกเป็นหมู่และหมู่ย่อยมากมาย[4]

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย[แก้]

ในประเทศไทยพบเมเปิลอยู่ 6 ชนิดคือ

โรคและแมลง[แก้]

Rhytisma acerinum ราบนใบของ Acer pseudoplatanus

ใบเมเปิลถูกใช้เป็นอาหารสำหรับหนอนตัวอ่อนผีเสื้อ เพลี้ยเป็นอีกชนิดที่ทำลายเมเปิล เราสามารถกำจัดปัญหาเหล่านี้ได้โดยยาฆ่าแมลง

โรคที่เกิดจากเห็ดรา เช่น โรคเหี่ยวแห้งจาก Verticillium เกิดจาก Verticillium ซึ่งสามารถเป็นเหตุสำคัญในการแห้งตายเป็นส่วนๆของต้น, โรคเขม่าดำเกิดจาก Cryptostroma สามารถทำให้ตายได้ภายใต้ความกดดันจากการขาดน้ำ, การตายของเมเปิลที่เกิดจาก Phytophthora และ Ganoderma ที่ทำให้รากเน่า ใบของเมเปิลในปลายฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงอาจเป็น "จุดน้ำมัน" ที่เกิดจาก Rhytisma และโรคราน้ำค้างที่เกิดจาก Uncinula แม้ว่าโรคพวกนี้จะไม่ส่งผลต่อสุขภาพของต้นไม้ในระยะยาวก็ตาม[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 ลักษณะประจำวงศ์พรรณไม้ ดร.ก่องการดา ชยามฤต กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  2. 2.0 2.1 van Gelderen, C. J. & van Gelderen, D. M. (1999). Maples for Gardens: A Color Encyclopedia
  3. Huxley, A., ed. (1992). New RHS Dictionary of Gardening. Macmillan ISBN 0-333-47494-5.
  4. Classification of maples
  5. 5.0 5.1 5.2 เต็ม สมิตินันทน์ ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พ.ศ. 2549
  6. Phillips, D. H. & Burdekin, D. A. (1992). Diseases of Forest and Ornamental Trees. Macmillan. ISBN 0-333-49493-8.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]