เพนเทียม
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพนเทียม (Pentium) เป็นไมโครโพรเซสเซอร์แบบ x86 รุ่นที่ 5 ผลิตโดยบริษัทอินเทล วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1993 โดยเป็นรุ่นต่อจากไมโครโพรเซสเซอร์รุ่น 486
เดิมทีอินเทลตั้งชื่อซีพียูรุ่นที่ 5 ว่า "586" (หรือ 80586, i586) ตามซีพียูรุ่นก่อนๆ แต่อินเทลพบปัญหาในด้านกฎหมาย เมื่อไม่สามารถร้องขอต่อศาล ให้จดชื่อทางการค้าที่เป็นตัวเลข (เช่น 486) เพื่อป้องกันคู่แข่งอย่างบริษัทเอเอ็มดีในการตั้งชื่อซีพียูชื่อใกล้เคียงกัน (เช่น Am486) ได้ อินเทลจึงหันมาใช้ชื่อที่สามารถจดเป็นชื่อการค้าแทน สัญลักษณ์ยี่ห้อ "เพนเทียม" ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ส่งผลให้มีเพนเทียมรุ่นถัดๆ มามากมาย ขณะนี้อินเทลได้อยู่ในข่วงเวลาที่จะทดแทนยี่ห้อเพนเทียมด้วยยี่ห้อ อินเทล คอร์ ทู ดูโอ (Intel Core 2 Duo Processor) ซึ่งออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมที่ชื่อว่า คอร์ (Intel Core Microarchitecture) โดยมีลักษณะเด่นที่สามารถประมวลผลได้ดี ในความเร็วรอบ (frequency) ที่ต่ำ และใช้พลังงานไฟที่ต่ำมาก
เนื้อหา |
[แก้] ความแตกต่างจาก 486
- สถาปัตยกรรมแบบซูเปอร์สเกลาร์ (Superscalar) เพิ่มไปป์ไลน์เป็น 2 ตัว เพื่อให้ประมวลคำสั่งได้มากกว่าหนึ่งคำสั่งภายในรอบสัญญาณนาฬิกา
- จำนวนข้อมูลที่สามารถดึงจากหน่วยความจำเพิ่มเป็น 64 บิตต่อครั้ง (จากเดิม 32 บิต) ตัวเลขนี้ไม่ใช่การประมวลผลแบบ 64 บิต
- ชุดคำสั่งพิเศษ MMX สำหรับการประมวลผลมัลติมีเดีย
สถาปัตยกรรมแบบเพนเทียมส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า 486 สองเท่าในความเร็วสัญญาณนาฬิกาเท่ากัน
[แก้] รุ่น
เพนเทียมรุ่นแรกมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาเริ่มต้นที่ 60 เมกกะเฮิร์ตซ รุ่นสุดท้ายที่มีการผลิตใช้ความเร็ว 300 เมกกะเฮิร์ตซ เพนเทียมรุ่นแรกยังแบ่งเป็นรุ่นย่อยต่างๆ 5 รุ่นดังนี้
- P5
- P54
- P54C
- P55
- P55C (Tillamook) - วางจำหน่ายในชื่อ Pentium with MMX Technology หรือ Pentium MMX
[แก้] รายละเอียด
ซีพียูpentiumรุ่นเเรกมีความเร็ว 60MHz หรือเท่ากับ 100mips ผู้คนยังคงเรยกซีพียูรุ่นนี้ ว่า p5 หรือ p54 เพื่ออิงกีบของเดิมด้วย ซีพียูรุ่นี้มีทรานซิสเตอร์ 3.21 ล้านชิ้น เเละทำงานกับเเอดเดรส 32 บิต(เหมือนกับ486) นอกจากนี้ยังมีบัสภายนอกเเบบ 64 บิตซื่งทำให้มีความเร็วสูงกว่า 486 ประมาณ 2 เท่าอีกด้วย
ซีพียูเพนเทียมมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ 60/66/75/90/100/120/133/150/166/200 MHz ซีพียู 60/66 MHz รุ่นแรกใช้งานบน Socket4 ส่วนที่เหลือทั้งหมดทำงาน กับเมนบอร์ด Socket นอกจากนั้น ยังมีซีพ๊ยูบางรุ่น(75MHz-133MHz) สามารถทำงานบนเมนบอร์ดแบบSocket 5 ได้ด้วย
เพนเทียมมีความคอมแพตทิเบิลกับระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าทุกชนิดอาทิ DOS,windows3.1,unix เเละ os/2 การออกเเบในลักษณะซูเปอร์สเกลาร์ทำให้สามารถปรมวลผลคำสั้งได้ 2 คำสั้งต่อรอบสัญญาณนาฬิกา ซีพียูรุ่นนี้มีเเคช 8KB เเยกกัน2ชุด(เเคชของโค้ดกับเเคชข้อมูล) เเละมีหน่วยประมวลผลเชิงทศนิยมซื่งทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าซีพียูเเบบ x86 นอกจากนั้น เพนเทียมยังมีระบบจัดการพลังงานSL ของ486SL เเละมีการปรับปรุงคุณณสมบัติข้อน้ให้ดีขึ้นด้วย ซีพียูมีพินที่เชื่อมโยงกับเมนบอร์ด ถ้าหากมองภายในตัวซีพียูเเล้วที่จริงมันป็นซีพียู 32 บิตสองอันที่เชื่อมเข้าด้วยกันเเต่เเยกการทำงาน
เพนเทียมรุ่นเเรกกินไฟ 5 โวลต์ ดังนั้นมันจึงก่อความร้อนสูงมากเเต่เมื่อมาถึงรุ่น 100MHz อัตราการกินไฟลดลงเหลือ 3.3โวลต์ นอกจากน้นตั้งเเต่รุ่น 75MHz เป็นต้วซีพียูยังสามารถทำงานเเบบ SYMMETRIC DUAL PROCESSINGซื่งหมายถึ่งคุณสามารถติดตั้งซพียูเพนเทียมสองในพีซีเครื่องเดียวกันได้
เพนเทียมอยู่ในตลาดได้นานมาก อินเทลผลิตซีพียูรู่นี้ออกมาภายใต้ความเร็วต่างๆ เเละรูปเเบบต่างๆทีจริงเเล้วอินเทลได้ไส่สื่งที่เรียกว่า"s-spec"eating ลงไปด้วยซึ่งเป็นเครื่องหมายบนต้วซีพียูเพื่อบอกเจ้าของทราบข้อมู,สำคัญเกี่ยวกีบตัวซีพียูเพื่อบอกไห้พวกเขาสามารถเซตอัปเมนบอร์ดได้อย่างเหมาะสม

